June 2006

SEO Project: SEO start ???

บางครั้ง การไปเล่นเว็บบอร์ดต่างๆ กับคำถามที่พบ ที่เจอมา บางคำถามก็น่าคิดน่าสนใจครับ อย่างวันก่อน ผมก็เจอคำถามที่ว่า เราควรเริ่มทำ SEO เมื่อไหร่ และ ควรทำทั้งเว็บหรือ ทำแค่ เพียงบางหน้า???

สองคำถามนี้ ทำให้ ผมตอบไปในกระทู้ แต่นอกเหนือจากนั้น ก็นำเอากลับมาคิด อืมมม มันควรเริ่มจากตรงไหน และมันทำให้ผมคิดได้ว่า ผมพูดแต่ทำ SEO ปรับแต่ง [tag]SEO[/tag] ทำให้หน้าเว็บเป็น [tag]Search Engine Friendly[/tag] ที่สุด แต่ผมกลับลืมไปว่า จุดเริ่มต้นคือ อะไร??? เมื่อไหร่ วันนี้ ก็เลยกลับมาเก็บรายละเอียดก่อน

เราควรเริ่มต้นทำ SEO เมื่อไหร่???

การทำ SEO นั้น หากเราเปรียบเว็บไซต์เป็นเหมือน โรงแรมแห่งนึง แน่นอนว่า เราคงต้องการคนมาเยี่ยมเยียนให้มากที่สุด ดังนั้น การวางโครงสร้างการทำประชาสัมพันธ์ต่างๆ ตั้งแต่เริ่มต้นคงเป็นการดี

ดังนั้น การทำ SEO จะเริ่มต้นเมื่อไหร่ คงต้องตอบเลยว่า ควรเริ่มทำตั้งแต่ ก่อนที่เว็บไซต์ คุณจะปล่อยออกมาออนไลน์ เสียอีก การวางโครงสร้าง รากฐานต่างๆ ก็ควรจะทำเสียตั้งแต่ที่แรก เหมือนกับการสร้างฐานให้มั่น ก่อนที่จะต่อเติมนั่นเอง

เพราะหากมีการเริ่มทำงานไปแล้ว Web designer ของคุณทำหน้าเว็บอย่างสวยหรู อลังการ แต่กลับทำให้ หน้าเว็บส่วนใหญ่ เป็นภาพและภาพ ปัญหาของการทำ SEO ก็จะเริ่มต้น

การทำระบบ ไม่ว่าจะเป็นการทำ Coding ของสคริปต์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นระบบข้อมูล ที่เป็นการเพิ่มลบ แก้ไข ทั่วไป มีการปรับแต่งหรือ ใช้งานให้เหมาะกับการทำ SEO หรือไม่

มีการวางโครงสร้างการใช้ Tag ต่างๆ ที่จำเป็นไม่ว่าจะเป็น Tag h1,h2,h3 เป็นต้น การวางระบบเพื่อการทำ Google sitemap ได้ง่ายได้สะดวก เป็นต้น เพราะทุกๆส่วน จะเชื่อมโยงกันหมด ภายในเว็บไซต์ ตลอดจน การใช้งานของ User อีกด้วย

ดังนั้นการเริ่มทำ SEO จึงควรเริ่มต้นวางรากลงไปพร้อมกับการวางโครงสร้างของเว็บไซต์ ที่หลายๆ เว็บในบ้านเรามักจะมองข้าม การเริ่มต้นวางโครงเสียแต่ทีแรก ทำให้ พอจะมาปรับปรุงที่หลัง จึงต้องเพิ่มตรงนั้น เพิ่มตรงนี้ สุดท้าย ระบบมันก็จะเริ่มเละ และแก้ไขยาก ในที่สุด

การทำ SEO ควรทำทั้งเว็บไซต์ หรือทำเฉพาะหน้า???

หากจะตอบคำถามนี้ คงต้องถามกลับไปว่า คุณทำเว็บเพื่ออะไร (ซึ่งจริงๆ หากมีการวาง Concept ของเว็บไว้แล้วย่อมตอบได้) ซึ่งหากเราวางไว้ว่า เว็บของเราทำเพื่อขาย Product หลัๆ เพียงไม่กี่ชิ้น การเลือกทำ SEO ในหน้าที่เป็น Landing page และหน้าแนะนำรายละเอียดสินค้า 1-2 หน้า ก็ย่อมทำได้ เพราะอย่าลืมว่า แม้ว่าคุณจะทำ SEO ทั้ง Website แต่หัวใจหลักคือ การที่จะให้คนมายังหน้า Landing page และขายสินค้าให้ได้นั่นเอง

การทำ SEO ทั้งไซต์ จึงดูจะเกินเลยไป เกินตัวไปหรือเปล่า อีกทั้งจากสถิติ ที่เคยๆ อ่านเจอมา พบว่า เว็บไซต์ ในกลุ่มของเว็บที่จัดทำขึ้นเพื่อแนะนำสินค้า ค่อนข้างมีอัตรา ของการอ่านในเว็บ น้อย ประมาณ 2-3 หน้าต่อ 1 user ต่อ ครั้งที่เข้ามา

ดังนั้น การเริ่มต้นทำ SEO เพื่อแนะนำสินค้า แล้ว หากเราไป Focus ที่ตัวของ Landing page ก็ย่อมทำให้ส่งเสริมการขายในอีกแบบหนึ่งนั่นเอง คล้ายกับการลงโฆษณาใน Adwords ของ Google ที่ส่วนใหญ่ ผมที่ลงมักจะชี้ url มาที่ landing page เพื่อพยายามปิดการขายในหน้าเดียว

 

ทั้งนี้ การที่เราจะทำ หรือ เริ่มต้นทำ SEO จึงควรวางรากฐานให้ดีตั้งแต่ทีแรก เลยจะดีกว่า การที่ทำไปแล้ว ค่อยมาวางแผนกันครับ  นอกเสียจากเป็นการที่เราเริ่มต้นเพื่อการ ยกเครื่องใหม่ทั้งเว็บเป็นต้น ก็สามารถเริ่มต้นทำใหม่ได้เช่นกันครับ

Tags :

ทางรอดเสิร์ชเอนจิ้นไทย ท่ามกลางศึกใหญ่ 'กูเกิ้ล' VS 'ไมโครซอฟท์'

เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า ปัจจุบันธุรกิจให้บริการบนอินเทอร์เน็ตมีการแข่งขันกันอย่างดุเดือด เพราะจำนวนผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตทั่วโลกเติบโตและขยายตัวไม่หยุดยั้ง สภาพการณ์เช่นนี้ ไม่ได้เป็นข้อยกเว้นสำหรับธุรกิจให้บริการสืบค้นข้อมูล หรือ เสิร์ชเอนจิ้น ที่ล่าสุดยักษ์ซอฟต์แวร์เบอร์หนึ่งของโลก “ไมโครซอฟท์” ได้ขยับตัวอย่างจริงจังเพื่อหวังจะแย่งชิงตำแหน่งแชมป์จาก “กูเกิล” หลังจากปล่อยให้เป็นดาวรุ่งและครองตำแหน่งมายาวนาน

ล่าสุด ไมโครซอฟท์ได้เตรียมเปิดให้บริการ “เอ็มเอสเอ็น เสิร์ช” เสิร์ชเอนจิ้นยุค 3 ที่เรียกว่า “ออบเจ็กต์ ออเรียนเต็ด เสิร์ช” (Object Oriented Research) ที่สามารถค้นหาข้อมูลที่สัมพันธ์กับสิ่งที่ค้นหาได้ทั้งหมด เช่น ค้นหาดารา บริการนี้ จะแสดงทั้งภาพ ผลงานและข้อมูล แตกต่างจากเสิร์ชเอนจิ้นยุคที่ 2 ที่เป็นยุคแห่งการค้นหาแต่แสดงได้เพียงคำที่เกี่ยวข้องและเว็บลิงค์ ขณะที่เสิร์ชเอนจิ้นยุคแรกทำได้เพียงเรียกค้นข้อมูลในลักษณะปกติ

ส่วนความเคลื่อนไหวของกูเกิลนั้น ล่าสุด ได้ทำข้อตกลงกับ บริษัท เดลล์ คอมพิวเตอร์ ผู้ค้าคอมพิวเตอร์รายใหญ่ของโลกเพื่อให้เดลล์บรรจุกูเกิล แพค ชุดซอฟต์แวร์ของกูเกิลลงในเครื่องคอมพิวเตอร์ของเดลล์ตั้งแต่ในโรงงานเพื่อให้ตัวกูเกิล ทูลบาร์เข้าไปปรากฏในบราวเซอร์อินเทอร์เน็ต เอ็กซ์พลอเรอร์ หรือ ไออี ของไมโครซอฟท์ ที่ปัจจุบันผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตนิยมใช้กันเพื่อสร้างแนวป้องกันการรุกของเอ็มเอสเอ็น เสิร์ช ในเครือไมโครซอฟท์

คราวนี้ หันมามองเสิร์ชเอนจิ้นสัญชาติไทยดูบ้างว่า ในสถานการณ์การแข่งขันที่มีแนวโน้มจะรุนแรงมากขึ้น เสิร์ชเอนจิ้นสัญ ชาติไทยเป็นอย่างไรและมีแผนเตรียมรับมือแบบไหน เพราะปัจจุบันแม้เอ็มเอสเอ็นเสิร์ชจะยังไม่เปิดบริการใหม่แต่จากสถิติการใช้งานของคนไทยในเดือน พ.ค. 2549 ที่รวบรวมโดย ศูนย์รวมสถิติเว็บไทยและสารบัญเว็บไทย หรือ ทรูฮิตส์ พบ ว่า กูเกิลยังครองแชมป์ด้วยสัดส่วน 88.6% ตามมาห่างๆ ด้วยสนุกดอทคอม

ดร.ทวีศักดิ์ กออนันตกูล ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ หรือ เนคเทค ในฐานะผู้ดำ เนินการ “สรรสารดอทคอม” มองภาพรวมของบริการเสิร์ชเอนจิ้นใน ปี 2549 ว่า มีการแข่งขันกันสูงระหว่างผู้ประกอบการ 3 ราย คือ กูเกิล ยาฮูและเอ็มเอสเอ็น ส่วนเสิร์ชเอนจิ้นของไทยที่ยังคงได้รับความนิยมจากผู้ใช้ คือ สนุกดอทคอมและสรรสาร ดอทคอมที่มีจำนวนผู้เข้าใช้ปี 2548 โดยเฉลี่ยประมาณ 5-10% ของทั้งหมด

สำหรับแนวโน้มของการแข่งขันหลังจากไมโครซอฟท์เตรียมเปิดตัวเอ็มเอสเอ็น เสิร์ชเวอร์ชั่นใหม่ ผอ.เนคเทค กล่าวว่า ให้จับการพัฒนาการของเอ็มเอสเอ็น เสิร์ชให้ดี แม้ในปี 2548 ที่ผ่านมา จะมีจำนวนผู้เข้าใช้บริการต่ำกว่ากูเกิ้ลอยู่มาก เพราะ เอ็มเอสเอ็น เสิร์ชเวอร์ชั่นใหม่เป็นบริการขั้นก้าวหน้ากว่าที่เปิดบริการในปัจจุบัน ขณะเดียวกันไมโครซอฟท์ผู้ให้บริการเอ็มเอสเอ็นเสิร์ชยังมีทรัพยากรที่หลากหลาย เช่น อีเมล์ และบราวเซอร์ เป็นต้น

"ในอีก 6 เดือนข้างหน้าอยากให้จับตาดูการพัฒนาของเอ็มเอสเอ็น เสิร์ชให้ดี เพราะเป็นคู่แข่งที่จะมาเบียดกับกูเกิลแน่นอน เพราะไมโครซอฟท์มีข้อได้เปรียบในด้านทรัพยากรที่หลากหลาย นอกจากนั้น การที่กูเกิลได้เข้าตลาดหลักทรัพย์จนมีเงินมาทำการวิจัยและพัฒนาด้านการสืบค้นข้อมูลอย่างต่อเนื่อง ยิ่งจะทำให้ไมโครซอฟท์หันมารุกตลาดเสิร์ชเอนจิ้นมากขึ้น ขณะที่ กูเกิลเองก็จะพยายามทิ้งห่างด้วยการรุกด้านธุรกิจพีซี” ดร.ทวีศักดิ์ ตั้งข้อสังเกต

เมื่อถามถึงวิธีการปรับตัวของสรรสารดอทคอมและเสิร์ชเอนจิ้นไทยอื่นๆ ผอ.เนคเทค ให้คำแนะนำว่า ควรให้ความสำคัญกับเว็บไซต์ของหน่วยงานต่างๆ มากขึ้น เพราะมีข้อเด่นที่เกี่ยวกับข้อมูลในประเทศไทย พร้อมกันนี้ ควรพัฒนาเกี่ยวกับการตัดคำภาษาไทยและความแม่นยำในการสืบค้นข้อมูล อย่างไรก็ตาม ในส่วนของสรรสารเองนั้น จะยังพัฒนาต่อเนื่องและเปิดให้บริการต่อไป เพราะขณะนี้ มีคณะนักวิจัยและผู้ที่เกี่ยวข้องดำเนินงานอยู่

ด้าน นายต่อบุญ พ่วงมหา ประธานบริหาร บริษัท เอ็มเว็บ (ประเทศไทย) จำกัด เจ้าของเว็บไซต์สนุกดอทคอม กล่าวว่า ด้วยประสิทธิภาพการบริหารงานโดยมุ่งพัฒนาและเพิ่มบริการใหม่ๆ เข้าสู่ตลาดเพื่อตอบสนองความต้องการใช้งานที่แตก ต่างกัน ทำให้สนุกดอทคอมและสนุกเสิร์ชเป็นผู้นำธุรกิจออนไลน์และบริการเสิร์ชเอนจิ้นในประเทศไทย โดยเฉพาะในส่วนของเสิร์ชเอนจิ้นที่ในปัจจุบันมียอดใช้งานประมาณ 10% ของการใช้ทั้งหมด

สำหรับทิศทางในการพัฒนาสนุกเสิร์ชในปี 2549 เจ้าของเว็บไซต์สนุกดอทคอม เล่าให้ฟังว่า สนุกเสิร์ชจะยังเน้นให้บริการสืบค้นภายในไดเร็คทอรี่ของตนเอง แต่ยังคงมีจุดยืนที่จะเป็นเว็บท่า หรือ ศูนย์รวมของแหล่งข้อมูลและบริการที่หลากหลาย อย่างไรก็ตาม ในปีนี้ สนุกดอทคอมจะไม่เน้นบริการเสิร์ชเอนจิ้นมากนัก เพราะรายได้หลักของสนุกดอทคอมมาจากธุรกิจโฆษณาออนไลน์ที่มีสัดส่วนรายได้มากที่สุดคิดเป็น 70% ของรายได้ทั้งหมด

ขณะที่ นางภูมิจิต ญอง อุปนายกสมาคมผู้ดูแลเว็บไทย แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับภาพรวมของบริการเสิร์ชเอนจิ้นในปี 2549 ว่า กลุ่มผู้ประกอบการจะพยายามดึงดูดความสนใจจากลูกค้าด้วยการลด แลก แจกและแถมการโฆษณาแทรกบนหน้าเว็บเพื่อหารายได้ เช่น ยาฮู ดอทคอมและเอ็มเอสเอ็น เสิร์ช ขณะเดียวกันก็จะพยายามพัฒนาความครบถ้วนของข้อมูลระยะเวลาในการโหลดและความแม่นยำเพื่อดึงดูดให้เข้าลูกค้าเข้ามาใช้งาน

อุปนายกสมาคม สมาคมผู้ดูแลเว็บไทย แสดงความคิดเห็นถึงกระแสความนิยมการใช้บริการเสิร์ชเอนจิ้น ว่า ถือเป็นบริการที่จำเป็นในการค้นหาข้อมูลทางเครือข่ายอินเทอร์เน็ต แต่เสิร์ชเอนจิ้นของผู้ให้บริการแต่ละรายก็มีจุดแข็งแตกต่างกัน เช่น กูเกิลมีจุดแข็ง คือ สามารถโหลดได้เร็ว มีโปรแกรมภาษาไทยและมีความแม่นยำ ส่วนเอ็มเอสเอ็น เสิร์ชมีบริการที่หลากหลาย ขณะที่สรรสารมีจุดเด่นที่เนื้อหาและข้อมูลเกี่ยวกับประเทศไทยครบถ้วนและถูกต้อง

ทั้งหมดนี้ คือ ความจริงในธุรกิจให้บริการสืบค้นข้อมูล หรือ เสิร์ชเอนจิ้น ที่ปัจจุบันเสิร์ชเอนจิ้นจากต่างประเทศได้รับความนิยมมากกว่าเสิร์ชเอนจิ้นสัญชาติไทย โดยมีปัจจัยสำคัญๆ คือ ความง่ายในการใช้งาน ความสะดวกรวดเร็ว จำนวนข้อมูลและความถูกต้องครบถ้วน อย่างไรก็ตาม ในสภาวะดังกล่าว ใช่ว่าเสิร์ชเอนจิ้นสัญชาติไทยจะไม่มีทางในการพัฒนาตัวเองเพื่อต่อกรกับเสิร์ชเอนจิ้นจากต่างชาติ

โดยเฉพาะข้อมูลเกี่ยวกับประเทศไทยที่รอวันจะถูกใช้ให้เป็นประโยชน์...

.......................................
ที่มาจากหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Tags :

Some thing from Magazine.

เห้อ!!! กว่าจะลุกขึ้นนั่งได้ ก็เล่นซะหลายวันเลย เพิ่งรู้ว่า ไข้หลอดลมอักเสบมันทรมานอย่างงี้นี่เองล่ะครับ เหอๆ เมื่อวานนี้ ก็พอลุกมานั่งอ่านนิตยสารเล่มนึงที่เป็นสมาชิกอยู่ ขึ้นหน้าปกเรื่องเกี่ยวกับ blog และการทำ seo เสียด้วยครับ

แน่นอนว่า ผมดันทุรังมานั่งอ่านทั้งๆ ที่เมายาต่างล่ะครับ อ่านผ่านยังไม่ละเอียดเท่าไหร่ แต่ ยังไงดีล่ะ รู้สึกตะขิดตะขวงใจ หากไม่ได้กัด เอ้ย เอ่ยถึง ก็คงจะไม่ดีนัก จริงๆ อยากบอกไปถึงกอง บก. หนังสือล่ะครับ

เนื้อหาเกี่ยว [tag]Blog[/tag] เอ่ยไว้ว่า

...[tag]Moblog[/tag] คือเว็บบล็อกที่มาจาก Mobile blog หรือเว็บบล็อกที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับ มือถือ pda,plam .....

แต่จริงๆแล้วไม่ใช่อย่างงั้นซักหน่อยครับ ไม่ทราบว่าแปลกันตรงตัวไปรึเปล่า ความหมายจริงๆของ Moblog หรือ Mobile blog หรือ [tag]Mobile blog[/tag]ing นั้น หมายถึง เว็บบล็อก ที่สามารถทำการเขียน blog หรือ ดู ได้ผ่านทางอุปกรณ์พกพา จำพวกของมือถือ PDA หรือ plam ตะหากละครับ ไม่เชื่อลองไปอ่านกันดูนะครับว่า ผมเข้าใจผิดหรือไม่ http://en.wikipedia.org/wiki/Moblog

ต่อมาผมก็เปิดด้วยความเมายาต่อไปยังเรื่อง[tag]การทำ SEO[/tag] แต่ อันดับแรกคือ เนื้อหาก็ไม่มีอะไรใหม่หวือหาเท่าไหร่ แต่จุดที่มันให้เกิดอาการจี๊ด ขึ้นสมองก็ตรงคำแนะนำส่วนหนึ่งครับ

....วิธีการเพิ่มอันดับอีกวิธีหนึ่ง คือการใส่คำที่เกี่ยวข้องลงไปในหน้าเว็บ โดยให้มีสีกลมกลืนกับพื้นหลัง แต่อย่าสีเดียวกับพื้นหลัง เพราะบอทบางตัวนั้น สามารถตรวจสอบค่าสีได้....

ไอ้ที่เค้าเอ่ยมาเนี่ย แถวบ้านผมเรียกว่า Hidden text ครับ แล้วไอ้อันนี้ ละแวกบ้านผมเนี่ยเค้าจัดว่าอยู่ในกลุ่ม Blackhat นะครับ คุณท่านเล่นเอามาปล่อยกันโต้งๆ สนับสนุน ส่งเสริมให้บ้านนี้เมืองนี้ ทำ hidden text กันอย่างโจ่งครึ่ม

หรือว่าบ้านนี้เมืองนี้ เค้าทำกันแต่ Blackhat กัน แล้วผมดันหลงยุค อยู่คนเดียว

หึหึ

ชักอยากลอง เป็นเด็กขี้โกง กะเค้าบ้างแล้วล่ะสิ อิอิ..

Tags :

ANS. from some comment.

วันนี้ค่อยยังชัวร์ กว่าเมื่อวานมาหน่อยนึงแล้วครับ ตาสว่างด้วย เพราะเจอพวกโฆษณาเต็มไปหมด 5555+

ลบไปลบมาก็ไปเจอคำถามในตอนเก่าๆ ครับ เกี่ยวกับการทำ [tag]google sitemap[/tag]

พี่ผมลองทำดูตามที่พี่บอกนะครับผม add google sitemaps ผ่านแต่
Verify ไม่ผ่า่นนะพี่มันบอกว่า Verification status: NOT VERIFIED
We’ve detected that your 404 (file not found) error page returns a status of 200 in the header.
Verification status: NOT VERIFIED
We’ve detected that your 404 (file not found) error page returns a status of 200 in the header.
เคยเจอไหมครับทำไงดีครับพี่ช่วยบอกหน่อยครับขอบคุณล่วงหน้าครับ

อืมม เคยเจอครับ สองกรณีด้วยกัน

1. ลืมอัพไฟล์ชื่อ googlexxxxxxxxxx.html ยาวๆ นี่ล่ะครับ ซึ่งปัจจุบัน google [tag]sitemap[/tag] มีการเปลี่ยนแปลงไปบ้างแล้วโดยที่เราไม่จำเป็นต้องสร้างไฟล์ เปล่าๆ ชื่อยาวๆ อีกแล้วนะครับ ให้ไปแก้ตรง meta tag อะไรซักอย่างนี่ล่ะครับ (ขออภัยด้วย จำไม่ได้จริงๆครับ )

ดังนั้นคงต้องไปดูว่า ไอ้ไฟล์ว่างๆ ที่อัพไปนั้นถูกต้องหรือไม่ เช่น ชื่อตรงรึเปล่า ผิดตรงไหนหรือเปล่า และเอาไว้ที่ root directory ถูกต้องไหม (ห้ามเอาไปเก็บไว้ที่อื่นนะครับ) หรือหากใช้วิธีแก้ Meta tag เข้าไปก็ให้ลองไปดูใหม่ว่าคีย์ที่ใส่ไปถูกต้องตรงกับ google ให้มาหรือไม่ครับ

2. ลืมอัพไฟล์ sitemap.xml หรือ sitemap.xml.gz ตัวใดตัวหนึ่งขึ้นไปนั่นเองครับ ประเด็นนี้ทำให้ผมเคยปวดหัวมาแล้วเพราะคิดว่า เราอัพไปครบแล้ว แต่ที่ไหนได้ ดันลืมไปเสียนี่นั่นล่ะครับ

ก็ไปอัพเสียครับให้เรียบร้อย

แต่ถ้ายืนยันว่า อัพแล้วเรียบร้อยแล้วแต่ยังไม่ได้ ให้ตั้งข้อสงสัยไว้อันนึงว่า server เกิดดาวน์ ช่วงที่ google เข้ามาพอดี จึงทำให้เกิดปัญหานี้ได้เช่นกันครับ เพราะผมเองก็เคยลองทำกับ free host ล่มบ่อยใช้ได้ ก็เลยรู้ว่า มันส่งผลได้เหมือนกันครับ เพราะถ้า server down แล้ว bot มา เหอๆ ไม่ต้องคิดครับ

มันปัดตูด กลับบ้านไปเลยล่ะครับ... นี่ก็เป็นสาเหตุของการเกิด error หลักๆ ที่ผมเคยเจอนะครับ

Tags :

SEO Project: Basic for SEO.

จริงๆ แล้วการทำ [tag]SEO[/tag] นั้น ดูแล้วไม่ใช่สิ่งยากเย็น มันเป็นเรื่องง่าย เล็กๆ น้อยๆ แต่ช่วยได้เยอะครับ ใน[tag]การทำ SEO[/tag] ทั้งๆ ที่หลายส่วนดูแล้ว ไม่มีอะไรใหม่ ไม่มีอะไรซับซ้อนเท่าไหร่ นัก แต่คิดไม่ถึงแค่นั้นเอง ซึ่งจริงๆ แล้วมันถือเป็นสิ่งพื้นฐานที่เราควรจะต้องกลับมาดูกันว่า พื้นฐานต่างๆ เหล่านี้คืออะไรกันบ้าง

1.ใช้ graphic ให้น้อยที่สุด แต่สวยที่สุด

จริงๆ แล้ว แน่นอนว่า เว็บไซต์ของใคร ก็อยากให้มันสวยงาม ดูดี มีสไตล์ มีชาติตระกูล แต่ยังไงเสีย หากเว็บคุณเป็นภาพ และภาพ และ Flash ทั้งหมดคงไม่ดีนัก เพราะ เหล่า [tag]Bot[/tag] หรือ [tag]Spider[/tag] ต่างๆ กลับไม่สามารถทำความรู้จักเนื้อหาเหล่านั้นเลย

โดยเฉพาะ Flash ที่ปัจจุบันมีการนำเอามาใช้งานทำเป็นเว็บไซต์ต่างๆ มากมาย มีแล้วดูดี มีลูกเล่นน่าสนใจ แต่นั่นก็ทำให้ Bot ไม่สามารถเก็บ รายละเอียดของเว็บคุณได้เลยเช่นกัน

ดังนั้น การเริ่มต้น เพื่อทำ SEO นั้นจึงควรที่จะเลือกดู ความเหมาะสม ความพอดีกัน ระหว่างภาพ Flash และ เนื้อหาที่เป็น Text ให้อยู่ตรงกลางความพอดี ไม่มีสิ่งใดมากเกินไป หรือ สิ่งใดน้อยเกินไป นั่นย่อมจะให้ เว็บคุณ ดูเป็น มิตรกับ [tag]Search Engine[/tag] มากกว่าเดิมอีกหน่อยครับ

2.ระบบโครงสร้างของ ลิ้งค์ ภายในเว็บ

จุดนี้ เป็นจุดสำคัญที่ควรนึกถึงเช่นกัน หลายเว็บ โดยเฉพาะเว็บ Portal ในไทย เอง มักจะมีการเปิดเพิ่มโน่น เพิ่มนี่ขึ้น ทำให้เว็บดูวาไรตี้มากขึ้น แต่กลับทำให้โครงสร้างเว็บ เลอะเทอะ และไปจนเละเทะ เลยทีเดียว

ดังนั้น การวางโครงสร้าง เนื้อหาข้อมูล การจัดการระบบ Directory หรือ แม้แต่การวาง sitemap ควรจะมีการทำตั้งแต่เริ่มที่จะมีการทำเว็บ เพื่อช่วยให้การทำ SEO สามารถทำได้ มากขึ้น เต็มเม็ดเต็มหน่วย และสนับสนุน กับระบบอื่นๆ

ควรหลีกเลี่ยง ลิ้งค์ ที่ใช้ Javascript มาใช้งาน เพราะแม้ว่ามันสะดวกในการเขียนโปรแกรม แต่นั่นกลับเป็นปัญหาใหญ่ที่ทำให้ Bot ไม่สามารถเที่ยวในเว็บคุณได้อย่างทั่วถึงนั่นเอง

3.การรู้จักใช้ keyword ในหน้าเว็บ

แน่นอนว่า การใช้คีย์เวิร์ดต่างๆ ในหน้าเว็บนั้น จำเป็นที่จะต้องรู้จักที่ใช้อย่างเหมาะสม หลีกเลี่ยงการทำ keyword stuff รู้จักการกระจายคีย์เวิร์ดไปอย่างทั่วถึงในหน้านั้น

หรือในหน้าต่างๆ ของเว็บไซต์ ของเว็บไซต์ ให้บ่อยขึ้น แต่ก็ควรเลือกใช้คีย์เวิร์ดที่เหมาะสม กับเนื้อหา [tag]keyword[/tag] ที่สื่อ หรือบ่งบอกให้ Bot สามารถเข้าใช้ หรือพอสรุปคร่าว ว่า หน้าเว็บไซต์ของคุณ เกี่ยวข้องกับเนื้อหาอะไร

ไม่ควรนำคีย์เวิร์ดนอกเหนือ จากเรื่องที่ content คุณไม่เคยเอ่ยถึง มาเกี่ยวข้อง เพื่อไม่ให้เกิดตราบาปของ Exit rate แบบมหาศาล ที่เกิดขึ้นด้วย

สำหรับผมนี่คือ 3 สิ่งง่ายๆ ที่ต้องเริ่มต้นกับการทำ SEO ในเว็บไซต์ล่ะครับ นอกเหนือจากนี้ ก็คงจะเป็น เทคนิคเล็กๆ ปรับแต่งกันไปครับ

Tags :

ยาฮูเผยกลยุทธ์ "โซเชียล เสิร์ช" แข่งกูเกิล

ยักษ์ออนไลน์วางหมากสร้างเครือข่ายเวบยาฮู ยกเครื่องระบบค้นหาข้อมูล พร้อมรวมกลุ่มสังคมออนไลน์ให้สมาชิกยาฮู ทั้งยังเตรียมปล่อยเทคโนโลยีใหม่ดึงลูกค้าโฆษณาหนุนรายได้ใหม่ พร้อมกวาดส่วนแบ่งตลาดเบียด "กูเกิล"

กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ : สำนักข่าวดาวน์โจนรายงานว่า ยาฮู อิงค์. ผู้ให้บริการเวบค้นหาข้อมูลรายใหญ่ประกาศกลยุทธ์เปิดศึกเรียกลูกค้ากับคู่แข่งกูเกิล ส่ง "โซเชียล เน็ตเวิร์คกิ้ง" เครือข่ายเวบไซต์ของยาฮูเพื่ออัพเกรดระบบค้นหาข้อมูลให้กับผู้ใช้ ซึ่งจะเอื้อให้ผู้ใช้สามารถสร้างคอนเทนท์ และแลกเปลี่ยนข้อมูลกับผู้อื่นได้ด้วยตัวเอง

นายเทอร์รี่ ซีเมล ประธานคณะผู้บริหาร (ซีอีโอ) ของยาฮูกล่าวว่า การทำให้เครือข่ายของยาฮูครอบคลุมกลุ่มผู้ใช้มากยิ่งขึ้นเสมือนเป็นการแสดงให้เห็นโอกาสในการเติบโต และนำเสนอวิธีการที่ไม่ให้ใครสามารถลอกเลียนได้ง่าย ทั้งยังเป็นการวางแผนงานในระยะยาวของยาฮู

โดยสำหรับกลยุทธ์ในครั้งนี้จะเป็นการเชื่อมโยงระหว่างบริการต่างๆของยาฮูทั้ง "[tag]Yahoo Answers[/tag]", "Del.icio.us", "Flickr" และ "MyWeb" เพื่อเป็นฟีเจอร์ใหม่ที่ช่วยเพิ่มศักยภาพในการค้นหาข้อมูลผ่านเวบของยาฮู

อย่างไรก็ตาม ในครั้งนี้ยาฮูยังได้เตรียมเปิดตัวเทคโนโลยีใหม่สำหรับการจัดลำดับโฆษณาออนไลน์ เพื่อใช้แทนระบบเดิมที่ให้ผู้โฆษณาซื้อคีย์เวิร์ดสำหรับลิงค์ตัวโฆษณาเข้ากับผลการค้นหาของผู้ใช้ มาเป็นการให้ผู้โฆษณาซื้อโฆษณาออนไลน์ที่รวมค่าโฆษณาทุกอย่างไว้เรียบร้อยแล้วแทน โดยคาดว่าจะเปิดตัวได้ในช่วงไตรมาสที่ 4

ทั้งนี้ก่อนหน้านี้นักลงทุนคาดว่ายาฮูจะสามารถเปิดตัวระบบดังกล่าวได้ในช่วงไตรมาสที่ 3 แต่หลังจากเลื่อนกำหนดเป็นไตรมาสที่ 4 ส่งผลให้ราคาหุ้นของยาฮูตกลงทันที 2.8%

นายเจฟฟ์ ไวน์เนอร์ รองประธานอาวุโสของยาฮู กล่าวว่า เป้าหมายที่สำคัญที่สุดของยาฮูคือการพลิกโฉมหน้าของเกมการแข่งขันในโลกของเสิร์ช เอ็นจิ้น และการเข้าถึงลูกค้ากลุ่มใหม่

ด้านนายซาฟา แรสท์ชี นักวิเคราะห์จากไพเพอร์ เจฟฟรีย์ ระบุว่า "โซเชียล เสิร์ช" เป็นกลยุทธ์ที่น่าสนใจของยาฮู และเป็นวิธีการที่พยายามจะสร้างความแตกต่างจากคู่แข่ง ที่สำคัญกลยุทธ์ครั้งนี้ของยาฮูยังสามารถดึงดูดผู้ใช้ได้ในวงกว้างขึ้น ทั้งกลุ่มการเงิน, ขาชอป, อีเมล และ ผู้ใช้บริการอื่นๆในโลกออนไลน์

ที่มาจากหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ

Tags :

Some Exploit to do some thing???

ก็ไม่มีอะไร ครับ แค่ตอนนี้ นั่งทำวิเคราะห์ เว็บดังๆ ในไทย อยู่ครับ ซึ่งก็เล่นทุกซอกทุกมุม เลยได้เจออะไรแปลกๆ ครับ หุหุ

ซึ่งจริงๆ แล้วเว็บนี้ เป็นเว็บ ที่สองที่ผมเจอ และทำแบบนี้ได้

แต่เว็บแรกที่เจอ มันค่า PR ไม่สูงเท่าไหร่ เลยไม่น่าสนใจครับ ในขณะที่เว็บนี้ มันค่า PR สูงดี น่าจะช่วยอะไร ได้บ้าง (รึเปล่า) ลองดูในภาพครับ

inbound links from exploit

ดูแล้วอย่าคิดว่า นี่เป็นภาพตัดต่อนะครับ หุหุ มันคือ ภาพจริงๆ (ไม่เชื่อ คลิก) ในต่างประเทศเค้าถือว่าเป็น [tag]Expolit[/tag] ครับ และเหมาะแก่การทำ [tag]Blackhat[/tag] เป็นอย่างมากครับ

ส่วนจะเอาไปทำอะไรได้นั้น หุหุ ไม่รู้ไม่ชี้ล่ะครับ อิอิ

กูเกิลเปิดตัว“Checkout” บริการจ่ายเงินปราบเซียน

เปิดแล้ว “[tag]Checkout[/tag]” บริการชำระเงินออนไลน์ของ[tag]google[/tag] ยักษ์ใหญ่เสิร์ชเอนจินที่ส่งมาสร้างความสั่นสะเทือนให้กับวงการอินเทอร์เน็ต โดยมีพันธมิตรเป็นร้านกาแฟแบรนด์ดังอย่าง สตาร์บั๊ค และ Buy.com เป็นสองพันธมิตรแรกที่ลงนามเซ็นสัญญาใช้บริการใหม่จากกูเกิล

ขณะที่เจ้าวงการรายเก่าอย่าง [tag]PayPal[/tag] ของอีเบย์นั้นก็เร่งสร้างความมั่นคงให้กับตัวเองด้วยการหนีไปจับมือกับยาฮูแล้ว อแมนดา ไพรส์ โฆษกของอีเบย์ปฏิเสธที่จะให้ความเห็นใด ๆ ต่อการเปิดตัวระบบจ่ายเงินออนไลน์ครั้งนี้ของกูเกิล แต่ก็เชื่อได้ว่าทางอีเบย์ค่อนข้างหวั่นใจเกี่ยวกับบริการใหม่ตัวนี้เช่นกัน

การทดสอบบริการชำระเงิน “Checkout” ของกูเกิลเริ่มต้นขึ้นมาประมาณ 1 ปี พร้อม ๆ กับตัวเลขที่แสดงให้เห็นถึงความสำเร็จของกูเกิลและอีเบย์จากวงการอินเทอร์เน็ต โดยในปีที่ผ่านมา กูเกิลทำรายได้ทั้งสิ้น 6,140 ล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นกำไร 1,500 ล้านเหรียญสหรัฐ ส่วนอีเบย์ทำเงินได้ 4,550 ล้านเหรียญสหรัฐ และเป็นกำไรของบริษัท 1,100 ล้านเหรียญสหรัฐ
แม้ว่ากูเกิลจะเคยให้ข้อมูลว่าบริการใหม่นี้ไม่ได้ตั้งขึ้นมาเพื่อเป็นคู่แข่งกับ PayPal แต่ก็ไม่มีอะไรยืนยันว่าในอนาคตมันจะไม่ก้าวขึ้นมาเป็นหอกข้างแคร่ของอีเบย์

ค่าธรรมเนียมในการจับจ่ายซื้อสินค้าผ่านระบบของกูเกิลจะมากน้อยขึ้นอยู่กับว่าทางบริษัทของลูกค้าจ่ายเงินค่าโฆษณาให้กับกูเกิลมากเพียงใด ซึ่งถือเป็นกลยุทธ์ที่ช่วยสร้างรายได้ให้กับบริษัทได้อีกทางหนึ่งจน Charlene Li นักวิเคราะห์จากฟอร์เรสเตอร์ต้องเอ่ยปากชม

สำหรับระบบชำระเงินของกูเกิลในปัจจุบัน จะยอมรับแค่เครดิตการ์ด แต่เชื่อว่าในอนาคตจะมีระบบการชำระเงินแบบใหม่ ๆ เกิดขึ้นอีก เช่น การตัดเงินจากบัญชีธนาคารของลูกค้าได้เลย เป็นต้น

ตัวอย่างในการคิดคำนวณค่าธรรมเนียมของกูเกิลนั้นได้แก่ ถ้าหากลูกค้าลงโฆษณากับกูเกิลเดือนละ 20,000 เหรียญสหรัฐ และถ้าสามารถซื้อขายสินค้าได้ตั้งแต่ 0 - 200,000 เหรียญสหรัฐก็ไม่ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมในการใช้บริการชำระเงินออนไลน์ให้กูเกิล แต่ถ้าทำยอดขายได้มากกว่านั้น กูเกิลจะคิดค่าธรรมเนียม 2 เปอร์เซ็นต์ของราคาที่ซื้อขาย บวกกับค่าทำรายการครั้งละ 20 เซนต์

สำหรับบริการจาก PayPal นั้น ปัจจุบันมีค่าธรรมเนียมอยู่ระหว่าง 1.9 - 2.9 เปอร์เซ็นต์ต่อยอดขาย และคิดค่าทำรายการครั้งละ 30 เซนต์ ธุรกรรมทางการเงินที่เกิดขึ้นผ่านบริการของ PayPal ในปีที่ผ่านมามีมูลค่าทั้งสิ้น 27,500 ล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นรายได้ของอีเบย์ 1 พันล้านเหรียญสหรัฐ โดยมีฐานลูกค้าทั่วโลกราว 105 ล้านคน

การเข้าสู่สังเวียนบริการจ่ายเงินครั้งนี้ของกูเกิลเป็นการเดิมพันครั้งใหญ่ในการกระตุ้นให้ผู้บริโภคใช้บริการของกูเกิลให้มากขึ้นและมากขึ้น ทั้งในส่วนของเสิร์ชเอนจิน และการจับจ่ายซื้อสินค้า กูเกิลประมาณการณ์ว่า บริการอีคอมเมิร์สประมาณ 37 เปอร์เซ็นต์จะเริ่มวิ่งเข้าหาผู้ให้บริการระบบเสิร์ชเอนจินเพื่อทำตลาดร่วมกันมากขึ้น
.............................................................
ที่มาจาก ผู้จัดการออนไลน์

Tags :