วันนี้แวะมาอัพเดท เร็วนิดนึงครับ พอดีไปเจอข่าวเกี่ยวกับ [tag]Blook[/tag] มาครับ ซึ่งผมเองก็ยังไม่ค่อยเข้าใจว่า การระบบซื้อขายตัว content กันมันเป็นยังไง ซึ่งไปเจอข่าวในของ หนังสือพิมพ์มติชนมา เห็นว่า น่าจะดีและน่าสนใจมากๆ เลยนำมาให้ดูกันครับ
หลาย คนคงจะเคยได้ยินคำว่า Blog มาสักระยะหนึ่งแล้ว เพราะการก่อร่างสร้างตัวตนและบ้านหลังที่ 2 ขึ้นในโลกไซเบอร์นี้ กำลังเป็นที่นิยมในวงกว้าง อย่างไม่จำกัดวัย เพศ หรืออาชีพ แม้ว่าในตอนแรกๆ จะถูกมองเป็นเรื่องของวัยทวีนส์ที่ชื่นชอบเทคโนโลยีก็ตาม
สารานุกรม ฉบับออนไลน์อย่าง วิกิพีเดียได้ให้ความหมายของ [tag]Blog[/tag] ไว้ว่า มาจากคำว่า web log ซึ่งหมายถึงการบันทึกสิ่งต่างๆ ลงในเว็บ อาทิ เรื่องราวเกี่ยวกับสังคม การบ้านการเมือง ข่าวสารท้องถิ่น ที่ผู้เขียนหรือ [tag]Blogger[/tag] รู้สึกสนใจ ซึ่งก็รวมถึงเรื่องราวส่วนตัวและความรู้สึกในใจของแต่ละคน ที่ยากจะถ่ายทอดด้วยคำพูดให้ใครบางคนได้รับรู้
โดยภายในแต่ละ Blog ก็จะประกอบไปด้วยบทความ รูปภาพต่างๆ ที่สามารถลิงก์ไปยัง Blog, เว็บเพจ และสื่ออื่นๆ ที่เกี่ยวข้องได้ด้วย
และจากการสำรวจเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมาพบว่า บนไซเบอร์สเปซที่เชื่อมโยงกันอย่างไร้พรมแดนตอนนี้ มี Blog มากกว่า 71 ล้าน Blog!
ทำ ให้ในวันนี้ Blog ได้กลายเป็นสื่อที่ทรงอิทธิพลต่อความคิดคนไม่แพ้สื่อใดเลย นักเขียนชื่อดังหลายคนนิยมที่จะบันทึกเรื่องราว ความคิดเห็น ความรู้สึกของตนลงใน Blog ซึ่งทำให้แฟนหนังสือยิ่งรู้สึกใกล้ชิดและเข้าถึงนักเขียนมากกว่าเดิม ไม่เพียงแค่นั้น Blog ยังเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยสร้าง Blogger ให้กลายเป็นนักเขียนหน้าใหม่ไฟแรงอีกด้วย
และทั้งหมดก็ได้นำมาสู่ก้าวสำคัญของการก่อเกิดเทรนด์ใหม่ ที่ช่วยเชื่อมโยงระหว่างโลกออนไลน์และโลกหนังสืออย่าง Blook
วิกิพีเดียเจ้าเก่า ให้ความหมายของลูกผสมอย่าง Blook ไว้ว่า หมายถึง การตีพิมพ์หนังสือที่รวมเล่มมาจาก Blog
Blook เล่มแรกของโลกคือผลงานของ Tony Pierce โดยเขาได้รวบรวมและคัดสรรเรื่องราวมาจาก http://tonypierce.com/blog/2002_12_21.html#blogarc.htm ซึ่งเป็น Blog ของเขาเองและหลังจากนั้นเป็นต้นมา Blook ก็ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทั้งจากโลกไซเบอร์และสำนักพิมพ์ พิสูจน์ได้จากการที่เว็บไซต์ดังอย่าง Amazon ได้จัดหมวดหมู่ให้ Blook โดยเฉพาะ และมีอีกหลายรางวัลในโลกวรรณกรรมไซเบอร์ ที่ตั้งขึ้นเพื่อ Blook อีกด้วย
โดย รางวัลที่ขึ้นชื่อมากที่สุด น่าจะเป็น Lulu Blooker Prize ของสำนักพิมพ์หนังสือออนไลน์ Lulu ซึ่งเป็นการประกวดวรรณกรรม ที่อยู่บน blog หรือเว็บไซต์ โดยแบ่งออกเป็นสามประเภท ได้แก่ นวนิยาย สารคดี และการ์ตูน ผู้ชนะเลิศในแต่ละประเภทจะได้รับเงินสดมูลค่า 1,000 ดอลลาร์สหรัฐ และมีรางวัล grand total สำหรับงานเขียนที่ดีที่สุดอีกหนึ่งรางวัลด้วย
Blook ส่วนใหญ่จะรวมเล่มจาก Blog ดังที่มีคนเข้าไปอ่านและแสดงความคิดเห็นเยอะๆ เพราะนั่นคือคำยืนยันอย่างหนึ่งว่าพิมพ์แล้วหนทางขาดทุนไม่ค่อยมี เพราะอย่างไรซะแฟนๆ บล็อกนั้นก็จะตามไปซื้ออ่านแน่ๆ เป็นการเช็คอุปสงค์ก่อนผลิตสินค้านั่นเอง
สำหรับตลาดหนังสือใน ประเทศไทยนั้น Blook ก็เริ่มที่จะติดหูติดตาคนอ่านขึ้นเรื่อยๆ โดยมีหนังสือที่ดีทั้งยอดขายและคุณภาพหลายเล่มที่จัดพิมพ์ขึ้นจาก Blog
เล่ม แรกๆ ที่เปิดตลาดเมืองไทยก่อนเลย ก็ต้อง 3 เล่มนี้ เล่มแรกคือ ไม่ไปทำงานได้ไหมเนี่ย เห็นชื่อแล้วน่าหยิบมาอ่านจังเลยนะ (สงสัยตรงใจใครหลายๆ คน) แต่ที่จริงแล้ว Blook เล่มนี้ ไม่ใช่ ของคนไทยหรอก แต่เป็นผลงานของเจ้าของฉายาราชินีบล็อกเกอร์จากไต้หวัน วานวาน (Wan Wan) หญิงสาววัย 25 ปี ที่เขียนเรื่องราวรอบตัวใน http://www.wretch.cc/blog/cwwany แบบเปิ่นๆ ขำๆ จนมีคนติดทั้งบ้านทั้งเมือง และมีสำนักพิมพ์ตาไว คว้าเอาไปพิมพ์จนติดอันดับหนังสือขายดีของไต้หวัน (ยอดพิมพ์ตั้ง 150,000 เล่มแน่ะ!)
ไม่ไปทำงานได้ไหมเนี่ย มีเอกลักษณ์ที่ภาพการ์ตูนหัวกลมใหญ่มีผมหยิกข้างหลัง 1 เส้นสีสันสดใส พูดไม่เยอะ สื่อสารเรียบง่าย แต่เน้นฮาที่ท่าทาง โดยฉบับภาษาไทยนั้น นานมี เป็นสำนักพิมพ์มือไว ที่คว้ามาให้ อนุรักษ์ กิจไพบูลทวี แปล
ส่วน Blook ไทย 100% นั้น ก็ต้องนี่เลย Blog Blog ผลงานของ ปิ่น ปรเมศวร์ หรือ ปกป้อง จันทวิทย์ อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ ซึ่งส่งเข้าประกวดโดย สำนักพิมพ์ openbooks ซึ่งรวบรวมจากบทความส่วนตัวของนักเศรษฐศาสตร์หนุ่มใน Blogspot
อีกเล่ม มาจากสำนักพิมพ์ระหว่างบรรทัด คือ โลกนี้มันช่างยีสต์ ของ แทนไท ประเสริฐกุล ทายาท 2 นักเขียนไทย ผู้สนใจวิชาชีววิทยา เรื่องราวในเล่มเล่าถึงทัศนคติที่มีต่อชีวิต คน สัตว์ และอื่นๆ ที่นำมาสอดแทรกผ่านเรื่องราวต่างๆ ในสไตล์เฉพาะตัวที่ยียวนและกวนสุดสุด (แต่อ่านสนุกมากๆ)
ทั้งสองเล่มสองแนวออกวางจำหน่ายขณะที่คำว่า Blook ยังไม่แพร่หลายในบ้านเรามากนัก แต่ก็ได้รับการตอบรับจากคนอ่านพอสมควร ถึงจะไม่ติดอันดับขนาดเบสต์เซลเลอร์ แต่ก็ขายได้ 2 ทาง ทั้งจากแฟนประจำ Blog ที่มาอุดหนุน และแฟนนักอ่านที่ตามไปอ่าน Blog
ส่วนที่ใกล้ๆ มาหน่อยก็ต้องผลงานของเจ้าของนามปากา ผมอยู่ข้างหลังคุณ หรือ พีรพล ภัทรนุธาพร จิตแพทย์หนุ่มผู้ชื่นชอบและหลงใหลในแผ่นฟิล์ม จนสร้าง http://aorta.bloggang.com ขึ้นมาเพื่อเขียนถึงหนังที่ตนรัก ซึ่ง Blog นี้ได้รับการโหวตให้เป็น Popular Award อันดับหนึ่งในสาขาภาพยนตร์ จากเว็บ Bloggang และความนิยมนี้ก็ได้ก่อเกิดพ็อคเก็ตบุ๊ก ที่ช่วยให้เข้าใจตัวเองและคนรอบข้างอย่าง หนังสือรัก ซึ่งดึงข้อคิดจากความสัมพันธ์ ความประทับใจ และความรักหลากรูปแบบจากหนัง มาเป็นกระจกสะท้อนให้คนอ่านได้เข้าใจทั้งตัวเองและคนรอบข้างยิ่งขึ้น
และ Blook ฉบับคนไทยเล่มล่าสุดบนแผงหนังสือก็คือ ผลงานของนักเขียน นักเดินทาง อารมณ์อบอุ่น โดม วุฒิชัย อย่าง ห่างไกล ไม่ห่างกัน ที่แม้จะเพิ่งวางขายไปได้เพียงไม่กี่วัน แต่กลับได้รับเสียงลือเสียงเล่าอ้างในทำนองประทับจิตประทับใจจากหลายฝ่าย จนเราต้องรีบขวนขวายหาอ่านแบบทันใด
และเมื่ออ่านแบบรวดเดียวจนจบเล่มแล้วนั้น ก็ไม่แปลกใจกับเสียงชื่นชมสักนิดเลย
ห่าง ไกล ไม่ห่างกัน รวบรวมเรื่องราวมาจาก http://porpayia.bloggang.com ซึ่งเกิดขึ้นเพราะความห่างไกลในระยะทางระหว่างโดมและลูกสาว โดมเลือกที่จะสื่อสารความรู้สึกระหว่างกันด้วยตัวอักษรในโลกไซเบอร์ ผ่านรูปแบบของจดหมาย ที่แม้จะเป็นความเรียงง่ายๆ แต่ก็ลึกซึ้งด้วยความห่วงใย พิสูจน์ได้จากจดหมายทั้ง 52 ฉบับ ที่ถ่ายทอดความสุขใจอันรื่มรมย์ แต่แฝงด้วยข้อคิดและคำสอนระหว่างบรรทัดเสมอ สมกับที่โปรยไว้ว่า
แม้ว่าในชีวิตจะเคยผิดพลาดมาหลายครั้งหลายหน แต่ผู้ชายคนนี้ไม่เคยลืมความรักและหน้าที่ของการเป็นพ่อ ซะจริงๆ
เห็น ความสำเร็จอย่างนี้แล้ว ก็ไม่ต้องแปลกใจนะ ถ้าอยู่ดีๆ คนข้างตัวก็ลุกขึ้นมาสร้าง Blog แบบฉับไว ไม่ก็ขยันอัพเดตหาจุดดึงดูดให้ Blog ตัวเองซะเหลือเกิน
ก็เผื่อวันหนึ่ง Blog จะออกแตกแขนงเป็น Blook ให้เจ้าของได้ชื่นทั้งใจ ชื่นทั้งกระเป๋าเงินไง
ส่วนในบ้านเรามันจะรุ่งไหม อันนี้ ต้องดูกันยาวๆ ครับ เพราะเทรนด์บ้านเราบางอย่างมันก็ไม่ได้เหมือนกับต่างประเทศเสียทั้งหมด แต่ก็น่าสนใจดีครับ

