March 2006

Engine better than Google soon????

เมื่อวันก่อน ได้อ่านข่าวเกี่ยวกับ ไมโครซอฟต์ เกี่ยวกับ search engine ของ msn ซึ่งทาง MS ได้ออกมาบอกว่า engine ของพวกเค้า จะดีกว่า google [รายละเอียดข่าว ENG ,Thai ]

ซึ่งจากเนื้อความ มีสิ่งที่น่าสนใจตรงที่ว่า MS จะทำการเพิ่มบรรจุระบบค้นหาข้อมูลของตน ลงในระบบด้วย

แต่นั่น ไมโครซอฟต์ เคยทำแล้วไม่ใช่เหรอ ไม่ว่าจะเป็น ในส่วนของ IE 6.0 ที่เวลาเราพิมพ์เว็บที่ผิดไปจะมีการ วิ่งไปยัง search ของ msn (ยกเว้นโดนป้านิภา มหาภัยนั่นล่ะ) หรือไม่ว่าจะเป็น IE 7 ที่จะออกมา ที่มีช่องสำหรับค้นหา (ช่างเหมือนกับ firefox เสียจริงๆ)

แต่ก็ยังไม่สามารถสู้ google ได้ นั่นเพราะอะไร???.............

อันดับแรก สำหรับผมแล้ว น่าจะอยู่ที่ตัว interface หลักของเว็บนั่นเอง คงปฏิเสธไม่ได้ว่า google โตมาด้วยความเป็นเอกลักษณ์ในหน้าแรกที่เรียบง่าย มีช่องกรอกไม่กี่ช่องนั่นเอง (easy to use.)

อันดับต่อมาคือ เมื่อ interface มันว่างๆ ส่งผลต่อการโหลดหน้าเว็บ google มาทำได้เร็ว ในยุคที่ เน็ต 56k ทำให้ google สามารถเข้าถึงได้อย่างรวดเร็ว แสดงผลได้อย่างรวดเร็ว (easy to access.)

การค้นหา ง่าย เร็ว แล้วยังคงมีจุดต่างอีก นั่นคือ ตัว engine ของ google นั่นเอง ที่แม้ว่าจะโตมาที่หลังคนอื่นๆเค้า แต่ google กลับสามารถ indexs หน้าเว็บไซต์ได้เป็นจำนวนมากมายในเวลาไม่กี่ปี

ตรงจุดนี้คงต้องยกนิ้วให้กับความคิดของ ลารี่ เพจ และ เซอจี้ บริน เจ้าของ google นั่นเอง ด้วยการใช้ระบบแนวคิดง่ายๆ จนเกิดระบบของ google pagerank ขึ้นมา เพื่อคัดเลือกหน้าเว็บที่ได้รับความนิยมขึ้นมาแสดง

ถามว่า ทำไม เจ้า google pagerank ตรงนี้มีความสำคัญ จนทำให้ google ก้าวมาเป็นผู้นำในวงการนี้ คำตอบน่าจะอยู่ที่ว่า เจ้าค่า pagerank มีแนวคิดมาจากการเลือกตั้ง การที่เว็บ หรือหน้าเว็บใดเว็บหนึ่ง ได้รับลิ้งค์ไปแปะในหน้าเว็บใดเว็บหนึ่งนั้น ย่อมแทนการลงคะแนนเลือกหน้าเว็บนั้นว่า มีคุณภาพ มีความน่าสนใจ ยิ่งมีลิ้งค์ไปมากเท่าไหร่ นั่นย่อมหมายความว่า หน้าเว็บนั้น ยิ่งมีความสำคัญมากขึ้น

ทำให้ ผลการค้นหาของ Google มักจะได้หน้าเว็บที่มีเนื้อหาเป็นที่น่าสนใจ ตรงกับความต้องการของผู้ใช้นั่นเอง

ในขณะที่ msn นั้น คงปฏิเสธไม่ได้ว่า engine ของ msn เอง ก็ได้เปรียบในบางด้านที่ Google ไม่มี คือ

การจัดลำดับการแสดงเนื้อหาที่ซ้ำกัน เช่นเว็บ a สร้างเนื้อหา a ,เว็บ b เอาเนื้อหาเว็บ a ลง msn สามารถจัดลำดับได้อย่างถูกต้อง ในขณะที่ Google มักเลือก หรือนำเอาข้อความที่ใหม่กว่ามาแสดงเสมอ ทำให้ เว็บ b มีโอกาสที่จะมีลำดับขึ้นอยู่สูงกว่า เว็บ a ที่เป็นต้นฉบับ
(อ่านรายละเอียดเกี่ยวกับ การจัดลำดับของเนื้อหาที่ซ้ำกัน)

ดังนั้น ณ ตอนนี้ หากเทียบกัน ประเด็นต่อประเด็นแล้ว อย่างไรเสีย การที่ MS จะขึ้นมาแย่งส่วนแบ่งตลาดของ Google ไม่ใช่เรื่องง่าย อันดับแรกคือ จำนวนของ indexs ของ google ยังคงเป็นต่อ msn อยู่หลายขุม

service หลายๆ อย่างที่ google ได้ทำข้ามหน้าของ MS ไปไม่ว่าจะเป็น การเปิด gmail 2 Gb. ที่ทำให้ free mail ทั่วโลกสะดุ้งตื่น google earth ที่สร้างมุมมองใหม่ให้คนเข้าใกล้ technology ได้ง่ายขึ้น (จากเดิมที่ Keyhole นั้น คนทั่วไปไม่สามารถใช้ประโยชน์ได้เลย) การนำ AJAX มาใช้กับตัวของ gmail ช่วยให้เรา chat กันได้ในหน้าบราวเซอร์

อีกทั้ง service ที่ google มีอยู่ในมือ จากการ take over มา ถูกหลอมรวมเข้ามาอยู่ใน ส่วนเดียวจำนวนมาก (เช่น picasa,google analytics เป้นต้น)

ในขณะที่ MS กำลังเพิ่งตื่น หายงัวเงีย ขึ้นมา หันมาพัฒนาตัว search ของตัวเอง ทำตัว MSN ad คล้ายกับ adsense หรือหลายอย่างที่ MS มักจะเลียนแบบคนอื่นๆ มาเป็นของตัว อย่างแนบเนียน แล้วรวมเข้าไปกับ สิ่งที่ตัวเองเป็นเจ้าตลาดอยู่ ไม่ว่า OS ,Aplication ต่างๆ เพื่อหวังที่จะล้มยักษ์ เหมือนอย่างที่เคยทำ กับ Netcape,Real player, ICQ เป็นต้น

คงต้องบอกว่า ยาก!!! ที่ MS จะหันมาตาม Google ทันในเวลานี้ (อย่างน้อยก็กว่าที่ vista จะออกวางตลาดและเป็นที่นิยม) ถึงเวลานั้น Google คงจะมี service ใหม่ ออกมากินส่วนแบ่งตลาดในด้านอื่นของ MS แทนไปเสียแล้ว (อย่าง Openoffice ที่ google จับมือกับ sun ไปเสียแล้ว)

ดังนั้น สุดท้ายแล้ว Google ก็ยังจะน่าที่จะครองตลาดด้วย solution ต่างๆที่ตัวเองมีอยู่ traffic ที่ googleมี ข้อมูลที่ googleเก็บมา MS คงจะต้องกลับไปทำการบ้านอีกมาก และนานทีเดียวเพราะไหนจะต้องแย๊บสู้ ไหนจะต้องยกการ์ดกันหมดฮุคของ google ไหนยังต้องต่อสู้กับสิ่งต่างรอบข้างที่ MS ไปสร้างอริไว้โดยรอบ

รวมทั้งยุคนี้ ผู้ทำกุมข้อมูลคือผู้ที่จะพัฒนาได้มากกว่า ผู้ที่กุม traffic จะเป็นผู้ที่นำตลาดในที่สุด

Tags :

Adsense,new categories in my blog.

หลังจากที่ ได้ไปตระเวณตามเว็บต่างๆ หลายๆเว็บด้วยกัน สิ่งหนึ่งที่เห็นนั่นคือ ความสนใจในเรื่องของการทำรายได้ให้กับเว็บ จาก Google adsense ซึ่งค่อนข้างที่จะเป็นเรื่องใหม่ และหลายๆ คนเริ่มทำกันอย่างแพร่หลาย

แต่ในความแพร่หลายนั้น กลับกลายเป็นว่า มีการเริ่มต้นทำที่ผิดๆ มีการโกงเกิดขึ้น รวมทั้งความเข้าใจผิดอื่นๆอีก

ก่อนอื่นต้องบอกว่า [tag]การทำ adsense[/tag] ไม่ได้ทำให้ใครรวยจากการทำเว็บ แบบผ่านๆ ชั่วครั้งชั่วคราว หลายเว็บที่ประสบความสำเร็จจากการทำ adsense นั้น เกือบทั้งหมด มีเนื้อหาที่ ดี เนื้อหาที่น่าสนใจ เป็นที่นิยม ดังนั้น adsense จึงเหมาะกับการทำเว็บที่เปี่ยมไปด้วยเนื้อหา เต็มไปด้วยความตั้งใจ และถูกต้องมากกว่า

เพราะ Google ไม่แคร์ที่จะแบนคุณ อย่างไร้เยื่อไย และขึ้นบัญชีดำ ชื่อ นามสกุล รวมทั้งรายละเอียดอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับคุณ เพื่อตัดออกจากสารบบของ adsense อย่างไม่มีโอกาสแก้ตัว ด้วยซ้ำ

ดังนั้น ผมก็เลยตัดสินใจว่า จะทำเนื้อหา เกี่ยวกับการทำ adsense ที่ถูกต้องตามแบบที่ Google อนุญาติ ,ปัญหาและวิธีแก้ไข ที่ผมพบเจอ รวมทั้งสิ่งต่างๆ ที่ได้ลองมาบ้าง หรืออ่านมาบ้าง ขึ้น

เพราะคงไม่ดีแน่ๆ หากว่ายังปล่อยให้มีการทำ adsense แบบผิดๆ จนทำให้ google ตัดประเทศไทยออกจาก สารบบของ adsense แบบที่เกิดขึ้นกับตัวอื่นๆ ที่ผ่านมา

อันดับแรก ก็คงจะต้องแนะนำก่อนว่า Adsense คือ อะไร ซึ่งคงจะไม่กล่าวถึงเอง ครับ เพราะมีผู้ได้เขียนไว้แล้ว นะครับ นั่นคือ คุณภาวุธ แห่ง www.pawoot.com ได้เขียนไว้ก่อนหน้านี้แล้ว ดังนั้น ก็ขอให้ไปอ่าน กันได้ที่นี่นะครับ

  • [tag]หาเงิน[/tag]ด้วยเว็บไซต์ง่ายๆ กับ Google Adsense # ตอน 1 : รู้จัก Google [tag]Adsense[/tag]
  •  

  • ต่อมาคือ ก่อนที่จะเริ่มต้นกับ adsense นั้น ก็ต้องรู้ก่อนว่า กฏกติกา ต่างๆ นั้นมีอะไรบ้าง ซึ่งตรงนี้ก็มี คุณ F แห่ง thaiadsense.blogspot.com (เพิ่งเปิดหมาดๆ) ได้สรุป รวบรวม และแปลกฏกติการไว้ให้ เรียบร้อยแล้ว เหมาะสำหรับ ท่านที่อ่านภาษาไทยไม่เก่งอย่างผมนี่ล่ะครับ ก็ไปดูได้ที่
    thaiadsense.blogspot.com ซึ่งงานนี้ต้องขอบคุณ คุณ F ด้วยที่มาแปล ให้เราอ่านกัน (เก่งภาษาจริงนะนี่)
  •  

    หลังจากอ่านกฏกติกาเข้าใจแล้ว ก็เริ่มต้นสมัครกันได้ครับ ซึ่งวิธีการสมัครการใช้งานเบื้องต้นก็เห็นจะต้องแนะนำเนื้อหาจากเว็บ คุณ ภาวุธอีกครั้งหนึ่งครับ

  • [tag]สร้างรายได้[/tag]ให้เว็บไซต์ด้วย Google Adsense # ตอน 2 : วิธีการสมัคร [tag]Google Adsense[/tag]
  • และหลังจากนี้ไป ผมเอง ก็จะค่อยๆ ทยอย มาอัพเดท เนื้อหา เทคนิค วิธีการสมัคร,การตั้งค่า ads รวมทั้งสิ่งอื่นๆ ให้ได้อ่านกันอีกทีนึงครับ ขอเวลานั่งนึกทบทวน สิ่งต่างๆ ที่เคยได้ทำไปบ้าง น่ะครับ จะได้ตรงกับความต้องการของท่านที่สนใจได้ทราบกันอีกครั้ง ครับ

    Adsense Thai FAQ.

    อย่างที่ได้บอกไปแล้วว่า มีการทำ [tag]adsense[/tag] ผิด มีความเข้าใจผิดกันไปค่อนข้างเยอะ ก็เลยตัดสินใจทำเนื้อหาเพิ่มในส่วนของ adsense (ใครสงสัยอะไร เรื่องไหน ก็ถามกันได้นะครับ เพราะบางอย่างผมก็นึกไม่ออก)

    1. Adsense ช่วยในการ SEO ???
    มีหลายท่านคิดว่า [tag]การทำ adsense[/tag] นั้นเป็นการช่วยในการทำ search engine opitmization ด้วย จะทำให้ googlebot มา indexs หน้าเว้บเรา ซึ่งจริงๆแล้ว ไม่ใช่ ครับ เนื่องจาก การทำ adsense นั้นจะใช้ bot คนละตัวกับ [tag]googlebot[/tag] ครับ มีการแยกการเก็บข้อมูลคนล่ะส่วนกัน ไม่เกี่ยวไม่ข้องกัน ดังนั้น การทำ adsense จึงไม่ได้เป็นการช่วยทำ seo แต่อย่างใด

    2. Ads ไม่ขึ้น เพราะ Googlebot ไม่มา???

    อันนี้ จากที่ได้บอกแล้วในข้อแรก แยกกัน ดังนั้น googlebot จะทำหน้าที่ในส่วนของ indexs ในระบบ search ของ google เท่านั้น มิได้เกี่ยวข้องกับ adsense ส่วนการแสดงหรือไม่แสดง เป็นผลมาจากbotที่ชื่อว่า Media-partners ของ google ที่จะมาทำการค้นหาคีย์เวิร์ดเพื่อเลือก ads ขึ้นมาแสดงให้ตรงกับเนื้อหาครับ

    3.adsense มันคือ adwords???
    อันนี้ถูกครึ่งไม่ถูกครึ่งนึง เพราะว่า adsense คือสำหรับคนที่ติดโฆษณา ส่วน adwords คือคนที่ต้องการลงโฆษณา แต่มันมีความเกี่ยวข้องกันคือ สมมุติว่า ผมต้องการขายสินค้า ผมก็ต้องไปสมัคร adwords เพื่อลงโฆษณากับ google ซึ่งหลังจากที่ผมจ่ายเงินจ่ายทองเปิดระบบ และทำการโฆษณาแล้ว โฆษณาของผมก็จะมาแสดงในส่วนของ adsense ที่ต่างๆ ในคีย์เวิร์ดที่ผมเลือกไว้นั่นเองครับ

    4.ทำ adsense แล้วเงินดี google ไม่โกง??
    อันนี้ ก็จริง ครับ เพียงแต่ว่า ถ้าเราดูเว็บที่ประสบความสำเร็จกับ adsense จะพบกว่า ในต่างประเทศเว็บเหล่านั้นมีเนื้อหา หรือ content ดีมากๆ มีการ optimize content เข้ากับ adsense ได้ดี มีคนเข้าเว็บค่อนข้างสูง เนื้อหานั่นเป็นอยู่ในกลุ่มเดียว และเป็นเว็บที่เปิดมานานพอสมควรทีเดียว
    ดังนั้น การที่จะทำให้ adsense ได้เงินดีๆ ในความคิดผม อยู่ที่ว่า เว็บเราเนื้อหาน่าสนใจหรือไม่ เราทำการ [tag]optimize[/tag] ads ได้ดีเพียงใดนั่นเอง

    5.Google จะแบนไหมเนี่ย???
    คำถามโลกแตกในตอนนี้ เลยก็ว่าได้ เพราะอะไร ผมไม่แน่ใจว่า ในบ้านเรา มุ่งแต่ว่า จะทำเงินจนลืมมองไปหรือเปล่า หากเปรียบเทียบสถานการณ์ในตอนนี้ ระหว่างไทย กับ เทศ รูปแบบของการทำเงินต่างกัน
    ไทย : มีเป้าหมายในการทำเงิน มากกว่าเนื้อหา หรือความเป็น unique content
    ต่างประเทศ : มุ่ง content มากกว่า เงิน
    ซึ่งสุดท้าย เราจะเห็นได้ว่า เว็บในต่างประเทศสามารถทำเงินได้เยอะ และมากมาย เพราะความน่าสนใจของเนื้อหา เอกลักษณ์ของเว็บ ไม่ว่าจะเป็น deli.cio.us, Digg, Flickr เป็นต้น

    ทำให้เรามองข้ามการที่จะสนใจใน Policy ของ google ไป แล้วเอาไปทำตามๆ กัน ทำให้โดนแบน ซึ่งหากมันแบนเฉพาะคนก็คงไม่เดือนร้อนผมแน่ๆ แต่ถ้าจะเกิดอย่างที่เคยเป็นมา นั่นคือ PPC บางเจ้า แบนไม่จ่ายเช็คมาไทยเลย เพราะเราไปทำเค้าไว้เยอะ ตรงนี้มันแย่กว่า
    ดังนั้น สำหรับท่านที่ไม่รู้ ก็แนะนำให้ลองไปอ่านต้นฉบับใน google เลยครับ หรือว่า หากแปลไม่ค่อยออก ก้แนะนำบล็อกคุณ เอฟ นะครับ ท่านนั้นแปลไว้แล้ว เท่าที่เห็นคือ กฏหลัก ครบแล้วครับ ลองไปดูกันได้ที่นี่ครับ thaiadsense.blogspot.com

    ตอนนี้เอาเป็นว่า แค่นี้ก่อนแล้วกันครับ นึกคำถามไม่ออกเหมือนกันครับ

    MSNbot speed up.

    เมื่อวันก่อนก็บอกไปแล้ว msn คงจะยากที่จะมาแย่งบัลลังค์จาก google เนื่องจากปริมาณ indexs เทียบกันไม่ได้ แต่นั่นก็ถือว่า เป็นสิ่งที่ msn คงได้ทำการบ้านไว้แล้วว่า msn คงจะสู้เรื่องจำนวนของ indexs กับ google ไม่ได้

    msn จึงได้พยายามติดสปีด ให้กับตัวเองครับ แน่นอนครับมีหลักฐานคาตา

    msn bot speed up

    เข้ามาพร้อมกันทั้งสองตัวเลย นี่คงเป็นอีกเกมส์นึงที่ทางmsn เริ่มเดินเครื่องแล้ว

    สำหรับผมคิดว่า ถ้าตราบใด msn ยังไม่สามารถตอบโจทย์ ตัวเองได้ msn ก็ยากที่จะขึ้นมาเป็นผุ้นำได้ครับ

    1. Easy to Use.
    ถ้าหากเทียบกัน ในช๊อต ต่อช็อตแล้ว เรื่องความง่ายต่อการใช้งาน ของ google ก็ยังคงที่น่าจะมาครองอยู่ครับ เพราะเมื่อคุณเข้าไปใน msn.com หรือแม้แต่ msn.co.th เราก็จะพบกับเนื้อหาอื่นๆ ปะปนอยู่ แม้ว่าไอ้กล่องค้นหานั้นจะอยู่ด้านบนก็ตาม

    แต่อย่างลืมว่า มันรกตาเหลือเกินกับเนื้อหาในหน้าเว็บ อีกทั้งมันยังดึงความสนใจจากส่วน search ไปเสียด้วย

    ประเด็นต่อมา แม้ว่า msn จะนำเอาเจ้าระบบนี้ เพิ่มเข้าไปในส่วนของ msn messenger, windows ก็ตาม ความน่าเชื่อถือของ msn ที่มีมาไม่ว่าจะเป็น บัก ในตัว msn messenger, security ที่ดูค่อนข้างจะคลอนแคลน ทำให้ความน่าเชื่อถือลดลง เมื่อเทียบกับ google desktopsearch อยู่ดี

    จากนั้น แนวรบของ google มิได้จบแค่นั้น google หันไปหา บราวเซอร์แห่งค่ายคู่แค้นเก่าของ MS นั่นคือ Firefox นั่นเอง (firefox ได้รับเงินสนับสนุนจาก netcape นะครับ) จับมือกัน เพิ่ม feature google search เข้าไปใน firefox ก่อนแล้ว คงไม่ต้องบอกว่า ดูแล้วนอกจากที่ firefox จะออกมาสร้างความน่าเชื่อถือในความปลอดภัย และความเร็ว ที่เหนือกว่า IE 6.0 อยู่หลายขุม การรวม google search เข้าไปยิ่งทำให้เป็นการสร้าง กระแสเพิ่มขึ้น

    อีกทั้ง การทำการตลาดของทาง google ด้วยการเปิด firefox referer ใน adsense ยิ่งผลักดันให้ firefox และ google ก้าวเข้าไปอีกมากมาย เหมือนกับเป็นการตอกย้ำแบรนด์ของทั้งคู่เพิ่มขึ้นไปนั่นเอง (เรียกได้ว่า มองไปทางไหน ก็จะเห็น logo เชิญให้ดาวน์โหลด ไฟร์ฟ๊อกนี่ล่ะ)

    ทีนี้ มาดูในส่วนของ google desktopsearch กับตัวระบบค้นหาใน vista กันบ้าง ตัวของ วิสต้าเองนั้น ระบบค้นหาถูกมองว่า ลอกแบบหรือแนวคิดมาจากในค่ายของ MAC os ยิ่งหากเอามาผนวกกันเข้าไปกับตัว serach engine ของ msn แล้ว แน่นอนว่า มันดูน่าสนใจแน่ๆ แต่...

    เมื่อระบบ search ของ vista เองยังดูแล้วไม่ค่อยนิ่ง (อาจจะเป็นเพราะว่า มันยังไม่สมบูรณ์) และด้วยตัวของ vista เองที่ต้องการคอมพิวเตอร์ spec ที่เรียกได้ว่า ค่อนไปทางสูงทีเดียว จึงต้องทำให้คนใช้งาน คงไม่แลกด้วยแน่

    ในขณะที่ google desktopsearch นั้น สามารถทำงานได้คล้ายกัน ค้นหาไฟล์ในเครื่องได้ รวมทั้ง feature อื่นๆที่มีมา และที่สำคัญ google ใช้แนวคิดนี้ก่อน ทำก่อน (โปรแกรมค้นหา ที่ใช้ได้ทั้งหาข้อมูลในเครื่องและบนอินเตอร์เน็ต) ฐานข้อมูล indexs ของgoogle ที่มีตุนอยู่แล้ว อีกทั้งยังไม่ต้องที่จะ อัพวินโดว์ อัพเครื่องเพื่อใช้งานสิ่งเล็กๆ เหล่านี้

    ดังนั้น Google ก็กินไปแล้วล่ะครับ

    2. Easy to Access.

    ความง่ายในการเข้าถึง แม้ว่าในอนาคตที่กำลังจะเกิด msn จะเพิ่มระบบ search เข้าไปในตัวของ msn messenger,windows ก็ตาม แต่อย่างลืมนะครับว่า นั่นคือในอนาคต นั่นคือสิ่งที่ยังมาไม่ถึง ในขณะที่ google นำไปก่อนแล้ว

    มันเป็นเรื่องยาก ที่จะเปลี่ยนหรือเบี่ยงกลุ่มของผู้ใช้ ให้หันไปรับของใหม่ๆ (และยังไม่รู้ว่า มันมีบักหรือไม่ ของ msn) มันเป็นเรื่องที่แน่นอนว่า ถึงอย่างไรเสีย ก็จะมีคนกลุ่มหนึ่งที่ ยังคงใช้ googleอยู่นั่นเอง

    อีกกลุ่มหนึ่ง ก็จะหันไปลองใช้ดู ถ้าดี ก็ใช้ต่อ ถ้าไม่ดี ก็กลับมาหา google หรือตัวอื่นๆ อีกทั้ง ถ้าไม่ดี ไม่รุ่ง ผลจากการบอกต่อ ก็ยังมีผลกระทบต่อmsn อีกอยู่ดี แต่ถ้าหากดี มีการบอกต่อ ก็ยังคงต้องกลับไปอ่านย่อหน้าข้างบนว่า ไม่ใช่เรื่องง่ายที่เปลี่ยน พฤติกรรมของคนใช้งาน

    จุดต่างของทั้งสองค่าย ที่น่าจะเรียกได้ว่าต่างกันสุดขั้วคือ MS มีfeature ดีๆ สำหรับคนเสียเงิน เช่น คุณเสียเงินซื้อ windows มาแล้วค่อยได้อันนี้ อันนั้นไปใช้งานในทางตรงกันข้าม google แจกฟรี ให้ใช้ฟรีแล้วค่อยมองเกมส์ทางธุรกิจ เรียกได้ว่า google มีจุดกระตุ้นต่อมของคน นั่นคือ คำว่า "Free" นั่นเอง

    ไอ้คำว่าฟรี นี่เอง ที่เป็นตัวดันให้มัน easy to access ของ google ไม่ว่าจะทำ gmail ขนาด 2 กิ๊กฯ มาให้ใช้ หลายคนถามว่า google ได้อะไร (ลองเข้าไปดูใน gmail ดีๆ สิครับแล้วจะรู้ว่า google ได้อะไร ) การที่เอาเจ้า picasa ออกมาให้ใช้ฟรี (google ได้ traffic ส่วนหนึ่งเข้า blogger.com เพราะ feature ของ picasa มาแล้ว แล้วไม่ต้องคิดเลยว่าเจ้า blogger.com เนี่ยทำอะไรให้ google หึหึ)

    การรวมเอาสิ่งต่างๆ มาทำเป็น google pack เพื่อดันความเป็น google เหมือนกับการตอบย้ำแบรนด์ การซื้อ keyhole มาเพื่อ google earth ให้ใช้ฟรีๆ (เพื่ออนาคตของ google อีกนั่นล่ะ เป็นช่องทางการเพิ่มลู่ทางหารายได้ของ google เค้าล่ะ)

    และอื่นๆ ตรงนี้ล่ะครับ เจ้าคำว่า free ที่ทำให้ google ทำอะไรก็ดู easy ไปหมด

    สุดท้ายแล้ว งานนี้สรุปเหมือนเดิมว่า ยากที่ msn จะมากิน google ครับ แม้ว่าจะมีคนมาบอกในบล็อกผมว่า "นั่นไมโครซอฟต์เชียวนะ"

    Type of adsense.

    เมื่อตอนที่แล้วได้พูดถึงการสมัคร กฏกติกา และ faq ที่ผมได้เห็นกันมาบ่อยๆ กันไปแล้ว อันดับแรกที่เราจะต้องรู้คือ ประเภทของ ads กันก่อนครับ

    1. [tag]Adsense for Content[/tag].
    ชื่อ ก็บอกแล้วครับว่า เป็น ads สำหรับเนื้อหา ดังนั้น คงไม่ยากที่จะเข้าใจนะครับ แต่ในส่วนของ ads for content นั้นจะแบ่งออกเป็นสองส่วนย่อยๆเข้าไปอีกครับ

  • [tag]Ads Unit[/tag]. :กลุ่มของ ads ที่มีลักษณะเป็นกล่องๆ มี title,description และ link ของ ads อยู่ครับ
  • [tag]Link unit[/tag] : กลุ่มของ [tag]ads[/tag] ที่มีลักษณะเหมือน เมนูลิ้งค์ หรือ list ของลิ้งค์นั่นเอง
  • โดย ads ของในส่วนนี้จะเป็นส่วนที่จะต้องใช้ bot ที่ชื่อว่า media-partners มาทำการเก็บข้อมูลก่อนที่จะเลือก ads มาแสดงให้เห็นกัน ดังนั้นในช่วงแรกที่เราได้ทำการแปะ ads นั้นจะไม่มี ads แสดง (จริงๆแล้วมีครับ แต่เป็น ads การกุศลไม่ได้อะไรครับ) ช่วงเวลาที่ที่ ต้องรอคือจะประมาณ ไม่เกิน 1 วันครับ สำหรับหน้าเว็บภาษาไทย แต่ถ้าเนื้อหาเราเป็นภาษาอังกฤษหรือ ภาษาที่ระบบของ google support จะใช้เวลาไม่ถึง 2-3 ชั่วโมง ก็มี ads ขึ้นแสดงแล้วครับ

    สำหรับในภาษาไทยนั้น เทคนิคที่ทำให้ โอกาสของ ads ขึ้นง่ายๆ และเร็วๆ มีอยู่สองอย่าง เท่าที่ผมทราบ และได้ลองทำดู อันดับแรกคือ การใส่ keyword ที่ต้องการลองในเนื้อหา เช่น หากเนื้อหาเราเกี่ยวกับการทำเว็บ ก็เปลี่ยนจาก เว็บ เป็น web, เว็บโฮสต์ = web host เป็นต้น ยิ่งใส่กระจายๆ เยอะมากขึ้น ก็มีโอกาสที่ ads จะแสดงได้มากขึ้นเช่นกันครับ

    *** Mini trick: ในการใส่ ถ้าเป็น การทำweb กับ การทำ web แบบที่เขียนติดกัน มีโอกาสเจอน้อยไม่ต่างจากภาษาไทยเลย เพราะไวยากรณ์ของภาษาอังกฤษ คือการเขียนคำเว้นคำ นั่นเอง

    อันดับต่อมาคือ การใช้ keyword in url เช่น http://www.i-morm.com/2006/02/seo-project-the-road-to-website.html หรือ http://www.i-morm.com/about/ ระบบของ google จะเลือกเอาคีย์เวิร์ดที่พบใน url มาเป็นส่วนหนึ่งในการคัด ads มาแสดง

    งงไหมครับ อย่างเช่น เมื่อไอ้เจ้า media-partner เจอ url อันแรก bot จะเจอคีย์เวิร์ดคำว่า seo,project,road,website หรือ about จะไปเลือก ads ที่มีคนโฆษณาใน google โดยใช้คำเหล่านี้ จากนั้นจึงตัดสินใจเอา ads มาแสดง (adsense เกี่ยวข้องกับ adwords เพราะเป็นระบบที่เกี่ยวข้องกัน)

    ซึ่งสองวิธีนี้ ถ้าถามว่า วิธีไหนประสบความสำเร็จมากกว่า ต้องตอบว่า ก้ำกึ่ง บ้างท่านที่ได้คุยมา พบว่า แบบการใส่ใน content ได้ผลกว่า บางท่านบอกว่า แบบสองดีกว่า (แต่มีหลายคนบอกว่าแบบสองเยอะเหมือนกันครับ)

    2.Adsense for Search.
    ส่วนนี้ เป็น การเลือกติด กล่องค้นหาของ google ซึ่งในส่วนนี้จะมีข้อดีตรงที่ ไม่ต้องรอ bots มา crawl แล้วถึงค่อยเลือก ads ให้ ตรงส่วนนี้ น่าจะเหมาะกับการติด adsense แรกเลยครับเพราะว่า ไม่ต้องรอ ใช้ได้เลย

    ดังนั้นในส่วนนี้คงไม่มีปัญหาอะไร ดังนั้นคงไม่น่าจะมีปัญหาอะไรครับ

    3.[tag]Adsense[/tag] Referer.
    ส่วนนี้จะเป็นการติด adsense อีกแบบหนึ่งที่ไม่ต้องรอ bots มา crawl แต่อย่างใด เจ้า ads [tag]referer[/tag] นี่จะมีอยู่ 2 ตัวครับ

  • Adsense Referer เป็นการติด ads เพื่อชักชวนให้คนเข้าไปสมัคร adsense โดยผ่าน referer จากคุณ ผลตอบแทนในส่วนนี้จะให้ $100 หากผู้ที่สมัครโดยใช้ refer ของคุณ ทำเงินได้ $100 ภายในเวลา 180 วัน ซึ่งตรงนี้ ยากนะครับอย่าคิดว่าง่าย
  • Firefox Referer เป็นการติด ads เพื่อคนคลิกไปติดตั้ง firefox
  • ในส่วนนี้จะได้เงินก็ต่อเมื่อ มีการทำจนเสร็จ เช่น ดาวน์โหลดเสร็จ หรือทำเงินจนครบนั่นเองครับ

    ปล.ตอบคอมเม้นต์ ที่แล้วนะครับ
    การทำ seo เพื่อให้ได้ SERPs ดีๆ นั่นคือ ทำให้เราได้มีโอกาสได้รับ traffic ขึ้น ยิ่งในเว็บที่ต้องการขายของหรือ pr สินค้า การที่เว็บคุณอยู่ในอันดับต้นๆ ย่อมทำให้ คุณสามารถเสนอขายสินค้าหรือ pr product ของเราได้มากขึ้น ส่งผลต่อการขายอีกด้วย เพราะการที่คน ค้นหาสิ่งใดสิ่งหนึ่งนั้น เป็นการแสดงว่า เค้าสนใจอยู่แล้ว ยิ่งมาเจอข้อมุลที่ต้องการยิ่งเป็นการกระตุ้น ความอยากเป็นลำดับสอง ถือว่าเป็นการกระตุ้นการขายอีกด้วย

    ต่อมา การทำ content ดีๆ จะเป็นการดึงให้คนจมอยู่ในเว็บเรามากกว่าคลิกหรือไม่ นั่นแสดงว่า คุณยังคิดแค่ว่า จะไม่มีคนคลิก ads การทำเว็บเนื้อหาดี เนื้อหาดี ถือเป็นการที่ดึงคนเข้ามาได้ มากกว่า เมื่อคนเข้ามามากกว่า โอกาสย่อมมีมากกว่า จากนั้นเมื่อเนื้อหาดี มีคนเข้า เทคนิคการทำ optimization หน้าเว็บให้คนไม่ลังเลที่จะคลิก หรือ ทำให้คนมีแรงดึงดูดที่จะคลิก นั่นเอง (ไม่ได้หมายความว่าการเขียนให้คลิกนะครับ)

    แต่ถ้ามันตรงกันข้าม ไม่มีคนเข้าเว็บ คุณจะทำอะไร ได้ล่ะครับ เมื่อเค้าเข้ามาแล้วออกไป โดยไม่สนใจที่จะมาอีกเลย....นั่นยิ่งทำอะไรไม่ได้ไม่ใช่เหรอครับ

    Relationship of Adsense,Adwords and SEO.

    ผมเชื่อว่า หลายคนยังคงงงอยู่ว่า [tag]Adsense[/tag],[tag]Adwords[/tag] และ SEO. มันอะไร มันเกี่ยวอะไรกัน เห็นเดี๋ยว Adsense เดี๋ยว adwords ซักพัก ก็ไป SEO อีก อะไรกันหว่า มันเกี่ยวกันด้วยเหรอ

    บางท่านอาจจะ เอ้า ไม่ใช่อันเดียวกันเหรอ แล้วมันยังไง กันแน่???

    เอาเป็นว่าเดี๋ยวจะเริ่มต้นให้ฟังทีละอัน ร่วมทั้งความเกี่ยวเนื่องกันครับ

    [tag]SEO[/tag] หรือ Search Engine Optimization. การทำ seo นั้นผมได้กล่าวไปแล้วว่า มันคือ การทำหน้าเว็บไซต์ ให้สามารถสื่อสาร หรือ ให้ [tag]Search Engine[/tag] เข้าใจหน้าเว็บของเราว่า มันเกี่ยวข้องอะไร กับเนื้อหาอะไร มีอะไรอยู่ในหน้าเว็บหรือในเว็บเราบ้าง เพื่อให้ search engine เลือกเว็บเราขึ้นแสดงใน SERPs ตามที่มีคนค้นหามา

    จุดสำคัญของการใช้งาน search engine เป็นอันรู้ๆ กันอยู่ว่า คนที่หาข้อมูลจะต้องใช้ คำค้นหา หรือ keyword ในการค้นหาหน้าเว็บ ข้อมูล ในสิ่งที่ตนต้องการ

    ดังนั้น [tag]keywords[/tag] จึงเป็นสิ่งสำคัญที่คนทำเว็บ(โดยเฉพาะคนที่ทำ SEO) จะต้องทราบ คีย์เวิร์ดที่ค้นใช้มากๆ ในกลุ่มของเนื้อหาที่ตนเองทำ เช่นคนที่ทำseo เว็บในกลุ่ม บันเทิง ก็ควรจะต้องรู้ว่า มีคนค้นหาอะไรมากที่สุด เพื่อนำเนื้อหา นำสิ่งที่ user ต้องการมาตอบสนองได้อย่างถูกต้อง ตามหลัก Demand ,supply ทั่วไป

    นอกจากนั้น การทำ seo ยังทำให้ [tag]robots[/tag] ของ search engine เข้าใจเว็บเราว่า มี [tag]คีย์เวิร์ด[/tag] มีเนื้อหาอะไร ตรงกับความต้องการของ user แค่ไหน และเลือกเว็บเราขึ้นไปแสดงให้ user ได้เห็น หาก search engine สามารถเข้าใจเว็บเราได้มาก รู้ว่าเว็บเราของที่ user ต้องการ search engine ก็จะเลือก เราขึ้นไปแสดงเป็นอันดับต้นๆ

    พูดง่ายคือ การทำให้ เว็บเรา กับ search engine เป็นเพื่อนกัน ยิ่งเป็นเพื่อนสนิทกันเท่าไหร่ เพื่อนก็ย่อมเลือกเพื่อนสนิทกว่า ผลักดันเพื่อนรับในสิ่งดี และช่วยเหลือกัน นั่นเอง (SEO=Search engine friendly.)

    ทีนี้ search engine อย่าง google, msn,yahoo กลับมีข้อมูลที่คนทำเว็บต้องการ นั่นคือ คีย์เวิร์ด คำที่คนค้นหามากที่สุด สินค้าผลิตภัณฑ์ใด มีคนหามากที่สุด google กำข้อมูลที่สำคัญเอาไว้ ทำอย่างไรล่ะ google ถึงจะแปลข้อมูลให้เป็นเงินได้

    [tag]Adwords[/tag] จึงถือกำเนิดขึ้น (จริงๆมันเกิดก่อนหรือหลัง adsense ผมเองก็ยังหาไม่เจอ แต่ยกมาก่อนเพื่อเชื่อมโยงเนื้อหานะครับ) โดยนั่นคือ การที่ google ให้คนที่ต้องการทำโฆษณาขายสินค้า ได้มาทำโฆษณา ในเว็บตัวเอง พูดง่ายๆ คือการขาย ads นั่นเอง

    แต่ ถ้าขาย ads ธรรมดา google ก็คงเต็มไปด้วย ads จำนวนมาก และสินค้ามั่วซั่วปะปน กัน คนที่มาลงโฆษณาก็จะจำใจรับสถานการณ์ 50-50 ที่คนจะซื้อ หรือ คลิกไปดูสินค้าของตน (รวมทั้งหน้าเว็บ) ทำอย่างไรล่ะ ถึงจะทำให้ google ไม่รกไปด้วย ads และคนมาซื้อโฆษณาได้รับ หรือได้แสดง ads ให้กลุ่มคนที่สนใจจริงๆ มากกว่าการมองเห็นจำนวนมาก ลงทุนสูง แล้วผ่านไป (ตามหลัก 80-20)

    แน่นอนว่า google มี keywords ที่เก็บไว้อยู่ในมือแล้ว google จึงเสนอวิธีการที่ ให้ ผู้ลงโฆษณา เลือกคีย์เวิร์ดที่เกี่ยวข้องกับสินค้า หรือ product ของตัวเอง

    เมื่อ user มาค้นหา สิ่งที่ตนต้องการเช่น ค้นหาคำว่า ipod นอกจากผลการค้นหาแล้ว google ก็จะไปดูว่า มีผู้ลงโฆษณาคนใดบ้าง ที่เลือก keywords คำว่า ipod ไว้บ้าง ขึ้นมาแสดง

    ซึ่งเมื่อ user เห็น โฆษณา เกี่ยวข้องกับสิ่งที่ตัวเองค้นหา ยิ่งเป็นแรงกระตุ้น ในคนเลือกที่จะคลิก โฆษณา ไปดูสินค้า หรือ บริการที่ต้องการนั่นเอง และเมื่อ ไปเจอ landing page ที่เสนอการขายดีๆ มีข้อความแนะนำ สินค้า บริการ เป็นที่ถูกใจ โอกาสที่คนจะซื้อสินค้า นั้นก็สูงตามไปด้วย

    นี่เองเป็นแรงกระตุ้น เป็น step 1-2-3 ให้คนอยากได้สินค้า อยากได้บริการนั้นๆ ทำให้ ผู้ลงโฆษณา ได้รับผลตอบแทนสูง google ได้รับค่าโฆษณา มากขึ้น

    แต่ปัญหาคงไม่จบ ถ้ามีคนลงโฆษณา ใน keyword เดียวกับมากๆ google จึงนำระบบ bid keyword หรือประมูล keyword มาใช้ ใครประมูลมาก ก็ได้แสดง ใครประมูลสู้ไม่ได้ ก็ตกไป

    กำไร ก็อยู่ที่ google อยู่ดี เพราะ google มีทั้งข้อมูล มีทั้ง traffic อยู่ในมือ

    แต่ google เอง ก็คงไม่มีพื้นที่พอให้ลงโฆษณาได้มากๆ เพราะหน้าเว็บของ google ก็มีอยู่แค่นั้น เท่าที่เราเห็นกัน ยิ่งเนื้อที่มีน้อย ความต้องการมาก ราคา bid ของ keywords ก็จะมากตามไปด้วย โอกาสที่ google จะได้เสียฐานลูกค้าระดับล่าง ก็มีมาก ปริมาณ ก็ที่รับได้ ก็น้อย แล้วจะทำอย่างได

    google จึงหาทางออกด้วยการทำ Adsense นั่นเอง เพื่อให้คนทำเว็บ ได้เอาไปติดโฆษณากัน เพราะ google คงไม่มองเว็บใหญ่ๆ ที่มี traffic สูงๆ เพราะเว็บเหล่านั้น มีศักยภาพ มีเงินทุน อยู่แล้ว ในขณะที่ เว็บที่มี traffic ไม่มากนัก ไปจนถึงเว็บที่มี traffic น้อย ได้นำไปติด

    เพราะ google รู้ดีว่า เว็บระดับกลางไปจนถึงเว็บเล็กๆ มีมากแค่ไหน ดังนั้น สมมุติว่า เนื้อที่ของ ads บนหน้าของ google มีพื้นที่ประมาณ 250x600 pixel เท่านั้นเอง เมื่อมีเว็บที่นำ adsense ไปแปะ จำนวน 1,000,000 เว็บ พื้นที่โฆษณาของ google ก็จะกลายเป็น (250x600)x1000000 pixel

    กลายเป็นพื้นที่ขนาด มหาศาล จากนั้น Google ก็กระจายเม็ดเงินจากการ bid ของ keywords ใน adwords ลงมายังเว็บที่ติด adsense

    วิธีการเพื่อให้ google นำ keywords ของผู้ลงโฆษณา มาลงได้ นั่นคือ อาศัยการปรับปรุง robots ที่ใช้หา keywords ในหน้าเว็บอยู่แล้ว เปลี่ยนมาเป็น ค้นหา keywords สำหรับตรวจสอบเนื้อหาในเว็บของผู้ติด adsense และนำไป เลือก ads ใน keyword ที่ได้มีผู้ลงโฆษณาไว้ใน adwords นั่นเอง รวมทั้ง ตั้งชื่อให้กับ robots ตัวนี้ว่า Mediapartnets-Google

    จากนั้น google ก็ได้ทำการเพิ่มลูกเล่น รูปแบบต่างๆ ใน adsense อย่างที่ได้กล่าวไปแล้วกับ ประเภทของ adsense เพื่อกระจายรูปแบบของ adsense ให้เข้าถึงผู้ใช้งานได้มากที่สุดนั่นเอง

    Tags :

    My opinion about MSN search engine.

    ขยันกันจริงๆนะ msn bot เนี่ย มากันได้บ่อย แถมพักหลังจะ เล่นซะมาแบบคู่ด้วย 555+

    msn bot

    ทีนี้มาถึงคำถามที่น่าสนใจในบล็อกผม จากคุณ กำ (นามสมมุติ) 555+ เหมือนกับในหนังสือพิมพ์เลย
    จากความคิดเห็นของผมเกี่ยวกับ msn ในหัวข้อ Engine better than Google soon???? มีสองคอมเม้นต์ ขอแสดงความคิดเห็นอีกครั้งนะครับ
    อันแรกเลยคือ

    อันที่จริงที่กล่าวมามันก็ถูกนะแต่ google ก็ต้องอาศ้ย ms อยุ่ดีเพราะถ้าไม่มี os ของ ms goole ก็ไม่ได้เกิดคุณว่ากันไหม

    อันนี้ ต้องบอกก่อนว่า google ถือกำเนิดจริงๆ ในช่วงปี 1995 โดย Brin และ Page ทั้งสองคนเรียนอยู่ที่ Stanford University ทั้งคู่เจอกัน และได้คุยกันถึงเรื่อง ของ วิทยานิพนธ์ ครับ คุยไปคุยมา ดันอยากศึกษาระบบของ link ในเว็บ เลยทำให้ทั้งคู่ต้องช่วยกันทำตัว crawler เพื่อวิ่งไปตามลิ้งค์ และนับจำนวน

    ในช่วงปี 1995 นั้นเป็นยุคทองของ pc ในตระกูล 486,486dx, 486dxII (คิดว่ามี 486sx อีกตัวป่าวหว่า) และก้าวเข้าสู่ยุคของ pentium (มั้งนานล่ะนะเนี่ย! ) MS เพิ่งออก windows 95 ออกมา (ถ้าผมอ่านแล้วจำมาไม่ผิดนะ) ซึ่งหากใครเคยใช้เจ้า windows 95 น่าจะรู้ว่า มันเหมาะสำหรับทำงาน office เท่านั้น การเขียนโปรแกรม ยังไม่มี tool ช่วยมากนัก (ไม่มีเลยดีกว่ามั้ง)

    ใครที่จะเขียนโปรแกรม มีอยู่สองทางเลือก นั่นคือใช้ MS-DOS กับ ใช้ Unix-linux ซึ่ง MS-Dos ในตอนนั้นก็ยังคงทำอะไรไม่ได้มาก เช่นกันครับ MS ยังคงมี market share ไม่เยอะ (แต่เริ่มกินมากขึ้นตั้งแต่ช่วง windows 3.11) ระบบ server ยังคงเป็น Unix

    ดังนั้นการที่ Birn และ Page จะใช้ MS ในการเขียน crawler นั้น ผมว่า น่าจะน้อย (ผมใช้คำว่าน่าจะ เพราะผมมิใช่ทั้งสองคน 555+) หรือแทบไม่มีเลย

    อีกทั้งในปัจจุบัน ระบบของ google ก็ยังคงเป็น Unix server หลายร้อยหลายพันเครื่อง (ว่ากันว่า หลักแสน แต่ผมไม่แน่ใจนะ ยังไม่เห็นข้อมูลแท้ๆ) ช่วยกันประมวลผล อีกทั้ง ระบบเริ่มต้นของทั้งคู่ อาศัยคอมพิวเตอร์บริจาค โอกาสที่จะนำมารัน MS windows เป็น 0 เลย

    first server of google
    server ตัวแรกของ google ที่เป็นคอมฯ บริจาค

    ทำให้ คำตอบอยู่ที่ แม้ไม่มี MS google ก็เกิดครับ เพราะยังไงทั้งสองคน ก็ต้องทำ thesis ส่ง ไม่งั้นไม่จบ เหอๆ

    เครื่องคอมเราใช้อะไรกันครับผมใช้ windows ครับถ้าคนอื่นใช้อย่างอื่นก็ไม่ว่ากันคับเห็นมะถ้าไม่มี windows google จะมีไหมครับหรือใครจะไปเปิดใน os ตัวอื่นก็ได้แต่จะ subprot ดีไหมอันนี้ผมไม่รุ้นะครับ อิๆๆ

    แน่นอนครับว่า MS กินส่วนแบ่งตลาด OS ตอนนี้สูงมาก แต่.....
    ทำไม คนหลายคนนิยมใช้ winamp ฟังเพลง ทั้งๆ ที่มี windows media ???
    ทำไม คนนิยมใช้ dreamweaver มากกว่า frontpage ???
    ทำไม คนนิยมดูหนังด้วย powerdvd,windvd ???
    ทำไม server ส่วนใหญ่ ยังคงเป็น linux-unix ???
    และอื่นๆ

    ตรงนี้ล่ะครับ มันจะเป็นคำตอบส่วนหนึ่งว่า ทำไม MSN search ถึงยากที่จะกิน google แนวคิดของทั้งสองค่ายมีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
    MS= Pay for Use.
    Google = Free for Use.

    ยังไง คนก็ชอบของฟรี (มองตลาดใหญ่นะครับ อย่ามองแผ่นผีอย่างเดียว)

    ประเด็นต่อมา Google พยายามดึง ทุกอย่างเข้าสู่เว็บไซต์ตัวเอง แทบทั้งหมด ทุกส่วนรันอยู่บนเว็บเบส เมื่อมันอยู่บน Plateform ของเว็บ เพียงแค่คุณมีเว็บบราวเซอร์ ไม่ว่าจะเป็น Mozilla,Netcape,Opera มันก็แทบจะรันได้หมด บน OS ทั้ง linux, Unix,Mac os หรือแม้แต่ windows ของ MS เอง

    สิ่งเดียวที่สำหรับผมคิดว่า MS จะได้เปรียบ นั่นคือ ความเป็น windows และ MS ที่ทำให้ใครก็ตามที่เข้าสู่ windows แล้วหนีออกยาก เพราะ MS คุมมิให้ application ตัวเองไปรันอยู่บนตัวอื่นๆได้

    ครั้งนึงหลังจากที่ ผมทำ Serial number ของ windows me ของแท้หาย ผมไม่สามารถใช้งานได้เลย ทำให้ตัดสินใจว่า ไม่เอาล่ะพอกันทีกับ MS
    หันไปใช้ linux เต็มตัว แน่นอนผมทำเว็บไม่ต้องใช้อะไรมาก text editor ธรรมดาก็ทำได้ รัน server บน linux ก็ได้

    แต่ ปัญหาเดียว ผมทำรายงานส่งให้คนอื่นไม่ได้ เพราะไม่มีใครใช้ Openoffice กับผม แล้ว Oo เมื่อsave เป็น .doc แล้วมันเพี้ยน โดนเพื่อนโวย นั่นล่ะครับ ทำให้ผมรู้ว่า นี่ล่ะ culture shock ของ MS 555+

    แต่งานนี้อย่างที่ได้บอกไปแล้วครับว่า MSN กิน google ยาก และต้องดูกันยาวๆ อนาคตเป็นสิ่งไม่แน่นอน
    แต่ผมเชื่อว่า อย่างน้อย MSN Search ยังไม่สามารถนำหน้า Google ได้แน่ๆ ภายใน สองปีนี้ .....

    หรือ อาจจะมากกว่า............

    ปล. ไม่มีไรทำไปเล่นตามบล็อกต่างประเทศเจอสคริปต์ ประเมิน มูลค่าของ blog ครับ 555+ ไม่น่าเชื่อว่า i-morm.com ของผม พี่แกประเมินให้โคตรเยอะเลย 555+ มีใครจะซื้อไหมครับ


    My blog is worth $1,693.62.
    How much is your blog worth?

    ลองไปเล่นดูนะครับ http://www.business-opportunities.biz/projects/how-much-is-your-blog-worth

    Tags :

    Tip for adsense.

    เนื่องจาก ตอนนี้ ความสนใจ หรือว่าความตื่นตัว[tag]เกี่ยวกับ adsense[/tag] มีค่อยข้างสูงมากๆ ทำให้ หลายคนสนใจ ที่จะสมัคร ซึ่งทำให้เกิดหลายต่อหลายคำถามมาก เกี่ยวกับ [tag]adsense[/tag] ก่อให้เกิด tip หรือ trick เล็กๆ น้อยๆ รวมทั้งคำตอบต่างๆ ที่น่าสนใจ จึงอดไม่ได้ที่จะเอามาเขียนถึงอีกครั้งครับ

    จากตอนที่ผ่านมาในหัวข้อ Adsense Thai FAQ. ก็ได้ทำไปแล้วตอนนึง แต่ยังมีคำถาม มีอะไรอีกหลายต่อหลายอย่างที่ยังไม่ได้ตอบ

    มีอีกหลาย ทิป ที่คิดว่ามีประโยชน์ สำหรับคนที่คิดจะ[tag]ทำ adsense[/tag] หรือใช้งาน adsense ให้ถูกต้องถูกวิธี ครับ ไอ้ครั้นจะแยกเป็นตอนใหญ่ๆ ก็เห็นว่า มันน้อยเกินไป ไม่รู้จะใส่น้ำอะไรนัก เลยเอามารวมกัน อีกตอนครับ

    1. adsense 1 account ใช้ได้กี่เว็บ???
    คำถามนี่ดูจะมีค่อนข้างบ่อยทีเดียวครับ ซึ่งgoogle อนุญาติให้เราสามารถใช้ adsense 1 account ได้หลายเว็บ ไม่ว่าท่านจะมีร้อยเว็บ พันบล็อก ก็ใช้ account เดียว

    สาเหตุ น่าจะมาจาก การที่ 1 account สามารถใช้ได้หลายเว็บ นั้น ง่ายต่อการจัดการของ google ไม่ว่าจะเป็นการตรวจสอบ การจ่ายเงิน รวมทั้ง การแบน อีกด้วยครับ นอกจากนี้ ยังง่ายต่อการที่ user จะนำไปใช้งาน เข้าไปเอาโค้ด ที่ไม่ต้องยุ่งยากวุ่นวาย สมัครหลายๆ ครั้ง จำหลายๆ account ครับ

    2. ทำไงให้ Approve ผ่าน???
    เนื่องจาก adsense ยังไม่ support ภาษาไทย ดังนั้น เว็บที่จะนำส่งไปให้ google ตรวจสอบนั้น ก็ควรจะเป็นภาษาที่ google support ง่ายสุดคือภาษาอังกฤษนั่นเองครับ

    เว็บที่ส่งไป google ไม่จำกัดว่า เป็นที่ไหน เพียงแต่ต้องไม่ผิดกฏกติกา เช่นไม่มีเนื้อหาลามก ไม่มีลิ้งค์โหลดของผิดกฏหมาย เป็นต้น [อ่านกฏที่แปลแล้วที่ thaiadsense.blogspot.com] ภาษาในเว็บต้องเป็นภาษาที่ support ล้วน หากมีภาษาอื่นที่ไม่ สนับสนุน เพียงนิดเดียว โอกาสที่จะผ่านหายไปเยอะเลยทีเดียว

    อีกทั้ง แม้ว่า google จะให้โอกาสเราส่งไปใหม่ ก็ตาม แต่จากที่เคยลองมา การส่งใหม่หลังจากที่ไม่ผ่านครั้งแรก โอกาสที่จะผ่านนั้น ต้องรอการตรวจสอบนาน อย่างน้อย 2-3 วันขึ้นไป ดังนั้นควรทำให้ผ่านทีเดียว

    3.แล้วจะทำให้ผ่านทีเดียวได้อย่างไร ล่ะ ???
    อันนี้ก็เป็นคำถามต่อเนื่องจากข้อที่แล้ว เทคนิคการทำให้ผ่านทีเดียวนั้น มีอยู่หลายอย่างครับ อันแรก เว็บที่สมัครผ่านง่ายที่สุด คือจากบล็อกที่ [tag]blogger.com[/tag],[tag]blogspot.com[/tag] ซึ่งทั้งสองที่นี้ เป็นของ google ที่ได้ซื้อไปเรียบร้อย ทำให้ได้รับการตรวจสอบเร็วกว่าที่อื่น (นิดหน่อย)

    เนื้อหาในเว็บ ที่เป็นภาษาอังกฤษ นั้น ควรมีเนื้อหาที่เป็นตัวหนังสือ ประมาณ 1 กระดาษ a4 ขึ้นไป ดูง่ายคือ ขอให้มันแสดงบนหน้าจอประมาณ 1 หน้า a4 นั่นล่ะครับ โอกาสผ่านมีสูงกว่า เนื้อหาที่น้อยกว่านี้

    กลุ่มของข้อมูลในเว็บ ควรจะมีความเกี่ยวข้องกันเช่น เนื้อหาเกี่ยวกับ adsense ก็ adsense เป็นหลัก เนื้อหา seo ก็ seo เป็นหลัก มีอย่างอื่นปนได้นิดหน่อย

    ถ้าได้ประมาณนี้ ไม่พลาดครับ ที่เหลือก็แล้วแต่ดวงว่า ไปเจอเจ้าหน้าที่ของ google เขี้ยวลากดินแค่ไหนเท่านั้น

    4.ผ่านแล้ว เอา adsense ไปแปะเว็บภาษาอื่นได้ไหม???
    แน่นอนว่าหลังจากที่ google approve ผ่านแล้ว เราสามารถจะเอาไปแปะที่ไหนก็ได้ หน้าเว็บภาษาไทย ลาว เขมร พม่า อะไร ก็ตามแต่ ขออย่างเดียว อย่าให้ผิดกฏเป็นพอ เพราะหลังจากที่ google ให้ผ่านแล้วนั้น google มักจะตรวจสอบอีกครั้งครับ

    นอกจากนี้ ในเว็บที่เราส่งไป หลังจากที่ google ให้ผ่านแล้ว เราจะเปลี่ยนเป็นภาษาอะไรก็ได้ เพียงแต่การที่ใช้ภาษาที่ไม่ support นั้น โอกาสที่ ads จะขึ้น ช้ากว่าทีเดียว โอกาสที่จะขึ้น ads ฟรี มีเยอะครับ

    5.google ตรวจสอบบ่อยแค่ไหน???
    จากการสังเกตของผม พบว่า google มักจะตรวจสอบเว็บตามกรณีต่อไปนี้คือ

    - มีอัตรา ctr สูงผิดปรกติ
    - ก่อนการจ่ายเงินหรือเช็ค
    - มีอัตราการคลิกสูง (อาจจะไม่มากก็ตาม) แต่ไม่มี feedback ที่ทำให้ คนลงโฆษณาใน [tag]adwords[/tag] ได้รับ เช่น ads ขายสินค้า มีคลิกจากเว็บเราไป 100 คลิก แต่ไม่มีการ register,ขายของไม่ได้เลย หรือคลิกไปหน้าแรก แล้วก็ปิด ไป ซึ่งรายงานตรงนี้ อยู่ที่การวิเคราะห์ของ google
    - กรณีอื่นๆ

    ซึ่งกรณีเหล่านี้ เป็นสาเหตุทำให้เราโดนแบนได้ง่ายๆ หามีข้อผิดปรกติเหล่านี้ เพราะว่าgoogle จะใช้ คนเป็นผู้ตรวจสอบครับ รวมทั้งมีการรายงานผลการคลิกให้กับผู้ลงโฆษณาด้วย ดังนั้น คิดจะโกง ก็คิดดีๆ นะครับ

    6. คลิกเองหรือให้เพื่อนช่วยคลิก จะโดนแบนไหม???
    อันนี้ บอกได้เลยว่า อย่าโกงเป็นดีครับ จากกรณีที่ทราบมาจากปากผู้ที่เคยโดน google แบนถึงลูกถึงหลาน ไป 4 รอบ มีทั้งการคลิกเอง ให้เพื่อนช่วยคลิก รวมทั้ง แม้แต่การใช้เครื่องหลายต่อหลายเครื่องคลิก ก็ยังไม่รอด ครับ

    หลังจากที่โดนแบนไปแล้ว เปลี่ยนชื่อ สมัครใหม่ ก็ไม่รอด google บอกว่า บัญชีนี้ มีความเกี่ยวข้องกับบัญชีที่โดนแบน เปลี่ยนชื่อใหม่ ที่อยู่ใหม่ สมัครผ่าน พอขอเช็ค โดนแบน สาเหตุเดิม วนอยู่อย่างนี้ ล่ะครับ

    ดังนั้น การไม่โกง google เป็นดี เพราะว่าถ้าสุดท้าย google แบนคุณแค่คนเดียวคงไม่มีปัญหา แต่ถ้า google ตัดสินใจแบน ทั้งประเทศ เหมือนอย่างที่เคยเกิดมาแล้ว ก็คงแย่นะครับ ทุกคนเดือดร้อน เพราะคนไม่กี่คน (ถ้าเห็นแก่ตัวขนาดนั้น ก็ทำไปเหอะไม่ว่า)

    เพราะในต่างประเทศเอง google แบนแบบไม่สนใจเลยครับ เคยมีคนเขียนร้องเรียนว่า สมัคร adsense ไม่ได้เนื่องจาก google บอกว่ามีปัญหา ชื่อนามสกุลเกี่ยวข้องกับบัญชีที่มีปัญหา ทั้งๆ ที่คนนั้นไม่เคยใช้งานมาก่อน (เพราะในต่างประเทศ ชื่อ นามสกุลซ้ำกันเยอะ อย่าง สมิธ อะไรพวกนี้) แต่ผลตอบกลับคือ google ไม่แคร์สิ่งเหล่านั้นเลย

    7. google แบนไม่จ่าย อย่างงี้ google ก็ได้เงินฟรีดิ???
    อันนี้คงต้องบอกว่าไม่ เพราะ Google จะจ่ายเงินคืนให้แก่ ผู้ลงโฆษณาครับ เนื่องจาก google ให้ความสำคัญแก่คนทำ adwords มากๆ google ถือว่า google ได้เงินจากคนทำ adwords ไม่ใช่ คนทำ adsense ดังนั้น google จึงไม่แคร์คนทำ adsense เลยก็ว่าได้ครับ

    ก็คงต้องฝากไว้ด้วยว่า อย่าทำผิดกฏกันเลย ครับ อย่างน้อยไม่เห็นแก่คนอื่นๆ ก็เห็นแก่คนใช้นามสกุลเดียวกับคุณเหอะครับ อีกหน่อยถ้าลูกคุณสมัคร อาจจะไม่ผ่านก็ได้นะ เพราะ google แจ้งมาว่า พ่อคุณน่ะ ขี้โกง ก็ได้ ใครจะไปรู้

    Yah....What???

    เห้อ ในที่สุด บทความใน i-morm.com ของผม ก็มีคนก้อบไป ก้อบไปก้ไม่ว่า หรอกครับ ผมรู้ดีว่า ยังไง ก็คงห้ามไม่ได้

    แต่ก้อบไป ขอหน่อยครับ มารยาท จรรยาบรรณ อย่าก้อบกันจนเป็น สันดาน แล้วไม่อ้างอิงที่มาที่ไป

    ต้นฉบับ มันท้อ นะครับ

    เซ็ง................... อ่า No comment

    จริยธรรมน่ะมีไหมเนี่ย......
    อย่าทำแบบ ผมอยากเสียภาษี เอ้ย ใส่ reference ให้ใจจะขาด

    เอาเป็นว่าเรื่องนี้ เคลียร์แล้วนะครับ ก็ถือว่าจบ

    เพียงแต่มันถือเป็นสิ่งที่ต้องทำ ตามพรบ. ลิขสิทธิ์ ที่ครอบคลุมไปถึง ข้อความโพสต์ในกระทู้ด้วยครับ ซึ่งหากว่า เจ้าของบทความ ข้อความสามารถพิสูจน์ ได้ว่าเป็นเจ้าของที่แท้จริง แล้วล่ะก็ การนำไปทำซ้ำ ถือว่าผิดด้วยเช่นกัน

    กรณีนี้เคยมีแล้วในเว็บอย่าง pantip.com ที่มีบางคนนำเอาข้อความของท่าน (ท่าน super U) ที่โพสต์บทความแปล ไปลงทำเป็นหนังสือ อันนั้นเป็น commercial เต็มๆ ก็มีการฟ้องร้องกัน ซึ่งไม่ทราบจุดจบเช่นกัน

    และที่ผมต้องมาบ่น กันเพราะว่า จริงๆแล้ว ที่ตรงนี้ ผมทำมาเล่นๆ ไม่ได้หวังผลกำไร (แต่เดิมเขียนเรื่องส่งหนังสือขายด้วยซ้ำ) ไม่ได้ต้องการอะไรเลย นอกจากแค่เอาสิ่งที่รู้ สิ่งที่ได้อ่านมา เขียนลง เอาไว้อ่านเองบ้าง ให้เพื่อนๆ ที่รู้จักกัน มาอ่านกันฟรีๆ

    ขอแค่กำลังใจกันเล็กๆ น้อยๆ ฟีดแบ็ค เล็กๆ เป็นกำลังใจให้คนทำต้นฉบับฟรี แห่งนี้บ้างเหอะครับ

    Tags :

    ขอพักอัพบล็อกชั่วคราวครับ

    ต้องขอพักอัพบล็อกชั่วคราว ไม่รู้ว่าเมือ่ไหร่จะได้มาเขียนอีก

    ไม่ใช่เนื่องจากการโดนก้อบนะครับ แต่เพราะเมื่อวานมีปัญหาครับ โดนดักตี ชิงทรัพย์ ซึ่งตัวผมเองก็เจ็บมือ เจ็บแขนพอสมควร แต่ที่หนักคือเพื่อนที่มาด้วยกันครับ

    ตอนนี้ยังออกจาก รพ. ไม่ได้ เนื่องจากเงี่ยงกระดูกต้นคอหัก ซี่โครงหัก แล้วก็น่วมไปทั้งตัวครับ เลยทำให้ต้องไปนอนเฝ้าที่รพ.

    ก่อนจบอันนี้ ก็ขอขอบคุณ ตำรวจแห่ง สน. ทุ่งสองห้องครับ ที่จับคนร้ายได้อย่างรวดเร็ว ภายในเวลาไม่นาน นั่งสอบสวน ทำคดีให้ผมถึง ตีห้ากว่า (เหตุเกิดตอนประมาณ สองทุ่มครึ่ง)

    ผมคงไม่มีอะไรให้มากกว่าคำขอบคุณ หรอกครับ แม้ว่าเป็นเพียงสิ่งเล็กๆ ที่ทำได้เท่านี้

    ตำรวจ สน.ทุ่งสองห้องทุกนาย ท่านคือ ผู้พิทักษ์สันติราษฏร์อย่างแท้จริงๆครับ

    ขอบคุณครับ

    MorMMaM

    Tags :

    Adsense optimize with Channels.

    เอาล่ะครับ วันนี้ อาการโดยรวมของผม เริ่มดีขึ้น นิ้วมือที่ปวดๆ มาสองสามวันเริ่มทุเลา อาการบวมเริ่ม ลดลง ไม่ค่อยปวดแล้ว ที่เหลือที่สร้างความทรมานสุดๆ คือ ปาก

    เพราะเจ้ากรรม แผลปากแตกมันดันกลายเป็น แผลร้อนใน ทรมาน มากๆ แสบสุดๆ เหอๆ

    เอาละครับ เข้าเรื่อง หลังจากที่ได้เคยกล่าวไว้ถึงว่า [tag]Channels ของ adsense[/tag] นั้น ช่วยอะไรเราได้เยอะเอาเป็นว่า ผมจะเริ่มอธิบายเกี่ยวกับ [tag]Channels[/tag] ใน [tag]google adsense[/tag] กันก่อนนะครับ

    Channels ของ Adsense คือ อะไร???
    หลายคนตั้งคำถามตอนที่เริ่มต้น ทำ adsense งงๆ ว่ามันคืออะไรช่วยให้เราได้เงินเพิ่มขึ้นเพิ่มขึ้นหรือไม่

    เจ้า channels ใน adsense นั้น เปรียบเหมือนกับ ช่อง แต่ละช่องที่แยกเก็บข้อมูล ให้นึกง่ายๆ ครับว่า ถ้า adsense เหมือนโฆษณา ในทีวีซักช่องหนึ่ง channels ก็เหมือนกับ รายการต่างๆ ที่แบ่งออกมาเป็นช่วงๆ

    ซึ่งในแต่ละช่วงเวลา จะมี rating ต่างกันไป ตามแต่ อย่างรายการ คุยคุ้ยข่าว อาจจะมีเรทติ้งสูงกว่ารายการข่าวอื่นๆ หรือ การ์ตูน ก็จะมีกลุ่มของผู้ดู ต่างจาก รายการข่าวเป็นต้น

    แล้วมันเกี่ยวกับ Channels ในadsense อย่างไร???
    ซึ่งตรงนี้ อยากให้นึกง่ายๆ ว่า การโฆษณาในทีวี ผู้ที่เผยแพร่รายการ ย่อมจำเป็นที่จะต้องรู้ว่า ช่วงไหน รายการใดให้ค่าโฆษณา ได้สูงกว่า

    การแบ่ง channels ใน adsense ก็เหมือนกัน เพราะการแบ่ง channels ออกมาก็จะช่วยให้เรารู้ได้ว่า ads ในตัวไหน ประสบความสำเร็จ ads ตัวไหนมี เรทติ้ง ดี ไม่ดี เพื่อที่จะให้เรามานั่งวิเคราะห์ได้ว่า ควรปรับอะไรตรงไหน ในช่วงไหน

    Channels ใน adsense หลักๆ จะประกอบไปด้วย
    1. URL Channels
    เนื่องจาก adsense นั้น สามารถนำไปใช้ได้กับ หลายๆ เว็บ ด้วย adsense 1 account (1 บัญชี ได้หลายเว็บไซต์) ทำให้ หากเราไม่ได้ทำ ตัวของ channels แล้ว ยิ่งเป็นการยากมากๆ ที่จะทราบได้ว่า เว็บไหน มีอัตราการคลิกสูง เว็บไหน ไม่มีใครคลิกเลย เป็นต้น

    วิธีการใช้งาน ก็ไม่ยาก แค่ ล็อกอินเข้าไปใน adsense จากนั้นไปที่ adsense setup แล้วคลิกต่อที่ channels

    จะเห็นกล่องข้อความด้านล่าง มีคำว่า manage url channels ก็กรอก url ที่คุณต้องการลงไป แล้วกดปุ่ม create แค่นั้นก็จบครับ

    tip: เท่าที่เคยอ่านมานะครับ พบว่า ถ้าเรา ใส่ www ข้างหน้า เช่น www.i-morm.com ตัว track ข้อมูลของ adsense จะถูกระบุแค่เฉพาะเว็บหลัก แต่ในกรณีที่คุณมี sub domain ตัวอื่นๆ เช่น travel.i-morm.com ก็จะถูกแยกออกไป

    วิธีการให้มันช่วย track ข้อมูลภายใต้ sub domain ตัวอื่นๆ ด้วย คือ ตอนนี้เราสร้าง url channels นั้น ให้ระบุ แค่ i-morm.com ไม่ต้องมี www จะทำให้ ระบบของ adsense ช่วย track ข้อมูล ใน sub domain ตัวอื่นๆ ให้ด้วยครับ

    2.Custom Channels
    google อนุญาติให้เราสร้าง channels ใช้งานเองได้ด้วย ซึ่งส่วนตัวแล้ว ผมนิยมใช้เจ้าตัวนี้ มากกว่า เพราะเราสามารถจะแยกการเก็บสถิติ ได้อย่างละเอียด หากเข้าใจ ข้อมูลตรงนี้จะช่วยให้เรา นำมา optimize หรือปรับปรุง ads ให้เหมาะสม มีคนคลิกมากขึ้นด้วย

    วิธีการใช้งานนั้น จะยุ่งยากกว่านิดหน่อยครับ
    อันดับแรก login เข้าไปใน adsense แล้วไปตรง adsense setup
    เข้าไปตรง channels (มีทั้งใน adsense for content และ adsense for search) จากนั้น เข้าไปใน manage custom channels

    แต่ก่อนที่เราจะสร้าง นั้น คุณจะต้องคิดก่อนว่า ในหน้าเว็บคุณ มี ads อยู่ตรงไหนบ้าง อย่างเช่นใน www.i-morm.com ของผม จะมี link unit, ads content วางอยู่ในตำแหน่งต่างๆ

    ผมเลยแบ่งกลุ่มของ channels เป็น
    - adslink_top (สำหรับลิ้งค์ด้านบน)
    - adscontent_right (สำหรับ ads for content ด้านขวา)
    - adscontent_center (สำหรับ ads for content ที่อยู่ตรงกลาง)
    - adscontent_footer (สำหรับ ads for content ด้านล่าง)

    จากนั้น ผมก็ เพิ่มชื่อเหล่านี้เข้าไป ตามที่ระบุ (จริงๆ แล้วผมแยกละเอียดกว่านี้คือ แบ่งตามเว็บไซต์ด้วย)

    หลังจากเพิ่มไปแล้ว เวลาที่เราจะสร้าง code ของ ads เพื่อนำไปใช้ ก็ไปเลือก ตรงหัวข้อ channels ตามตำแหน่งที่เราสร้างไว้ด้วยครับ แล้วจึงนำโค้ดไปใช้

    ประโยชน์ที่ได้จากการทำ channels
    ประโยชน์ที่คุณจะได้ จากการเสียเวลาทำ channels นั้น คุณจะได้เห็นข้อมูลที่มากกว่า จำนวนคลิก ใน เว็บที่ติด

    คุณสามารถจะเห็นได้ว่า ในเว็บนั้น มีคนคลิก ads ในตำแหน่งต่างๆ นั้น มีปริมาณมากน้อยแค่ไหน มีการแสดง ads ในแต่ละตำแหน่งต่างกันมากแค่ไหน (ในส่วนนี้ สำหรับในเว็บที่เป็นภาษาไทย จะเห็นผลมากครับ ว่า ads ตำแหน่งไหนที่มักจะแสดง ads ฟรี)

    ข้อมูลที่ได้มา สามารถทำให้เรานำมาปรับปรุง ว่า ทำไม ads ตรงนี้ถึงไม่ได้รับการคลิกมากเท่าที่ควร ads ในตำแหน่งไหน เหมาะสมแล้ว หรือแม้กระทั่ง หากเราทำดีแล้ว

    คุณสามารถมองเห็นได้เลยว่า ในจำนวนของเว็บหลายๆ เว็บที่เราติด adsense ของเราทั้งหมดนั้น ในเว็บไหน ตำแหน่งใด ดีที่สุด ซึ่งจะสามารถทำให้เรานำมา optimize ให้กับเว็บอื่นๆ หรือในตำแหน่งอื่นๆ ให้มีอัตราการคลิกสูงขึ้นตามไปด้วยครับ

    อ่า เริ่มปวดนิ้วล่ะ แค่นี้ก่อนดีกว่า เหอๆ

    Tags :

    Heat map of Google adsense.

    หลังจากที่ได้ทำการ [tag]opitmize adsense[/tag] ด้วยการใช้ channel กันไปแล้วนะครับ สำหรับในตอนนี้ ก็จะพูดถึง [tag]Heat map of Google adsense[/tag]. หรือเอาเป็นภาษาไทยง่ายก็คือ ตำแหน่งสุดฮอทสำหรับการติด adsense นั่นเอง

    ซึ่งดูแล้วหลายคนคงจะเจอปัญหากันไปแล้วกับ เอ! จะติดตรงไหนบ้างหว่า จะติดเยอะๆ ดีไหม แล้ววางตรงไหนดี นั่นล่ะครับปัญหาชวนปวดหัวเอาการทีเดียวครับ ปัญหานี้ ทาง google ก็มองเห็นแล้วครับว่า

    มันต้องมีคำถามแน่ๆ ล่ะ ก็เลยทำ Heat map ออกมา ซึ่งข้อมูลก็เอามาจากเว็บต่างๆที่ประสบความสำเร็จจากการทำ [tag]adsense[/tag] นั่นเองครับ ลองไปดู Heatmap กันก่อนเลย

    adsense heatmap
    (Source from google.com)

    สังเกตว่า พื้นที่จะแบ่งด้วยสีต่างๆครับ คือ แดง ส้ม เหลือง โดยแต่ละพื้นที่จะมาความหมายดังนี้ครับ
    - สีแดง หมายความว่า พื้นที่ตรง นี้ มีโอกาสที่จะได้รับคลิกเยอะมากที่สุด
    - สีส้ม หมายความว่า พื้นที่ตรง นี้ มีโอกาสที่จะได้รับคลิกเยอะ
    - สีเหลือง หมายความว่า พื้นที่ตรง นี้ มีโอกาสที่จะไม่ค่อยมากเท่าไหร่

    ส่วนสีขาวนี้คือ แทบไม่มีความหมาย

    ซึ่งตรงนี้ก็ช่วย guide ได้บ้างครับ แต่ถ้าผมจะมาเขียนแค่นี้ ก็ดูจะกระไร ไหนๆ ก้อไหนแล้ว เพิ่มเติม Optimize Tip เล็กๆให้เพิ่มแล้วกันเหอๆ

    1.นอกจากใช้พื้นที่ ตรง heat map แล้ว การ optimize ads ด้วยการปรับปรุงสีพื้นหลัง สีกรอบ สีตัวอักษร ร่วมกับการใช้ channels จะช่วยได้เยอะมากๆ ครับ

    เพราะลองคิดง่ายๆ ว่า ถ้าหน้าเว็บมันสีขาว อยู่ คุณ ads สีแดงไปติด มันก็ประหลาดเกินไปครับ การทำให้กลมกลืน เช่น หน้าเว็บสีขาว ก็ใช้สีพื้นขาว เส้นกรอบสีขาว โอกาสที่จะได้รับคลิกเยอะมากที่สุดครับ

    2. Link unit มักจะได้รับการคลิกมากว่า Ads unit หากเรา Optimize
    จากที่ผมลองให้คำแนะนำกับเพื่อน ที่ทำเว็บอยู่ (4000-6000 UIP ต่อวัน) ทำ optimize จากในข้อ 1 แล้ว จากนั้นก็ปรับตำแหน่งต่างๆ ใช้ link unit เป็นหลัก ผลคือ มีคลิกวันละไม่น้อยเลยครับ เอาง่ายๆ ว่า เฉลี่ยตอนนี้ adsense ยอดวันนึง พอๆ กับติด ads ของป้านิภา เป็นอาทิตย์ๆ ครับ

    ซึ่งเอาไว้คราวหน้าจะไปเอามาเป็นตัวอย่างครับ ไว้บอกเจ้าของเว็บโน้นก่อน

    3. Adsense For Search จะไม่มีประโยชน์เท่าไหร่เลย ถ้าคุณไม่ปรับแต่ง
    ระบบของ ads for search นั้น จะแสดง ads ต่อเมื่อมีการค้นหา ในคีย์เวิร์ดต่างๆ ซึ่งตรงนี้ ถือว่า มีดีกว่าตัวอื่นๆ ตรงที่ไม่ต้องรอ Media-partners bot ของ Google

    แต่การที่อยู่ๆ เอามาแปะเลย นั้นก็ไม่ได้ผลเท่าไหร่ครับ เพราะยังไงหน้าตามันก็งั้นๆ การ Optimize เข้ามามีบทบาทอย่างเลี่ยงไม่ได้ครับ การ opitmize ก็ไม่ต่างๆจากในข้อ 1. ครับ

    นั่นคือการที่เราจะต้อง นั่งเสียเวลาทำ หน้าแสดงผลของมันนั่นล่ะครับ ว่า จะให้มีหัวสีอะไร มี logo ตรงไหน ลิ้งค์สีอะไร ตัวหนังสือสีอะไร เพราะหลังจากการปรับแต่งแล้วได้ผลดีทีเดียวครับ มีการตอบสนองมากขึ้น (จากเว็บตัวอย่างในข้อ 2. นั่นล่ะครับ)

    นอกจากนี้ การใส่ปุ่ม ให้เลือกว่า ค้นหาใน google กับในเว็บที่เราติด ช่วยกระตุ้นการค้นหาเพิ่มขึ้นไปอีกครับ เพราะคนส่วนหนึ่งอยากรู้อยากเห็นว่า ในเว็บเราเนี่ย มีอะไรบ้าง เรียกได้ว่า มีความอยากรู้อยากเห็นเป็นทุนเดิมอยู่แล้วนั่นเอง

    ซึ่งจาก Tip เหล่านี้ ผมได้จากการลองคิด และเอาไปแนะนำ เอาไปแลกเปลี่ยนกับเพื่อนที่ทำเว็บอยู่ และเพิ่งติด adsense ได้ไม่นานครับ สาเหตุที่ต้องไปใช้กับเว็บคนอื่น เค้าเนื่องมาจาก ปริมาณคนต่อวันค่อนข้างเยอะ เห็นผลเร็วต่อการ optimize ในจุดต่างๆ ครับ ซึ่งทุกครั้งที่มีการปรับปรุงในส่วนของ ads ก็ส่งผลตอบสนองทันทีครับ

    ผลที่ได้น่ะเหรอครับ เว็บมันติดวันเดียว(วันแรกที่ติด) มากกว่าผมติดสองเดือน 5555+
    ตอนนี้กำลังลอง แก้ optimize เพื่อเลือก ads มาแสดงอยู่ครับ เพราะได้ ads ดีมีชัยไปกว่าครึ่ง ซึ่งต้องขอลองอีกซักพัก แล้วผมเองกะว่าอาจจะลองสร้างบล็อกใหม่ มาทดสอบดูเหมือนกันครับว่า มันจะเป็นไปอย่างที่คิดไหม 5555+

    Increased Number of Ads display

    ปัญหาใหญ่ของคนที่เริ่มทำ Adsense ใหม่ๆ ว่า เฮ้ย ทำไม ads กรูไม่ขึ้นวะ (ไอ้เพื่อนที่ office พิมพ์ถามผ่าน MSN มา ) เข้าไปอ่านในบอร์ดต่างๆ ที่เข้าไปดูๆ อ่านๆ เล่นอยู่ ก็เจอกันมากว่า ทำไม ads ผมไม่ขึ้น, 3 วันแล้วนะทำไมยังมีค่อยมี ads มาเลย

    ทำให้ หลายคนหันไปหาทางผิดด้วยการ spam keyword ใส่ใน Meta tag ตามคำแนะนำของบางท่าน ซึ่งแน่นอนว่า ถ้า Google พบ นั่นถือว่าผิด ยิ่งมีหลายท่านพยายาม [tag]spam keyword[/tag] ที่มี Max bid สูงๆ อีกด้วย ยิ่งทำให้แย่ไปใหญ่ เพราะนอกจากจะทำให้ คุณอาจจะหมดโอกาสในการได้รับเงินจาก google แล้ว คุณยังอาจจะโดนถอด indexs ใน google search อีกด้วย ในฐานะที่ ทำการ spam keywords ไม่ตรงกันกับเนื้อหาได้อีกด้วย

    เหอๆ เรียกว่า ป๊อก เก้า สองเด้ง ล่ะครับ เพราะจาก stat ที่ผมตามๆดูมาตามเว็บของกลุ่มที่สนใจ adsense พบว่า ส่วนมากแล้ว Google มักจะแบนตอนเวลาเราขอ check ซึ่งหมายความว่า มันเต็มๆ เลย อย่างน้อย 100$ แล้วล่ะครับ

    ทีนี้ แล้วเราจะทำอย่างไร ล่ะ ให้ ads มันขึ้นบ่อยๆ ไม่โดนแบน

    สำหรับคนที่ทำ SEO มาบ้างคงพอจะมองออก ว่าอย่างไรเสีย ไอ้เจ้า Adsense มันต้องใช้ Bots ตัวนึงที่ชื่อว่า Media-partner อยู่ดี เหอๆ Bots ก้คือ Bots อยู่วันยังค่ำ

    แต่วันนี้เอาเป็นว่า ผมจะมาสรุป ให้อีกทีว่า ทำอย่างไร ให้ ads ขึ้นบ่อยๆหน่อย

    ก่อนอื่นๆ คงต้องขอยกมาก่อนว่า ทุกท่านมีความเข้าใจในความสำพันธ์ของ Adsense และ Adwords อยู่พอสมควรแล้ว ถ้ายังให้ไปอ่านความสัมพันธ์ของทั้งสองอย่างก่อนนะครับ ที่ Relationship of Adsense,Adwords and SEO. ที่ผมเคยกล่าวไว้ก่อนแล้วจะได้เข้าใจพื้นฐานตรงกัน

    ถ้าเข้าใจแล้ว เริ่มกันเลยครับ

    1.Keywords in Content
    จุดนี้มีความสำคัญมาก ว่า Google ให้ความสำคัญต่อเนื้อหามาก ในการทำ seo ใน[tag]adsense[/tag] ก็เช่นกัน ดังนั้นการที่เราใส่ keywords ลงไปบ่อยๆ แต่ไม่ใช่ spam นะครับ การใส่นั้นคือ ใส่ลงไปตามปรกติ เวลาที่เราพิมพ์ เรานึกตลอดว่า เราพิมพ์เรื่องอะไร [tag]SEO[/tag],Adsense,[tag]Adwords[/tag] ทดไว้ในใจ แล้วก็พิมพ์อะไรไปเรื่อยๆ ตามเนื้อหา พอนึกได้ ก็ใส่มันลงไป ซักทีนึง เอ่ยถึงมันซักอัน ใช้ภาษาอังกฤษ ก็ดีถึงดีมากกกก ครับ เพราะคนที่ทำ adswords ภาษาไทย ยังมีไม่เยอะ อีกทั้งส่วนใหญ่มากจะเลือกที่โฆษณาในส่วนของ Google result page มากกว่า

    2.Keyword in URL
    ตรงนี้ มีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนกว่า ข้อ 1 แต่ทำไมผมไม่เอามันขึ้นก่อน ล่ะ???
    คงต้องทำความเข้าใจอย่างหนึ่งว่า url นั้นเราอาจจะเลือกไม่ได้มากนักหรอกครับ หรือ อันที่เราชอบ ก็คงจะไม่ได้ดีสำหรับ ads เท่าไหร่ อย่าง i-morm.com ผมเนี่ย มันจะมีใครทำ Adwords คำว่า i-morm ไหม หรือคำว่า morm เฉยๆ เนี่ย อันนี้คงไม่มี ทำให้ผมเลยให้ความสำคัญมันน้อยกว่า content นั่นเอง

    ประเด็นของ keywords in url เป็นยังไง (เด๋วจะงงกันอีก) เช่น http://www.i-morm.com/category/adsense/ ตรงจุดนี้ หากมองให้เจ้า media bots (ขอเรียกย่อๆ จาก Media-partner แล้วกันนะครับ) ของ google เนี่ย มันคือ Robots ตัวนึง เวลาที่มันมา crawl หน้าเว็บ แล้วเจอ Url ข้างต้นมันจะได้ คีย์เวิร์ด คือ category และ adsense ตรงนี้เองล่ะครับ ที่จะทำให้มันเอาข้อมูลไปดูว่า อืมมม มีใครทำ adwords ใน keywords สองอันนี้บ้าง

    ซึ่งลักษณะการมอง จะเป็น มองหาคนทำ adwords คำว่า [category adsense],"category adsense",category และadsense (มันจะมองหาประมาณนี้นะครับ และเครื่องหมาย [],"" พวกนี้ คนทำ adswords น่าจะเข้าใจดี) ถ้ามีคนลงไว้ มันก็จะดึงมาแสดงทันที (คล้ายกันทั้งหมดนะครับ ไม่ว่าจะได้คีย์เวิร์ดจากไหน)

    ในข้อนี้ จะช่วยให้ Ads นั้นแสดงไว กว่าแบบแรก ครับ เพราะ bots ไม่ต้องไปนั่งคัดแยก คำมากนัก ดังนั้น ใครที่คิดจะทำเว็บ จะทำ SEO หรือ Adsense จะจด Domain ซักอัน ก็คิดหน้าคิดหลังให้ดีนะครับ

    3.Keywords in Titles
    ตรงจุดนี้ ก็มีผลต่อ Ads ว่าจะขึ้นหรือไม่เช่นกัน คล้ายกับการให้ค่าคะแนนใน title ใน SERPs ในการทำ SEO เช่นกันครับ (อย่าลืมว่า adsense ใช้ bots มันคือ bots)

    ดังนั้น เมื่อเราต้องการอะไรแล้ว ก็ใส่คีย์เวิร์ดที่ต้องการเข้าไป คีย์เวิร์ดที่ต้องการในที่นี้ อย่ามั่วซั่ว เอาแต่คีย์เวิร์ดแพงๆ นะครับ เพราะจากที่ผมกล่าวไปในหัวข้อเกี่ยวกับการทำ seo แล้วว่า พวกนี้ มันมีผลต่อ SERPs ด้วยดังนั้น ใส่มั่วไป ไม่ตรงกับเนื้อหา พาลจะโดนแจ้ง spam report เอา

    จุดนี้ แนะนำให้ เลือกใส่อย่างฉลาดครับ เลือกที่ เกี่ยวกับเนื้อหา, เกี่ยวกับเว็บ และตรงประเด็น

    4.[tag]Keywords[/tag] in Metatag
    มันก็ยังมีความสำคัญอยู่ดี น่ะครับ ไอ้เจ้า metatag เนี่ย ซึ่งรวมหมดนะครับไม่ว่าจะเป็น Description,keywords ใส่ไปให้ครบๆ วิธีการใส่ ก็เหมือนกับการใส่ใน Titles นั่นล่ะครับ และควรกระชับ ได้ใจความ อย่างใส่กันอย่างเมามันส์ ฟุ้งซ่านใส่แหลกราน ผมไม่รับประกันความปลอดภัยนะครับ

    ในส่วนของ meta tage เนื่องจากได้บอกไปแล้วในข้อ 1 ว่า คนไทยที่ทำ adwords น้อย และยิ่งทำในภาษาไทยยิ่งน้อย อย่าไปใส่ภาษาไทยมันเลย เสียเวลาเปล่า ครับ เว้นวรรคบ่อยๆ หรือใส่ comma ไปก้ได้ครับมันจะได้เน้นๆ หน่อย

    5.keywords in Footer,header or menu
    อันนี้ก็สำคัญ ครับ ให้ลองนึกง่ายๆว่า ไอ้ส่วนหัว ส่วนท้ายหน้า หรือเมนู เรานั่นล่ะ มันจะต้องแสดงอยู่แล้ว การที่สิ่งเหล่านี้ มีส่วนหนึ่งส่วนใดประกอบ/แทรก keywords เข้าไป มันก็มีผล

    งง?? หลายท่านงง ว่ามันมีผลอย่างไร ขออธิบายอย่างงี้ครับว่า ให้มองว่า มันจำเป็นต้องค้า keywords ที่มีในเว็บเรา อันไหนมีค่าสูง ก็จัดอยุ่อันดับแรก ที่จะเอาไปค้นหาจากในสารบบของ adwords ยิ่งมี keywords ในเว็บเยอะ มันก็มีโอกาสเยอะน่ะครับที่จะเอาไปใช้ก่อน

    ไอ้เจ้า footer,header หรือ menu มันแสดงอยู่ทุกหน้าอยู่แล้ว ดังนั้น อย่าให้มันเสียเปล่าเลยครับ

    6.See your Sponsor.
    ดู และดูครับ ดูว่า ads ที่นานๆ มันแสดงมาทีนึงเนี่ย มันแสดงอะไรบ้าง ดูแต่ตามืออย่างคลิกเองล่ะครับ ดูแล้วอ่านว่า มันเป็น ads เกี่ยวกับอะไร ไม่ใช่แค่มองว่า ads มันขึ้นแล้วโว้ย ads กู(ทั้ง ตัวกู และ กูเกิ้ล) ขึ้นแล้วโว้ย แต่ให้มองแล้วอ่านมันซักหน่อยเหอะ

    เพราะมันจะบอกเป็นแนวทางได้ว่า คนลง ads นั้น ใช้ คีย์เวิร์ด อะไร แล้วเราก็เอามันใส่ content บ่อยๆ

    ถ้าของเว็บคุณไม่ขึ้น ก็หันไปมองเว็บต่างประเทศก้อได้ ครับ ว่าไอ้เว็บต่างประเทศที่มันเนื้อหาคล้ายเราเนี่ย มันมี ads อะไร ขึ้นใน adsense มั่ง ถือว่าเป็น Guideline แล้วกัน

    7.See keywords in Search Engine.
    อันนี้ก็สำคัญครับ เพราะว่าคนที่ทำ adwords แม้กระทั่งคนทำ งูๆ ปลาๆ บ้าๆ บอๆ อย่างผม ยังมองหาคีย์เวิร์ดที่มีคนใช้ใน [tag]search engine[/tag] เยอะๆ (บางครั้งก็อดไม่ได้ที่จะขอ bid สู้ไปซักหน่อยน่า แล้วก็เสียเงินเยอะ) เพื่อที่จะให้ ads ของตัวเองแสดงบ่อยๆ

    ตรงนี้เองล่ะครับ ที่เราต้องสังเกต แล้วเอามาใส่ในส่วนต่างๆ แต่ทำไมผมถึงไม่เอามันไปอยู่หัวข้อแรกๆ ??? นั่นเพราะว่า คนทำ adwords ไม่ใช่ทุกคนที่เอา ads ของตัวเองลงมาแสดงใน adsense (เพราะมันเลือกได้) ดังนั้น มันก็ยังดีกว่า การมองผ่านๆ ไม่สนใจอะไรเลยใช่ไหมครับ

    ทีนี้ไอ้ตรงนี้ มันก็ไม่ใช่ว่าดีเสมอไป เพราะว่า มันอาจจะทำให้คุณหันไป ทำในสิ่งที่คุณไม่ถนัด เช่น ต้องมานั่งพยายามทำ content ให้มี keywords เหล่านั้นเป็นต้น

    แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น อย่างที่ผมกล่าวย้ำไปเสมอๆ ว่า ไม่มีใครรวยจาก adsense ถ้า Content มันห่วย และไม่มีคนสนใจ (แม้กระทั่งบล็อกผมนี่ล่ะ target group มันน้อย เหอๆ) ดังนั้น ก่อนที่คุณคิดว่า คุณจะหวังกับ Adsense ตอบคำถามตัวเองก่อนว่า
    - Content คุณมีแล้วหรือยัง และดีแค่ไหน
    - Website (หรือ Blog ) ของคุณ มีคนแค่ไหน
    - คุณมีหัวที่จะ optimize ads แค่ไหน
    - คุณเข้าใจมันแค่ไหนกับ adsense หรือเพียงแค่ทำตามคนอื่นๆเค้า

    สิ่งเหล่านี้ ถ้าคุณตอบคำถามเหล่านี้ได้ คำตอบคือ เม็ดเงินจาก Google Adsense นั่นเองครับ

    ***Special Tip.
    มีบางท่านสอบถามเข้ามาว่า ทำไมเว็บผม ถึงมี ads ของพี่ยุ่น Japan มาแสดงได้ เหอๆ ตรงนี้ไม่ใช่สิทธิ์ หรือโกงอะไร หรอกครับ แค่ลองดูตั้งแต่เริ่มต้น ทำบล็อก แล้วครับ

    เนื่องจาก Encode ในเว็บปรกติของไทยที่ใช้กันจะเป็น tis-620,windows-874 นั้น ให้ลองดูง่ายว่า font มันมีแค่ thai + english เท่านั้น แต่ถ้าใช้ UTF-8 มันจะมีภาษาในกลุ่มของ japan มาปนๆ มั่วๆ ด้วย ผมเลยตัดสินใจลองเอาล่ะ ว่ามันจะได้ไหม

    เหอๆ และแล้วมันก็ได้ครับ บางทีจะเห็น ads by goooooogle มีภาษา japan ปนมาบ้าง เหอๆ ถือว่า หาทางซิกแซก น่ะครับ

    Problem of Adsense display in Thai website.

    เมื่อวาน ผมก็บอกวิธีเกี่ยวกับ การช่วยให้ Adsense นั้นแสดงบ่อยขึ้นไปแล้ว กับ Increased Number of Ads display
    แต่หลังจากที่พิมพ์ไปแล้ว ก็นึกขึ้นมาได้ว่า จากที่เคยอ่านสามก๊กมา

    "รู้เขา รู้เรา รบร้อยครั้ง ชนะร้อยครั้ง"

    ดังนั้น ถ้าเราไม่รู้ว่า อะไรเป็นปัญหาที่ทำให้ [tag]adsense[/tag] ไม่แสดง นั่นจะได้เป็นสิ่งที่เราจะได้หลีกเลี่ยงกันได้ครับ เพราะแม้ว่า เรารู้ในส่วนที่ช่วยให้ ads แสดงแล้ว ถ้าทำโดยที่ไม่รู้ว่า อะไร คือ ปัญหา ที่ทำให้ ads ไม่ขึ้น ก็จะกลายเป็นว่า ประโยชน์ที่ได้ ก็คงจะไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย นัก ดังนั้นก็เริ่มต้นกันเลยครับ สำหรับปัญหานี้ ย้ำว่า เป็นปัญหาหลักในภาษาไทย ซึ่งส่วนใหญ่แล้ว การทำเว็บในภาษาอังกฤษ คงไม่เจอปัญหามากนัก คงไม่จำเป็นเท่าไหร่ ดังนั้น สิ่งที่บอกด้านล่างนี้ จะเป็นสิ่งที่เป็นปัญหาในภาษาไทย นะครับ ส่วนภาษาอื่นๆ จะลองเอาไป Apply ใช้ได้ครับ

    - keywords in content
    ทำไม มันถึงเป็นปัญหาได้ ล่ะ ??? คำถามนี้คงจะเกิดขึ้นแน่นอน เพราะเมื่อวาน ผมเพิ่งบอกไปว่า สิ่งที่เป็นสิ่งสำคัญคือ [tag]keywords[/tag] ในเนื้อหานั่นเอง ที่ช่วยให้ [tag]ads[/tag] แสดง แล้วทำไมวันนี้ มันถึงเป็นปัญหาอีก

    อย่างที่ได้กล่าวไปแล้วครับว่า การพยายามใส่ คีย์เวิร์ด ลงไปใน เนื้อหา เพื่อให้ Adsense มันแสดง แต่สิ่งหนึ่งในความต่างของลักษณะการเขียนของไทย และ อังกฤษ นั่นคือ

    ภาษาไทยจะเว้นวรรคบริเวณสิ้นประโยคเป็นหลัก ในขณะที่ภาษาอังกฤษ มันเว้นทุกคำ ตรงนี้ล่ะครับ ที่ทำให้ การตัดคีย์เวิร์ด ใน Google มันยากกว่าปรกติ

    แม้ว่า เราจะใส่ภาษาอังกฤษ ลงไปแต่ ถ้าเราใส่ ลองไปเช่น "ไอ้มอมดอทคอมSEO blog" กับ "ไอ้มอมดอทคอม SEO blog" โอกาสที่จะได้รับการตัด แยก หา[tag]คีย์เวิร์ด[/tag] มันยากกว่ากันนะครับ

    สังเกตว่า มันต่างกันแค่ เว้นวรรค ช่องเดียว เห็นไหมครับ ไอ้การเว้นวรรคช่องเดียวมันมีผลกับ Google แน่นอน มากหรือน้อยผมก็บอกไม่ได้ทั้งหมดหรอกครับ เพราะ Algoritsm google ไม่บอกใครหรอกครับ

    แต่จากการลองเล่น SEO แล้วลองสังเกตใน Google SERPs ทำให้ผมเห็นว่า จากไอ้คำสองอันข้างต้น โอกาสที่ bots จะเจอคำว่า SEO นั้นต่างกัน เพราะ การตัดในครั้งแรก จาก ช่องว่างนั้น อันแรก Google จะเห็น "ไอ้มอมดอทคอมSEO" กับ "blog" มันมองข้าม SEO ไป

    ดังนั้น keywords ที่ถูกตัด ออก มันจะต้องไปรอ google ตัดอีกครั้งหนึ่ง หรือไม่ก็อาจจะตกไปเลยก็ได้ โอกาสที่จะได้ ads มาแสดง ก็เหลือเพียง คำว่า blog คำเดียว ในขณะที่ อันที่สอง มีทั้ง SEO และ blog

    - keywords in url
    เอาอีกล่ะ หลายคนคงจะนึกว่า มันเอาของเก่ามาลงป่าววะเนี่ย ไม่ครับ ไม่แน่ๆ

    ผมย้ำในตอนที่แล้วว่า ยังไง Adsense มันก็ยังต้องอาศัย bots และ Bots ยังไง มันก็เป็น bots อยู่วันยังค่ำ ดังนั้นเรามาดูพื้นฐานของ googlebot กันก่อน

    สมมุติว่า ใน url ที่ลิ้งไปยังชื่อไฟล์ html ไฟล์นึง จุดนี้เองล่ะครับ เพราะว่าระหว่าง ชื่อไฟล์ว่า "thai_blogger.html" กับ "thai-blogger.html" อะไรมันจะดีกว่ากันล่ะ

    google (มักจะ) มองไอ้เจ้าเครื่องหมาย "_" ตัวนี้ เป็นตัวอักษรตัวหนึ่ง ในขณะที่ เครื่องหมายลบ หรือ "-" จะถูกมองว่าเป็น ที่ว่างๆ หรือเหมือนกับเราเคาะไอ้เจ้า space bar ทีนึงนั่นล่ะครับ

    มองเห็นหรือยังครับ เห็นกันยังเอ่ย เหอๆ ก็คือ เมื่อมันมองเป็น คำว่า thai กับ blogger แยกกัน คำก็จะมีโอกาสมากกว่านั่นเองไงครับ

    คงเป็นสองจุด ที่ผมพอจะมองเห็นและนึกออกในขณะนี้ครับ คงเป็นจุดเล็กๆ ที่พอได้มาจากการทำ seo มาบ้าง พอมองเห็นบางจุดเล็กๆ น้อยๆ ที่แตกต่างออกไป ซึ่งจากสิ่งที่บางครั้งเราไม่ได้มอง หรือมองข้ามไปด้วยความเคยชิน เพราะภาษาไทย เราพิมพ์ทุกวัน ภาษาอังกฤษเห็นทุกวัน จนอาจจะมองผ่านเลยไป จนสุดท้ายมัน ก็จะกลายเป็นปัญหาส่งผลต่อเราในที่สุด

    เพราะแม้ว่า ฝุ่นผงเล็กๆ ที่เราไม่ได้สนใจพวกนี้ล่ะครับ ถ้าเมื่อไหร่ มันเข้าตาแล้วล่ะก็ มันก็ทำให้เราเคืองตา น้ำตาไหล สร้างความรำคาญ หรืออาจจะทำให้เราต้องไปหาหมอ เลยก็ได้นะครับ

    Case Study:adsense in Thai website.[used PHPbb]

    สำหรับ อันนี้ ถือเป็นกรณีศึกษาแล้วกันนะครับ เพราะเห็นจุดน่าสนใจ สำหรับคนทำ [tag]adsense[/tag] และผมคิดว่า มีอีกหลายท่านนั้น ใช้งานอยู่ แล้วอาจจะเกิดปัญหา [tag]ads[/tag] ไม่ขึ้น ไม่แสดงซะที ทำตามสิ่งที่ผมบอกไปแล้ว ก็ยังไม่ขึ้น

    ลองดูกรณีนี้ แล้วกันนะครับ ให้เป็นกรณีตัวอย่างไปเลยแล้วกัน

    ที่มาก็คือ ปรกติ ผมก้อเข้าไปเล่นอยู่ใน www.seo.in.th ตามปรกติ แต่เย็นนี้ เจอคำถามนี้เข้าไปครับ

    สงสัยเรื่องลิงค์ของเวปไซต์
    ผมใช้ phpbb

    http://www.welovemodel.com/Forum/viewtopic.php?t=3474 [ads การกุศล]
    http://www.welovemodel.com/Forum/viewtopic.php?p=80381#80381 [ads ได้ตังโผล่]

    ทั้งๆที่ เนื้อ 2 ลิงค์นี้ ตัวเดียว กัน

    ช่วยอธิบายหน่อยง๊าบ ^^

    [ที่มาของคำถาม http://www.seo.in.th/webboard/index.php?showtopic=1181&st=0&p=6276& ]

    ซึ่งเมื่อผมเข้าไป ดูแล้ว อืมม เนื้อหามันทั้งสองอันเหมือนกัน ทุกอย่างหน้าตา คีย์เวิร์ด เหมือนกัน เรียกได้ว่า ในส่วนของ interface ด้านหน้าเหมือนกัน

    เออ แล้วทำไมมันต่างกันได้ อันนึง ads ขึ้น อันนึง ads ไม่ขึ้น

    ด้วยสันดาน(ดีหรือเปล่าไม่รู้) คลิกขวา views source เปรียบเทียบทันทีครับ แล้วสิ่งที่ผมเห็นคือจุดแตกต่างทันทีครับ
    ลองดู โค้ดกันนะครับ

    ในหน้าที่ ads ไม่แสดง (ตัดมาเฉพาะไอ้ตรงที่มีปํญหานะครับ)
    href="./index.php?sid=c7bd7ff2efe8360b44a406e4e3653b48" mce_href="./index.php?sid=c7bd7ff2efe8360b44a406e4e3653b48" title="[-Welovemodel-]"

    ในหน้าที่ ads แสดง
    href="./index.php" mce_href="./index.php" title="[-Welovemodel-]"

    สังเกต เห็นจุดต่างไหม ครับ ตรง sid=..... นั่นเอง ตรงนี้ล่ะครับ ที่ทำให้ ผมคิดว่า มันเป็นปัญหา
    ส่วนเพราะอะไร น่ะเหรอครับ

    ผมบอกในบล็อกผม บ่อยๆว่า ยังไง ซะ ไอ้เจ้า adsense มันต้องใช้ bots ตัวนึง
    บอท ของ google ก็เป็น bots อยู่วันยังค่ำ

    พฤติกรรม มันคล้ายๆ กัน คือ googlebot มันเกลียด ลิ้งค์ ที่มีค่า session id ไปด้วย เพราะ session มันตายได้ในเวลาที่กำหนด หรือ เกิดการติดต่อไปจาก server ในช่วงเวลาที่กำหนด

    ทำให้ พอ bots มันมา crawl แล้วเจอ session id เข้าไป เป็นไปได้ว่า มัน crawl ไม่ได้ keywords อะไรกลับไป ครับ

    รวมทั้งเมื่อลิ้งค์มายังหน้าสองหน้านี้ อันนึงดูสร้าง session อันนึง ไม่ได้สร้างมา เมื่อ bots มันเจอลิ้งที่แนบ session มาด้วยเนี่ย อาจจะเกิดปัญหา session ตายขึ้นมา หรือว่า google เองไม่สนใจลิ้งค์ที่มี session ก็เป็นได้ครับ

    สำหรับอันนี้ ถือเป็นกรณีศึกษา ที่สนใจทีเดียวนะครับ แต่อย่าเพิ่งสรุป ว่าที่ผมบอกนี่ใช่ ผมแค่สันนิษฐาน ในสิ่งที่แตกต่างกัน แต่คงต้องขออ่านอีกหน่อย ส่วนท่านใด ที่เจอปัญหา แบบเดียวกันในบอร์ดจำพวก phpbb,phpnuke หรือ ipb ลองเช็คพวกนี้แล้วแก้ดูนะครับ ถ้าได้ผลอย่างไร แจ้งผมด้วยนิดนึง แล้วกัน ถือว่า ช่วยๆ กันรวบรวมข้อมูล