September 2006

My presentation : SEO Training.

แวะๆ มาก่อนครับ พอดีทำเสร็จแล้ว ครับ คือเมื่ออาทิตย์ก่อน ได้จัดอบรม [tag]การทำ seo[/tag] เบื้องต้นนะครับ ใน office ซึ่งผมโดนให้เป็น คนฝึกอบรมครับ ก็เลยทำตัว [tag]presentation[/tag] สำหรับฝึกอบรมไว้แล้ว จึงนำมาแจกสำหรับ ท่านที่เป็นสมาชิกไปก่อนหน้านี้แล้ว อิอิ

ซึ่งคิดไปคิดมา ไหนจะแจกแล้วแจกมันให้หมดนี่ล่ะครับ อย่าไปคิดอะไรมันมากเลย ปวดหัว เอ้า ไปโหลดกันเอาเองนะครับ

SEO Project (Guideline for Beginner). นะครับ

เนื้อหาหลักๆ ก็จะเป็นสำหรับผู้ที่เริ่มต้นในการทำ seo มากกว่านะ แต่ทั้งนี้เนี่ยเนื่องมาจาก มันเป็น presentation ที่ใช้ประกอบการบรรยาย จึงทำให้รายละเอียดไม่มีมากนักนะครับ แต่ก็เหมือนสรุปคร่าวๆ เอาจาก เนื้อหาเรื่อง [tag]SEO[/tag] ต่างๆ จากในเว็บบล็อกแห่งนี้ล่ะครับ

ซึ่งหากท่านใดมีคำแนะนำ ก็ยินดีนะครับ เสนอแนะกันมาได้ เพื่อเอาไปปรับปรุงต่อไปนะครับ เพราะว่าคาดว่าในเร็วๆ นี้ คงจะมีการจัด Training อีกครั้งครับ งานนี้ ออกนอกบริษัทแล้วครับ เหอๆ (ประมาณว่า โดนส่งไปตายแนวหน้า 555) จะได้ปรับปรุง แล้วเอามาแจกกันใหม่นะครับ

Tags :

Adwords Project: Day 2-3, Research and Research.

เมื่อวาน นึกว่าจะว่าง ดันไม่ว่างซะอย่างงั้นครับ เลยไม่ได้ทำอะไรมาก และไม่ได้ทำตัวของ [tag]Adwords[/tag] project ต่อครับ ซึ่งจริงๆแล้ว ในวันที่สองนั้น แรกเริ่มเดิมทีคงจะคิดว่า น่าจะเลือกสินค้าทำได้แล้ว แต่นั่นกลับไม่ง่ายเลยครับ เพราะพอเอาเข้าจริงๆ กลับไม่รู้จะขาย หรืออะไรดี อีกทั้งตัวของการทำโฆษณา ก็ยังไม่ได้คิดเลย

ดังนั้น คงต้องทำการศึกษากันยกใหญ่ครับ

คำถามแรกในหัวเลย จะขายอะไร??? ซึ่งดูแล้วถือเป็นคำถามที่ยากและมีสิ่งที่จะต้องคิดให้รอบด้านครับ โดยสิ่งที่ผมคิดไว้มีอยู่หลายๆส่วนด้วย ว่าสิ่งที่ขายนั้นจะเป็นอะไรดี

หลักจากที่ดูแล้ว สินค้า ทั้งใน [tag]cj.com[/tag] และ [tag]clickbank.com[/tag] นั้นจะมีหลากหลายมาก และบางอย่างไม่จำเป็นต้องขาย แค่นำเค้ามาสมัครกรอกๆ ก็ได้เงินแล้ว

แต่... ในกลุ่มของ pay per lead นั้นหากคิดว่าจะได้เงินง่ายๆ คงไม่ใช่ แน่นอนว่าคนที่คิดทำอย่างเราๆ คงจะมีเยอะ จากที่ลองทดสอบดู ไม่ว่าจะเป็นการนำคนมาสมัครเพื่อขอข้อมูลเกี่ยวกับการศึกษา จะมีคู่แข่งเยอะมาก เพราะในเมื่อเราคิดได้ คงคิดอย่างเราคงจะมีอีกมากมายบนโลกใบนี้ครับ

ดังนั้น เมื่อหากเราจะเลือกตัวของ pay per lead นั้นจะต้องคิดดีๆ ครับ ว่า ตัวของเว็บนั้นๆ น่าสนใจมากแค่ไหน มีจุดเด่นมากเท่าไหร่ จากนั้น ก็จดบันทึกเก็บข้อมูลไว้ก่อน อย่าเพิ่งตัดสินใจครับ

หันกลับมาดูสินค้าต่างๆ ที่จะได้ [tag]commission[/tag] จากการขายบ้าง แน่นอน รูปแบบของสินค้า ก็จะถูกแบ่งออกไป อีกครับ เช่น สินค้าที่เป็นชิ้น หรือเป็นสิ่งที่จับต้องได้ เช่น บ้าน รถ เครื่องคอมพิวเตอร์ สินค้าที่สัมผัสได้ แต่จับต้องไม่ได้ ก็น่าจะเป็นในกลุ่มของ travel เป็นต้น หรือสุดท้าย สินค้าในกลุ่มที่จับต้องไม่ได้เลย เช่น software ต่างๆ

ดังนั้น ลองมาดูจุดดีของสินค้าแต่ละกลุ่มคร่าวๆ กันครับ

1. ในกลุ่มที่จับต้องได้ จะมีจุดดีคือ คนซื้อจะรู้สึกจับต้องได้ ได้ของเป็นชิ้นไม่เลื่อนลอย แต่จุดเสียคือ จะต้องมีการ shipping หรือจัดส่ง หรือ ผู้ซื้อมักจะต้องคิดหน้าคิดหลังดีๆ ต้องการการไปดูสินค้าเช่น บ้าน หรือรถ ที่คงจะไม่แค่ดูภาพสินค้าอย่างเดียวแน่ๆ การจะนำสินค้าในกลุ่มนี้ไปขาย จึงควรเน้นที่เป็น local มากๆ เช่น รถใน รัฐฟลอริด้า ก็ต้องในฟลอริด้าอย่างเดียว หรือ ภายในประเทศ เป็นต้น ทำให้กลุ่มของผู้ซื้อ เล็กมากๆ ดังนั้น จึงต้องเลือกตลาดที่มีกำลังซื้อเยอะครับ และจะเป็นแนวทางในการลงโฆษณาด้วยนะครับ อย่าลืมจำไว้นะครับ

หรืออาจจะเป็นของชิ้นเล็กลงมาหน่อย เช่น พวกเสื้อผ้า หรือ อุปกรณ์แต่งรถ หรืออุปกรณ์อื่นๆ จุดนี้จะได้เปรียบตรงที่ว่า สามารถที่จะสั่งได้เยอะ แถมยังค่าจัดส่งน้อย ราคาไม่แพง คนกล้าที่จะซื้อ แต่ปัญหาคือ ค่าตอบแทนที่เราจะได้ ก็จะน้อยลงไป กว่าแบบแรกครับ เพราะสินค้ามีราคาไม่แพง ดังนั้น หากคิดๆ ไปแล้ว เนี่ย ถือว่า จะเป็นในลักษณะที่ กินน้อยๆ แต่กินนานๆ ครับ

2. กลุ่มที่จับต้องไม่ได้ แต่สัมผัสได้ จริงๆแล้วผมก็ไม่รู้จะตั้งชื่อกลุ่มยังไงดีน่ะครับ เพราะซื้อมาแล้วเนี่ย มันไม่ได้เป็นชิ้นเป็นอัน แต่คนซื้อ ยินดีที่จะซื้อเพื่อความพึงพอใจที่สัมผัสได้น่ะครับ เช่นพวก packet ท่องเที่ยว สมาชิกฟิตเนส หรืออย่างพวกประกันภัย ก็ขอจัดอยู่ในกลุ่มนี้ด้วยนะครับ ดังนั้นเนี่ยปัญหาของกลุ่มนี้คงจะคล้ายๆ กับขั้นแรกในบางส่วนครับเช่น สมาชิกฟิตเนส ก็จะต้องเลือก local หน่อยครับ ส่วนพวก packet ท่องเที่ยวเนี่ยก็จะไม่ใช่ local เสียแล้วมันสามารถที่จะ world wide ได้ครับ

จุดดีของสินค้าในกลุ่มนี้คือ จะเป็นกลุ่มของคนที่มีกำลังซื้ออย่างแน่นอน เพราะว่าถ้าไม่มีกำลังซื้อคงไม่ว่างไปเที่ยว หรือไปนั่งเล่น fitness แน่ๆครับ ดังนั้นการขายน่าจะทำได้ดี และหลายตัวมีราคาสูง อีกทั้งไม่จำเป็นที่จะต้องจัดส่งอะไรมากนัก

แต่ข้อเสียนี่คือ กลุ่มคนที่จะซื้อน้อยลงไปครับ เพราะจำกัดด้วยกำลังซื้อนั่นเอง และคุณภาพความน่าเชื่อถือของสินค้านั่นเองครับ เพราะคนในกลุ่มที่จะซื้อน่าจะมีการคิดหน้าคิดหลังมากหน่อย ต้องการสินค้าที่คุณภาพ และราคาที่คุ้มกัน นั่นเอง

3. สินค้าในกลุ่มที่จับต้องไม่ได้เลย เช่น software ต่างๆ หรือ hosting หรือพวก domain name อะไรพวกนี้ครับ มันจับต้องไม่ได้เลย เสียไปลอยๆ แล้วก็ได้อะไรมาก็ไม่รู้

สินค้าในกลุ่มนี้มีจุดดีคือไม่เสียค่าจัดส่ง ขายที่ไหนก็ได้ และ world wide มากๆ ครับ แต่ข้อเสียของมันก็เยอะ เพราะด้วยความที่มันส่งไปไหนก็ได้ หรือเอาไปแจกใครก็ได้ อย่างเช่นที่เราเห็นๆ กันคือปัญหาของ software เถื่อนนั่นล่ะครับ รู้ๆ กันอยู่ ทำให้ต้องคิดหน้าคิดหลังมากหน่อย ว่าจะขายที่ไหนดี

ต่อมาคือ เนื่องจากสินค้าในกลุ่มนี้จะคล้ายๆกับใน ข้อ 2. บางส่วนครับ นั่นคือไม่จำเป็นต้องจัดส่งสินค้า ไม่เสียค่าจัดส่ง ดังนั้นพวกนี้จะให้ ผลตอบแทน สูงมากๆ ดังนั้นอัตราการแข่งขันสูงมากๆครับ แทบจะฆ่ากันตาย

ถ้าเปรียบเทียบก็เหมือน red ocean จากหนังสือ Blue ocean strategy อะไรนั่นล่ะมั้งครับ ผมยังไม่ได้อ่านนะครับ แค่ฟังๆ จำคำเขามา ใครมีจะส่งมาให้อ่านบ้างก็ได้ครับ ดูแล้วเป็นแนวคิด การวางแผนที่น่าสนใจดี เพราะปรกติที่ผมทำๆอยู่ก็แค่ SWOT analysis ธรรมดาเลยครับ ซึ่งทีแรกผมก็ไม่รู้หรอกไอ้ที่ผมคิดๆ เนี่ยมันคือ SWOT analysis ผมแค่คิดตามแนวคิดใน สามก๊ก นั่นล่ะครับ รู้เขา รู้เรา รบร้อยครั้ง ชนะร้อยครั้ง

กลับมาเข้าเรื่องต่อครับ ดังนั้นในวันที่สองของการทำ project นี้นั้น ผมนั่งคิดและค้นหาสินค้าที่น่าจะขายได้ครับแต่ก็ยังงงๆ และมองๆ ผ่านๆ กวาดๆ ไว้คร่าวๆ ก่อนว่า จะมีอะไรบ้าง แต่ยังไม่ลงในรายละเอียดครับ เพราะว่า คงต้องเก็บข้อมูลไว้ก่อน

จากนั้น ในวันที่ สาม คือ วันนี้ล่ะครับ ก็นั่งๆ ดู นั่งๆ คิดๆ อ่า แล้วจะไปขายที่ไหน ดี เพราะถ้าเราเลือกสินค้าที่เป็น local ก็คงจะต้องเลือกประเทศด้วย แต่แน่นอนว่า การขายสินค้าหลักๆ นั้นจะตัดผ่านบัตรเครดิต จึงต้องมานั่งคิดต่อว่า ประเทศไหน ใช้เยอะ แน่นอนครับ ว่า คงไม่พ้นประเทศอย่าง USA แต่นั่นคงจะมีคู่แข่งกันเยอะมากๆ รองลงไปที่ไหนล่ะ ???

นั่นเองทำให้ต้องไปนั่งหาข้อมูลทาง สถิติ อ่านเพิ่มอีกนั่นล่ะครับ หลักๆ ที่หาๆ ใน google ก็ไปเจอเว็บ www.forrester.com กับ http://www.ecommerce-guide.com/ นี่ล่ะครับ ลองไปนั่งๆ อ่านๆ ดู ก็ยังงงๆ ว่านี่จะต้องมานั่งดูขนาดนี้เลยเหรอ แต่ก็นะ แนะนำให้อ่านเว็บหลังครับ ค่อนข้างจะมีข้อมูลเยอะทีเดียวครับ อ่านกันไม่ไหว แถมยังงงๆ อีกด้วยครับ ส่วนเว็บแรกเนี่ย มันเป็นเว็บขายข้อมูลเหมือนของ comscore ล่ะครับ ซึ่งถ้าอ่านเอาคร่าวๆ (คร่าว มากๆ ครับ) พอได้อยู่

ดังนั้น จึงต้องมานั่งหาตลาดใหม่ครับ เพราะ usa ใครๆ ก็มุ่งเป้าไปแข่งขันกับหัวโต มุ่งไปขุดเงินขุดทองกัน แล้วก็แข่งกันบ้าเลือดล่ะครับ ปัจจัยหลักๆ ที่ผมจะเลือกนะครับ

1. มีอัตราการใช้บัตรเครดิตสูง เมื่อคิดเป็น % นะครับ

2. มีอัตราการใช้บริการ online shopping สูง

ซึ่งถ้าจำไม่ผิดเนี่ย ผมเพิ่งอ่านข่าวในบ้านเราเนี่ยล่ะครับที่แปลข้อมูลมาจาก comscore นั่นละครับ คือ ประเทศอังกฤษ เนี่ยเป็นประเทศที่มีการซื้อสินค้าออนไลน์ สูงมากๆ รองลงมาก็ เยอรมัน แต่ไม่แน่ใจว่า ทำไม usa ถึงไม่อยู่ที่หนึ่งนะครับ แต่บางครั้งต้องดูเรื่อง ภาษาด้วยนะครับ เพราะอย่างผมเนี่ย ภาษาอังกฤษ ยังไม่กระดิกหู เท่าไหร่ จะให้ไปทำความรู้จักกับภาษาเยอรมันเนี่ย คงไม่ไหวละครับ

แต่อย่างไรก็ตาม ใครที่จะหันไปขุดเงินกันใน usa อย่างเดียวเนี่ย คงต้องพิจารณากันใหม่แล้วนะครับ

เห้อ เหนื่อย วันนี้ขอ เก็บข้อมูลเท่านี้ก่อนนะครับ แล้วเดี๋ยวพรุ่งนี้มาต่อดีกว่าครับ เห้อ เหนื่อยๆ

Tags :

Answer time.

พักนี้มีคนสอบถามมาเยอะครับ ทั้งใน เว็บบล็อก i-morm.com และก็ในเมล์ของ webmaster [at] i-morm.comนะครับ เลยเอามารวบรวมตอบคำถามรวมกันทีเดียวนะครับ เริ่มจากในเมล์ก่อนเลยครับ

Q: [tag]meta tag[/tag] ไม่สำคัญจริงๆเหรอครับ ???

A: สำหรับในส่วนของ meta tag เนี่ย ผมคงต้องถามกลับครับว่า ใน search engineตัวไหนล่ะครับ เพราะแต่ละตัวให้น้ำหนักของ [tag]keyword[/tag] ในแต่ละส่วนไม่เท่ากัน ครับ ถ้า google นั้น ให้น้ำหนักน้อยมากๆ ครับ ดังนั้นถ้าคุณทำเพื่อ [tag]google[/tag] อย่างเดียว จะใส่ไม่ใส่ ไม่ต่างกันมากนัก แต่สำหรับผมแล้วเนี่ย แม้ว่ามันเป็นจุดเล็กๆ แต่ไม่ควรมองข้ามนะครับ อีกอย่างถ้าเราไม่ได้มุ่งเป้าแค่ google ก็ จำเป็นครับ เพราะตัวอื่นๆ ให้ความสำคัญมากกว่า google ครับ

Q: คีย์เวิร์ดในการทำ [tag]seo[/tag] เนี่ย อะไรก็ได้หรือ ???

A: keyword ในการทำ seo ผมเคยกล่าวไว้แล้วใน SEO project :Finding Keywords.. เกี่ยวกับการหา keywords ในการทำ seo ครับ ซึ่งนอกจากที่มันจำเป็นที่ควรจะเกี่ยวข้องกับเนื้อหาในเว็บเราแล้วเนี่ย มันยังมีประเด็นของ ปริมาณการใช้ค้นหาด้วยครับ ถ้าคุณทำ seo ขึ้นอันดับ 1 ด้วยคีย์เวิร์ด ที่มี indexs 10000 indexs คนหาต่อ วันแค่ 1000 คนเนี่ย โอกาสที่[tag]การทำ seo[/tag] มันคุ้มค่ากันไหมครับ ตรงนี้ที่ควรจะคิดให้รอบครับ ทำแล้วได้อะไรไหม คุ้มไหม

Q: ทำไม [tag]Weblog[/tag] มันทำ seo ดีกว่าเว็บไซต์ปรกติ หรือcms อย่าง phpnuke ครับ ไปอ่านในเว็บบล็อกทีนึงมาแล้วเค้าบอกว่าไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม???

A: อ่า ไปอ่านมาจากที่ไหนล่ะเนี่ย ไม่ยอมบอกเสียด้วย แต่ไม่สนใจครับ ผมจะตอบแล้วกันว่าทำไม อันดับแรกคือ ระบบของเว็บบล็อกมันเป็น [tag]search engine friendly[tag]-SEF มากกว่าครับ นอกจากนี้ อยากให้ไปอ่านเพิ่มใน Weblog and SEO.. เลยครับ เขียนไว้นานโขแล้วครับ เหอๆ นั่นเป็นอีก สาเหตุหนึ่งที่ว่า ทำไม มันถึงดีกว่า

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น มันไม่ใช่เสมอไปนะครับ เพราะว่า หากเรารู้แล้วว่า จุดใดเด่น จุดใดด้อย การนำมาปรับปรุงเว็บไซต์ให้เป็น search engine friendly ก็ไม่ยาก รวมทั้งการทำระบบให้สนับสนุนเสียทั้งหมด ไม่ว่า weblog หรือ website หรือ cms ตัวใดก็ตาม ได้ผลไม่ต่างกันมากครับ อยู่ที่การ optimize ทั้งสิ้น

Q: อยากทราบวิธีทำตรงนี้อะครับhttp://www.i-morm.com/category/webblog/ แทน http://www.i-morm.com/index.php?category=webblog ???
อะครับ

A: สำหรับตรงนี้ จะต้องใช้ [tag]mod_rewrite[/tag] ใน Apache นะครับ ซึ่งจะต้องเช็คสองส่วนคือ อันดับแรก server เปิด module นี้ไว้หรือเปล่า ลองสอบถามทาง host ดูครับ และเช็คว่า มีไฟล์ .htaccess อยู่แล้วหรือเปล่า (โดยปรกติจะไม่มีครับ)

ส่วนการทำนั้นมี 2 ขั้นตอนครับ ข้นแรกเข้าไปใน siteadmin แล้วก็ Option >> permalink ครับ ให้ปรับตรงนั้น ตามที่เราต้องการเลยครับ ซึ่งจะมีรูปแบบตัวอย่างอยู่ครับ จากนั้น กด update ครับ จากนั้นในช่องใหญ่ล่างสุดมันจะมี code ของ .htaccess ให้นะครับ ให้ก้อบไป จากนั้นเปิด notepad แล้ววางลงไป save เป็น htaccess.txt ไปก่อนนะครับ แล้วทำการ upload ขึ้นไปยัง server แล้วเปลี่ยนชื่อไฟล์เป็น .htaccess นะครับ แค่นั้นเองครับ ไม่ยาก

Q: ถ้าไม่มี coupon อ่ะคับ แล้วจะใช้วิธีนี้ได้รึป่าวคับ??? [คำถามจาก Adwords project ครับ]

A: ในกรณีที่ไม่มี [tag]adwords coupon[/tag] เนี่ยก็ต้องไปหามาครับ แล้วแต่ว่าจะไปหามาแต่ไหนครับ ขอจากเพื่อน ซื้อจาก ebay เช่า host อะไรพวกนี้ใช้ได้หมดละครับ เพียงแต่คุณจะต้องเป็น Account ใหม่เท่านั้นครับ เพราะ Adwords coupon ที่มีไว้สำหรับให้คนที่เปิด account ใหม่ครับ acoount เก่าใช้ไม่ได้ครับ อิอิ

Q: Blogทำยังไง สมัครยังไง แล้วจะเอาชื่อเป็นของตัวเองทำยังไงครับ เอาแบบคุณมอมแมมอะครับ คือตอนนี้ผมกำลังเดินรอยเท้าตามคุณมอมแมมน่ะครับ

A: อ่า อันนี้ อย่ามาเดินตามรอยผมมากเลยครับ ไม่รุ่งหรอกครับ 555 เพราะมันพวกลองผิดลองถูกลุ่มๆดอนๆ ไปเรื่อยๆครับ ดังนั้นเนี่ย คงไม่เหมาะละมั้ง ส่วนเรื่องการเริ่มต้น ทำ Blog เนี่ยคงไม่ยากครับ จะเริ่มต้นยังไง เดี๋ยวเอาเป็นว่า ผมจะเรียบเรียงลำดับเนื้อเรื่องก่อนนะครับ เพราะจริงๆเนี่ย ได้เตรียมเนื้อหาไว้ส่วนหนึ่งแล้วน่ะครับ เนื่องจากมีคนติดต่อมาจะให้ไป บรรยายเกี่ยวกับ การทำ Blog โดยใช้ Wordpress ซึ่งตรงนั้นเนี่ยผมรวบรวมข้อมูลไว้ค่อนข้างเยอะทีเดียวครับ ทั้งการเริ่มต้นทำ การติด adsense โฆษณา การติดตั้งอะไรต่างๆเกือบหมด รวมทั้งสุดท้าย การทำ Blog promotion ด้วยครับ

อิอิ มีคนสนใจเยอะ จัดเองเลยดีไหมเนี่ย อิอิ เอาละครับ ผมสรุปๆ มาตอบรวมไว้ตรงนี้แล้วกันนะครับ ซึ่งหวังว่า หลายท่านคงจะได้ประโยชน์บ้างนะครับ ไม่มากก็น้อย รวมทั้ง ต้องขออภัยที่ตอบช้าด้วยครับ เหอๆ เพราะตอนนี้ Project ล้นหัวไปหมดไม่รู้จะทำอะไรก่อนหลังแล้วครับ เหอๆ

ปล. ก่อนไปขอโชว์ พาวเล็กน้อย คริคริ ขนาดตัว Domain name เว็บผมเนี่ย ควรเอาไปทำเว็บขายหมานะครับเนี่ย อิอิ ไอ้มอม เอ๋ย....

Google serps: rank of my blog.seo by mormmam
มันต้องแบบนี้ ครับ index ต้องหลักล้าน คริคริ

Tags :

Adword Project: Day 5, product researh.

หายไปวันนึงเนื่องด้วยภาระหน้าที่การงานอันประดังประเดเข้ามา สนุกกันอย่างเป็นบ้าเป็นหลังครับ ซึ่งอย่างวันนี้เนี่ย รู้สึกเหมือนควบ 3 ตำแหน่ง ตอนเช้าเนี่ย server มัน down เลยต้องนั่งคิดตัว Business Model ของเว็บไซต์ที่ทำงาน วางแผนรายได้ว่าจะมาอย่างไร ไปอย่างไร ซึ่งก็สนุกเอาการล่ะครับ

ตกบ่ายมา กลายเป็น programmer นั่งแก้ไข งานด่วน ให้เว็บอีกเว็บนึงซะงั้น กว่าจะเสร็จ มั่วอยู่นาน แต่ยังไม่จบ ดั๊นต้องรับหน้าที่ Graphic design นั่งทำ banner อีกสามตัว โอ้ว นี่มันสุดยอดขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย ปวดกบาล

อ่า กลับมาต่อเรื่องของ [tag]Adwords[/tag] ครับ ซึ่งคงต้องควบเมื่อวานและวันนี้ เป็นวันที่ 5 แล้วกัน เนื่องจากเวลาทำมีแค่วันละนิดนึงเท่านั้นเองครับ แต่ประเด็นต่อมาที่ผมกลับมาคิดต่อจาก Adwords project : Day 3-4 ที่เป็นเรื่องเกี่ยวกับการค้นหา และเก็บข้อมูลครับ มาวันนี้ก็ยังถือว่าอยู่ในกลุ่มของการค้นหาข้อมูลครับ

ต้องไปค้นอะไรอีกล่ะ ???

หลายท่านคงสงสัย ว่าจะค้นอะไรนักหนา ข้อมูลเป็นสิ่งที่จำเป็นมากครับ ในการที่จะลงทุนทำธุรกิจต่างๆ ดังนั้น เราจึงต้องคิดให้มาก คิดให้รอบ แล้วค่อยทำ อย่าคิดเพียงแว๊บ แล้วทำครับ เพราะมันไม่ค่อยดี และโอกาสที่จะสำเร็จมันน้อย

การเก็บข้อมูลในวันที่ 5 ก็จะต่อจากวันที่ 4 ครับ คือ ค้นหา product ที่น่าสนใจ วิธีการเลือกของผมก็ไม่ยากครับ

1. เลือก product ที่พอรู้อยู่บ้าง

2. เลือก product ที่มีแนวโน้มทำตลาดได้

3. เลือก product ที่มีคู่แข่งน้อย

4. เลือก product ที่มีคนต้องการเยอะ

สาม สี่ ข้อหลักๆ ที่ดูเหมือนจะสร้าง ความปวดหัวกันมึนตึ๊บๆแล้วครับ แต่พอเอาเข้าใจจริงๆ ถ้าวาง step ได้ก็จะไม่ยุ่งครับ คือผมจะเป็นหน้าต่าง Webbrowser ไว้ทั้งหมด สามอันหลักๆ ครับ คือ หน้าหนึ่งเป็นของ Clickbank.com ครับ หน้าต่างนึงเปิด google และอีกหน้าหนึ่งเป็นหน้าสำหรับดูคีย์เวิร์ด คือ Google keyword tool ครับ

ที่นี้ step การทำงานก็คือ เปิดหน้าต่างของ clickbank ครับ แล้วจากนั้นเนี่ยเลือกหาข้อมูลของสินค้าที่เรารู้จักก่อนเลยครับ โดยเฉพาะในหมวดที่เรารู้จักครับ ย้ำเน้นว่าเอาที่เรารู้จักก่อน จากนั้นลองดูเลือกสินค้าที่มี Gravity สูงๆ ครับ แล้วก็ referer ต่ำๆ ครับ จากนั้นค่อยกวาดมาดูในส่วนของ earning ครับว่า ส่วนใหญ่เฉลี่ยแล้วเค้าได้เงินกันเท่าไหร่มั่ง 

หลังจากนั้นก็เริ่มคลิกดู ตรงลิ้งค์ของหน้าเว็บสินค้านั้นๆครับ ว่าดูแล้วหน้าตาหน้าเว็บมันสวยงามแค่ไหน มีการรับรอง หรือรับประกันอะไรหรือไม่ คร่าวๆ ก่อนนะครับ จากนั้น หากดูแล้วว่า เราน่าจะพอทำได้ ก็เอา product มาค้นหาดูเลยครับ เช่น มันขาย เกมส์ ก็เอาคีย์เวิร์ดมาค้นหาครับ อย่าไปคิดไรมาก เอาคีย์เวิร์ด ง่ายๆ เช่น ชื่อสินค้า น่ะครับ มาค้นใน google

จากนั้นในหน้าต่าง result เนี่ย ก็ดูว่า ads มันเยอะหรือไม่ครับ แต่อย่าลืมเติม &gl=us สำหรับดูโฆษณาของ USA หรือ &gl=uk สำหรับดูโฆษณาของอังกฤษ ด้วยนะครับ ไม่งั้นเนี่ยเด๋วจะผิดไป ซึ่งให้ลองดูก่อนว่า Ads ด้านข้างนั้น มีเยอะหรือเปล่าครับ ถ้ามันมีเยอะมากๆ เนี่ย ก็ไม่ควรเล่นครับ จดไว้คร่าวๆ ก่อนก็ได้ครับกันลืม เผื่อว่าโอกาศหน้าจะเอามาลองเล่นดูใหม่

จากนั้น ก็คิดเอาคีย์เวิร์ดคร่าวๆ หลักๆ ซักสี่ห้าชุด มาค้นหาใน [tag]google keyword tool[/tag] ครับ ในตรงหัวข้อChoose data to display ให้เลือกเป็น [tag]keyword[/tag] popular ครับ ซึ่งใน result เนี่ยมันจะแสดงปริมาณการค้นหา และ อัตราของคู่แข่ง เป็นกราฟ มาให้ดูครับ ซึ่งนั่นก็เป็น guide line ให้คร่าวๆ ได้ครับ

ต่อมาก็เลือกครับ มันจะมีปุ่ม add หลัง keyword แต่ละตัว ก็คลิก add ครับ ระบบของ google มันจะเก็บไว้ให้ครับในช่องด้านขวามือครับ ซึ่งผรกตินั้นผมจะเลือกคร่าวๆ เอาที่มันมีคู่แข่งน้อยๆ แต่คนหาเยอะๆ ไว้ก่อน  จากนั้น ใต้กล่องข้อความด้านขวา จะมีปุ่ม Download these keywords สำหรับดาวน์โหลดคีย์เวิร์ดที่เลือกเอามาเก็บไว้ก่อนครับ

ซึ่งจัดเก็บข้อมูลเหล่านี้ไว้เป็นชุดนะครับ ให้มันง่ายๆ หาง่ายหน่อยก็ดีครับ ซึ่งข้อมูลส่วนนี้เนี่ย ถือเป็นหลักการหาข้อมูลคร่าวๆ นะครับ และจะทำวนๆ กันไปทุกๆ product ที่เราสนใจครับ

เห้อ เหนื่อย server ของ office ดาวน์อีกล่ะ เซ็งงงง จริงๆนะครับเนี่ย เอาเป็นว่าวันนี้เท่านี้ก่อนล่ะครับ ไปแล้วครับ

Tags :

Adwords project :Day 6, Find keywords.

เอาละครับ ห่างหายไปนานเนื่องมาจากภารกิจ งานที่เล่นเอาหนักหนาสาหัสเหมือนกันครับ เหอๆ (นั่ง up blog นี่ก็ยังไม่ได้กลับบ้านเลยครับ) และช่วงที่ผ่านมาสามสี่วันหายไป ก็ไม่ได้ทำตัวของ adwords project ต่อเลยครับ เพิ่งมากลางวันนี้เองที่พอนั่งว่างๆ หลังจากตอนที่แล้ว ผมได้ลองหาๆ product ใน clickbank.com ไปแล้วนะครับ

ซึ่งก็พอได้มาอันนึงครับ ตามความคาดหมายคือ 1. เป็น product ที่มีคนสนใจเยอะ 2. ตัวของ product มีปริมาณของ refered น้อยกว่าตัวอื่นๆ และสุดท้าย 3. %earning อยู่ในระดับที่น่าพอใจครับ เลยตัดสินใจละ ว่าเอาตัวนี้แน่ๆครับ

จากนั้นเริ่มภารกิจ การค้นหาคีย์เวิร์ดครับ ซึ่งอันดับแรกเลย จากตอนที่แล้วว่าให้ลองหา keywords คร่าวๆ ไว้ก่อนนะครับ ตรงนี้ล่ะครับที่ผมค่อนข้างจะให้ความสำคัญทีเดียว เพราะว่า อะไร

เพราะว่า 1. ผมไม่เก่งภาษาเท่าไหร่นัก การที่จะให้ผมมานั่งคิดคีย์เวิร์ดต่างๆ คงยากเอาการครับ
2. เมื่อคิด [tag]keywords[/tag] ไม่ได้ แล้ว การเอา keywords มาต่อๆ กันแล้วเป็นคำใหม่ ยิ่งยากเข้าไปอีกครับ
3. การเอา keywords ที่คิดได้มาทดลองหาปริมาณการค้นหา และคู่แข่งเนี่ย ผมรู้สึกว่ามันหลายต่อครับ

ผมก็เลยคิดเอาใหม่ ผมสามารถที่จะทำทุกอย่างพร้อมกันได้ไหม กับตัวของ 3 ข้อข้างบน ถ้าทำแล้วผมจะได้ keywords สำหรับทำ [tag]adwords[/tag] มาแค่ไหน ??? ตรงนี้นั่งคิดอยู่เรื่อยๆครับ สุดท้ายนั่งฟังข่าวโรคฉี่หนู เลยคิดได้ Bingo!!!

อ่ะ เริ่มงงๆ กันสิครับว่า โรคฉี่หนู มันเกี่ยวกับการคิด keywords ได้อย่างไร ลองดูก่อนนะครับ การที่โรคมันเกิดการระบาดได้เนื่องมาจากไวรัส มีการแพร่กระจาย ใครก็รู้ จากที่เคยเรียนชีววิทยามาคุ้นๆ ว่าไวรัสจะใช้การแพร่กระจายแบบแตกตัวจาก 1=>2=>4..... ไปเรื่อย

ดังนั้นในตอนแรกเราได้ keywords คร่าวๆ มาแล้วใช่ไหมครับ เกี่ยวกับตัวของ product เนี่ย เอาก็เอาตัวนั้นเหมือนกับ ตัวไวรัสต้นแบบ (ยังกับในหนังเลยนะเนี่ย)

สมมุติ ครับว่า ผมทำ adwords กับ เว็บ download หนัง ดังนั้น อันดับแรกเลยคือ keywords = movies download นี่คือตัว keywords ต้นแบบนั่นเองครับ

ผมก็เอาไปใส่ [tag]keywords tool[/tag] ของ google adwords นั่นล่ะครับที่เป็นตัวฟรีๆ นั่นล่ะไม่ต้องไปหาที่ไหนครับ เอา keywords ใส่ไปก่อนเลยครับ ตัวนี้ จากนั้นก็เลือกตรง drop downlist ด้านข้างเป็น keyword popularity ครับ แล้วก็กด get more keywords เลย รอซักครู่ เลยครับ

ที่นี้รายการด้านล่างก็จะมี keywords มาอีกประมาณ 20 ตัว (เฉลี่ยเอานะครับ) ทีนี้ก็เลือกเลยครับ ดูเอาที่มี Advertiser Competition น้อยๆ Search Volume เยอะๆ เลยครับ แล้วกด add>> เอาไปเก็บไว้ก่อน

อ่า ที่นี้เริ่มต้นเท่ากับเราสร้าง keywords จาก 1 ไปเป็นประมาณ 5-6 ตัวแล้วใช่ไหมครับ จากนั้นเนี่ย เราก็เอาไอ้ตัวที่ 2 มาทำแบบเดิมอีก มันก็จะได้ keywords ที่ไม่เหมือนกัน มาอีกประมาณ 20 ตัว เราก็เลือก ตาม concept เลยครับ จากนั้น ก็วนๆ ไปเรื่อยๆ ครับ จะทำให้ เราสร้าง keywords list ปริมาณที่ค่อนข้าง มาก และมีตัวของ keywords ที่คัดมาแล้วเรียบร้อยครับ

concept นี้ผมเรียกว่า Keywords virus ดีกว่ามั้งเนี่ย ซึ่งจะช่วยให้เราไม่ต้องคิด keywords ไรมากครับ ไม่ต้องทำสองสามขั้นตอน แค่เอา keywords ที่ได้ มาทำ วน loop กันไปเรื่อยๆ อย่างน้อยๆ มันก็จะทำให้เราได้คีย์เวิร์ดเยอะมากขึ้นเรื่อยๆ นั่นเองล่ะครับ

อีกอย่างนึง บางครั้งเนี่ย เราจะได้คีย์เวิร์ด ที่มีปริมาณคนที่ search น้อยก็จริงๆ แต่คู่แข่งน้อยมากๆ รวมทั้งเราสามารถที่ได้ปริมาณ keywords เยอะอีกด้วยครับ

คิดง่ายๆ คือ มี มีคีย์เวิร์ด 1 อันสร้างได้อีก 5 เอาไปสร้างได้อีกอย่างน้อยก็ ซัก 50 ก็ยังพอไหวครับ วันหลังคิดได้อีกอันนึงเอามาวน loop แบบนี้ใหม่ครับเชื่อว่าถ้ามีเวลาทำอย่างนี้ซักวันนึงเต็ม keywords ที่ได้น่าจะอย่างน้อยก็เกือบร้อยแล้วมั้งครับเนี่ย

แจ่ม ไหม จ๊ะ

Tags :

My forum.

อ่า วันนี้มีเวลาเยอะหน่อยครับ และยังคิดอะไรไม่ออกด้วย แต่เนื่องมาจากในตัวของ Blog ที่นี่มีคนเริ่มเข้ามาถามผมเยอะขึ้น เกี่ยวกับหัวข้อต่างๆครับ ทั้ง SEO, Adwords, Adsense และอื่นๆ

บางครั้งหลายๆ ท่านมาถามใน entry เก่าๆ บ้าง ทำให้แม้ว่าผมเห็นผ่านตาไป แต่คงไม่ได้มีโอกาสกลับไปตอบเสียเท่าไหร่นัก อีกทั้ง บางอันเป็น content เก่า ก็กลัวว่าจะหากันไม่เจอ

นอกจากนี้เนี่ยใน mail ของ webmaster เนี่ยก็มีมาเป็นระยะ กับคำถามต่างๆ ครับ เลยเอาล่ะ ตัดสินใจไป หาระบบเว็บบอร์ด มาใส่ซะ ซึ่งก็ไปได้ของ BBpress เจ้าเดียวกับ Wordpress ที่ผมเอามาใช้ระบบ Weblog นี่ล่ะครับ

แต่เนื่องจากมันยังเป็นตัวทดสอบอยู่มากๆ ทำให้นั่ง config ต่างๆ ลองผิดลองถูกกันหัวโตทีเดียวละครับ เหอๆ แต่ก็ OK ครับ ใช้ได้ระดับนึง อาจจะยังมี Bug อยู่บ้าง ก็ยังไง ช่วยแจ้งกันด้วยนะครับ

แวะไป ฝากคำถามไว้ได้ที่นี่นะครับ http://www.i-morm.com/forum/

Tags :

My comment.

วันนี้แวะมาตอนเที่ยง ครับ เหอๆ เพราะมีเวลาปลีกมานิดหน่อย จากงานที่น่าเซ็งในชีวิต (เซ็งมากๆ ครับ ทำไงได้ล่ะเนี่ย) เอามาก่อนเลยครับ อันแรกเลยจากหนังสือฉบับเดิมอีกแล้ว เหอๆไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร ผมถึงไปนั่งจับผิดได้กะหนังสือ ฉบับนี้อีกละ

อันดับแรก เรื่องของการทำการประชาสัมพันธ์เว็บไซต์ ของเว็บชื่อดังอันนึง (รึเปล่าเนี่ย) ซึ่งลงในนิตยสารฉบับนี้ล่ะ เค้าบอกว่าให้เข้าไป ที่ checkpagerank.com แล้วเช็ค [tag]pagerank[/tag] ของ Google ซึ่งจะเป็นตัวบอกว่า เว็บไหนที่มี Pagerank สูงๆ มันจะมี [tag]traffic[/tag] สูง

เข้าใจอะไรผิด รึเปล่า ??? (อยากถามเค้าแบบนี้เหมือนกัน)

[tag]Google pagerank[/tag] Not [tag]Alexa rank[/tag] หรือพูดง่ายๆ คือ ไอ้เจ้า google pagerank เนี่ยมันไม่ใช่ Alexa rank นะครับ แนวคิดกันระบบมันต่างกันเลย ไม่คล้าย ไม่เหมือนไม่เกี่ยวกันเลยครับ

Google pagerank คิดจากปริมาณของ Quality link and link เป็นหลัก นะครับ [อ่านเพิ่มเติมได้ที่ SEO project : Google Pagerank.. ] ส่วน Alexa rank นั้นจะคิดจากปริมาณ traffic ครับ ดังนั้นควรแยกให้ออกนะครับ

ซึ่งคิดง่ายๆ ครับ http://www.eblogbiz.com/ ของผมมี PR=4 ซึ่งมากกว่าเว็บที่ติด top100 ของทรูฮิตหลายเว็บเลยครับ ถ้ามันเป็นอย่างเค้าบอกจริง traffic เว็บคงมีอย่างน้อย หลักหมื่น แต่จริงๆแล้ว มีแค่หลักสิบเท่านั้นเอง คิดง่ายๆ แบบสิ้นคิดแล้วนะเนี่ย

ต่อมาอันดับที่ 2 คือ ผมได้รับ อีเมล์ ซึ่งเป็น Spam มาฉบับนึง บอกว่า รับทำ SEO ครับ ราคาเนี่ยก็ 40000 บาท โอ้ว พระเจ้าจ๊อด ผมจะเชื่อคุณได้เยี่ยงไร เนี่ย เพราะในเมื่อ คุณบอกว่าทำ seo ได้ แค่เว็บคุณยังปั่นไม่ขึ้น แถมยังทำตัว spammer อีก

ใครที่คิดจะไปซื้อคุณแทบจะไม่มีอะไรการันตีได้เลย เหมือนก่อนหน้านี้ คนทำ Host เจ้าหนึ่ง นั่งส่ง spam เข้าเมล์ชาวบ้าน แนะนำเว็บ Host มองดูแล้วคงกินได้แค่ คนไม่รู้เท่านั้นล่ะครับ (เหมือนหลอกลวงเลย)

กลับมาเรื่องเมล์ seo ฉบับนั้น บอกได้เลยนะครับว่า คุณคิดผิดทันที ถ้าคุณคิดไปจ้างคนแบบนั้นรับทำ seo เพราะ
1. เว็บตัวเองยังเอาไม่ขึ้น แล้วเว็บอื่นๆ จะเอาขึ้นได้อย่างไร
2. การ spam mail ถือเป็นสิ่งน่าเกลียดอย่างยิ่ง
ดังนั้น เค้าคงไม่สามารถการันตีได้ว่า จะไม่เอา Blackhat seo มายัดให้ได้ เพราะแค่มารยาท กติกาเล็กๆ ยังไม่เคารพเลย
3. ราคาที่ระบุ สูงเอามากๆ กับการที่อะไรก็ไม่น่าเชื่อถือซักอย่าง ลองไปดูบริษัทใหญ่ มีหลักมีฐาน น่าเชื่อถือหน่อยยังคุ้มกว่าเลยครับ
4. กรณีแบบนี้ ในต่างประเทศ ทำแล้วเชิดเงินหนี มีกันเป็นร้อยเป็นพัน ซึ่งควรจะดูหน้าดีหลังให้ดีครับ

การเลือก บริษัททำ SEO ให้คุณ นั้นควรทำให้ดีนะครับ ดูรายละเอียดให้เยอะเข้าไว้ ว่า เค้าเล่น Blackhat หรือไม่ เพราะในไทยบอกเลยว่า เห็นหลายเจ้าแล้ว Website ตัวเอง หรือในกลุ่มของเค้า ยัง Hidden text กระจาย เปิดโดเมนใหม่ ยิงลิ้งๆ เข้ามา มี hidden text เกือบทุก site ของเค้า หึหึ โคตรไว้ใจได้เลย

ต่อมาคือ เลือกเอาที่ การันตีเน้นๆ ครับ ไม่ขึ้นไม่คิดเงิน เพราะอย่างน้อยถ้ามันไม่ได้จริงๆ คุณก็ไม่ต้องเสียเงินก้อนใหญ่ ครับ

แค่นี้ก่อนแล้วกันครับ เพราะยังไม่ได้กินข้าวเที่ยงเลย T_T
อ่อ จากนิตยสารฉบับเดิม ยังอ่านไม่จบเรื่อง RSS ครับ คิดว่า จะมีอะไรมากัดเค้าอีกล่ะ หุหุ (อ่านผ่านเจอเค้าบอกแต่บอกไม่หมด ยกแต่ข้อดี ไม่มีข้อเสียซะงั้น)

Tags :

About RSS from magazine.

กลับมาต่อจาก my comment เมื่อวานครับ ที่ติดค้างเรื่อง [tag]RSS[/tag] จากในนิตยสารเล่มเดิม ครับ ซึ่งมันทำให้ตะหงิดๆ และต้องกลับไปอ่านอีก สามรอบ ย้ำว่า สามรอบจริงๆนะครับ

เพราะได้มาทีแรกอ่าน แล้วงงๆ กลับไปอ่านอีกรอบ เข้าใจมานิดนึง กลับไปอ่านอีกรอบ อืมมม ยังมึนๆ อยู่เหมือนเดิมครับ ไม่แน่ใจว่า เค้าพอเข้าใจอะไรหรือไม่น่ะครับ เลยอดไม่ได้จริงๆล่ะน้า (เหมือนสร้างอริอีกแล้ว) อ่า แต่ก็ต้องพูดกันไปครับ เพราะว่าอย่างน้อย การที่เรารู้ ก็ต้องบอกกันครับ

อันดับแรกเลย ที่เจอ เค้าบอกว่า RSS ช่วยสร้าง [tag]traffic[/tag] ให้คนเข้าเว็บของคุณได้ พออ่านมาอีกย่อหน้านึง ก็บอกว่า คนอ่านมาสามารถที่จะติดตามข่าวสารในเว็บคุณได้ โดยไม่จำเป็นต้องเข้าเว็บ เอ้า!! แล้วสรุปว่า มันเป็นเยี่ยงไร เพราะอ่านแล้วเค้าก็อธิบายวนๆ อยู่อย่างนี้ อย่างน้อย สามรอบ ในหัวข้อนี้

มาม่ะ กระผมจะบอกให้ฟังว่า เท็จจริงๆแล้วมันเป็นเยี่ยงไร???

ระบบ RSS นั้น เป็นระบบที่จริงๆแล้วจะว่าใหม่ก็ใหม่ จะว่าเก่าก็เก่า เหมือนกับ Ajax ละครับ มันเป็นระบบที่นำเอา concept ใหม่มาผสมกับระบบเก่าที่มีอยู่นั่นเองครับ คือxml ถ้ายังงงๆ ว่า RSS คืออะไร ก็แนะนำให้อ่านใน entry เก่าของผมครับคือ Rss feed for future

RSS จะช่วยเพิ่ม Traffic ให้คนเข้าเว็บเราได้อย่างไร???
ระบบ RSS นั้นจริงๆแล้วไม่ได้ช่วยให้เราเพิ่ม traffic ได้ ถ้าเราไม่ทำ rss ให้มันปรากฏ เหมือนกับการทำเว็บไซต์นั่นล่ะครับ ถ้าทำแอบๆ ไว้ ใครที่ไหนจะรู้ ตรงนี้ ในหนังสือไม่บอก แต่ผมจะบอก

การเพิ่ม Traffic ให้คนเข้าเว็บ ด้วย RSS นั้น เราจำเป็นที่ต้องเอาเจ้า RSS หรือ Feed ของเราไปเสนอให้โลกรู้ครับ นั่นคือ การเอา RSS ไป submit กับเว็บในกลุ่มของ [tag]Feed farm[/tag] ซึ่งมีลักษณะเหมือนๆ กับ Web directory ทั่วๆไปนั่นล่ะครับ เพียงแต่เป็นแหล่งที่รวม rss ไว้เท่านั้นเอง

ซึ่งเว็บไซต์ในกลุ่มนี้ ในต่างประเทศจะมีเยอะมากครับ อย่างดังๆ ก็ feedburner.com เป็นต้นครับ ซึ่งวิธีการ ประชาสัมพันธ์ตัวของ RSS กระผมก็เคยเขียนไว้นานแล้วเช่นกันครับ ไปอ่านได้ที่ RSS technology:Feed for public..

ตรงจุดนี้ล่ะครับ มันถึงจะทำให้ RSS มันช่วยสร้าง Traffic ให้คุณได้

แต่ traffic ตรงนี้ บอกก่อนเลยว่า มันคือ [tag]Quality traffic[/tag] ครับ ไม่ใช่ Quantity traffic นั่นเอง เพราะว่าคนที่จะเอา RSS ของคุณไปใช้งานนั้น จะเป็นคนเลือกที่จะเอา RSS ของคุณไปใส่ในตัวของโปรแกรม [tag]RSS reader[/tag] เองครับ ดังนั้นจุดนี้คือ การที่เราจะได้คนที่สนใจจริงๆ ถึงจะเข้ามาอ่านใน website หรือ blog ของคุณครับ

ซึ่งหากมองแล้ว มันก็เหมือนแต่เดิมที่จะมีระบบ Newsletter หรือ email subscriber ครับ เพียงแต่ว่า ระบบ RSS จะมีดีตรงที่ user สามารถมั่นใจได้ว่า คุณจะไม่โดน spam เหมือนอย่างการ สมัคร newsletter นั่นเองครับ (ในตอนนี้นะครับ อนาคตยังไม่รู้ว่าจะกลายเป็นเหมือน spam mail ที่มีในปัจจุบันหรือไม่)

นอกจากนี้ Format ของ RSS เป็นรูปแบบของ xml ที่สามารถนำไปต่อยอดให้บริการผ่านทางระบบอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น mobile ,pda ไปเลยก็ได้ครับ หรือจะเอาไปจัดทำอะไรต่อก็ได้เยอะ อีกทั้งตัวของ xml ก็จะมีขนาดเล็ก ช่วยให้ webmaster ไม่ต้องมานั่งปวดหัวกับปริมาณ Bandwidth อีกด้วยครับ เพราะผู้ใช้งานไม่ต้อง load อะไรมากนัก ยกเว้นแต่คุณทำ Podcast หรือแนบไฟล์พวกเสียง คลิปวิดีโอไปกับ rss นั้นด้วยเท่านั้นเองครับ

ที่นี้ ข้อมูลที่ไปกับ RSS นี้จะเป็นแค่หัวข้อ กับ ส่วน description สั้นๆ เท่านั้น (จริงๆแล้วอยู่ที่ว่า จะเพิ่มอะไรไปมากแค่ไหนนั่นล่ะครับ) ที่จะไปปรากฏบนระบบ rss reader ของ user นั่นล่ะครับ

ซึ่งผลที่เกิดขึ้นนี้ ทำให้ user เลือกที่บริโภคเนื้อหาต่างๆ เหล่านั้นได้ เพราะถ้าไม่น่าสนใจ ก็คงไม่คลิกมาอ่านต่อ ในหน้าเว็บ ดังนั้น ตรงนี้เอง ทำให้ Traffic มันลดลงไป นั่นเอง

ดังนั้น RSS จะไม่สามารถสร้าง traffic ที่มากมายนัก จนทำให้เว็บคุณขึ้นติดอันดับดีๆ ได้เลย ถ้า

1. เนื้อหาคุณไม่น่าสนใจ
2. หัวข้อไม่เร้าใจ และน่าอ่าน
3. ไม่ใช่แฟนพันธุ์แท้ของคุณ

ตรงนี้เองครับ มันก็จะกลับมาที่ตัวคุณเองที่ว่า จะต้องสร้าง RSS ให้น่าสนใจอยู่เสมอ น่าติดตาม และน่าอ่าน หรืออย่างตามคำยอดฮิตคือ Content is King ละครับ จึงจะสามารถสร้าง Traffic ใหม่ๆ ได้อย่างต่อเนื่องครับ

ดังนั้น การทำ RSS เพียงแค่อย่างเดียว ตามกระแสเค้าไป หรือว่า ทำเพราะหนังสือบอกว่าดีๆ บอกว่าสร้าง Traffic ได้นั้น ไม่ใช่สิ่งที่เหมาะสมนัก สำหรับท่านที่กำลังคิดจะทำ RSS เพื่อการนี้ หรือหวังตามเค้าเท่านั้นครับ คงต้องกลับมามองแล้วว่า

คุณ ต้องการจะให้อะไรแก่ผู้ใช้งาน ในเว็บ, คุณตั้งใจทำเนื้อหามากมายแค่ไหน นั่นเองครับปล. เอาสถิติของ RSS ใน weblog ของผมมาให้ดูครับ เป็นสถิติ ของเดือนนี้ล่ะครับ

rss stat in my blog

Tags :

SEO project:Advance Google sitemap [part 2]

กลับมาต่อกันที่ Advance google sitemap กันต่อนะครับ ซึ่งต่อจากคราวก่อนโน้น นะครับ สำหรับ [tag]google sitemap[/tag] ที่ใครก็บอกว่า ต้องทำ xml นะ ต้องไปนั่ง Gen [tag]sitemap.xml[/tag] กัน ทั้งที่ต้องไปหาโปรแกรม Gen กันมา หรือว่า ไปใช้ Online service น่ะครับ ซึ่งจริงๆแล้ว อย่างที่ได้บอกไปแล้วว่า มัน Google เองนั้น มีให้เราได้เลือก หลายรูปแบบด้วยกันครับ

แล้วรวมทั้ง เมื่อตอนที่ผ่านมา ผมได้เอ่ยเกี่ยวกับตัวของ [tag]RSS[/tag] [tag]feed[/tag] ไปด้วยว่า มันช่วยสร้าง Traffic หรือเสีย traffic ได้ส่วนหนึ่ง แลกมากับการได้มาซึ่ง Quality trafffic นั่นล่ะครับ

แล้ว RSS กับ [tag]Sitemap[/tag] มันเกี่ยวอะไรกัน ???

แน่นอนครับแต่เดิมมันก็ไม่เกี่ยวกันมานักครับ แต่หลังๆ มันเกี่ยวเนื่องกับอะไรหลายๆ อย่างครับ Bot ของ google มีการปรับตัวอะไรหลายๆ อย่างหลังจากที่ Google inc. ได้ตัดสินใจซื้อกิจการของ WeBlog ชื่อก้องอย่าง Blogspot.com นั่นล่ะครับ ทุกอย่างมันก็เริ่มเปลี่ยนไปตามความเหมาะสมครับ ทั้งการเอา adsense เข้าไป support รวมทั้งการ support google sitemap ด้วยครับ

ซึ่งแต่เดิมนั้น google sitemap มีเพียงไม่กี่แบบเท่านั้นครับ แต่พอ google ไปซื้อเจ้า blogspot มานั้น ระบบของ blogspot ไม่มีระบบ sitemap ทำให้ bot ต้องวิ่ง crawl ทั้งเว็บของ blogspot เกิดปัญหาความล่าช้าของการเก็บ keywords ต่างๆ ส่งผลกระทบต่อการให้บริการของ google adsense ที่เกี่ยวเนื่องกัน เพราะว่า mediapartner bot ของ google นั้น ก็ทำงานเหมือนๆ กับการทำงานของ google bot ทั่วๆไปครับ จึงจำเป็นที่จะต้องมีการปรับเปลี่ยน และปรับตัวกันมากมาย

การที่จะใช้ google sitemap ได้นั้น ต้องบอกว่า อย่างน้อยเราจำเป็นต้องมี 1 ส่วนคือ sitemap.xml นั่นเอง ทีนี้ blogspot ไม่มีระบบให้สร้างตัวนี้ ไม่อนุญาติให้เรา upload file ต่างๆ ไปยัง server ของ blogspot ได้ ยกเว้นการอัพไฟล์ภาพจากโปรแกรมของ Picasa ที่ google ไปซื้อมา และ การเสียเงินให้กับ blogspot แลกกับระบบ member ที่เพิ่มขึ้นมากขึ้น

และแน่นอนว่า การที่ google จะเพิ่มระบบ gen sitemap เข้าไปในตัวของ blogspot เท่ากับเป็นการสร้างภาระอย่างยิ่งให้กับ server ที่ต้องทำงานหนักเพิ่มขึ้นอีก

google จึงเล็งเห็นจุดเล็กๆ ที่มีอยู่แล้วของ blogspot ครับ นั่นก็คือ Rss feed นั่นเองล่ะครับ

เนื่องจากตัวของ RSS มีรูปแบบ Format ที่จัดขึ้นมีลักษณะคล้ายๆ กับ sitemap ของ google อยู่ส่วหนึ่ง นั่นคือการมี url list อยู่ในนั้นว่า อะไรเป็นอะไรนั่นเอง แต่มีข้อแม้ว่า RSS ของคุณจะต้องเป็นเวอร์ชั่น 2.0 เป็นอย่างต่ำ หรือในรูปแบบของ Atom 3.0 ครับ (ปรกติ blogware ทั่วๆ ไปจะเริ่มเป็น 2.0 แล้วครับ)

ซึ่งวิธีการ check ว่า RSS ของเราเป็น version 2.0 หรือไม่ ก็ให้เปิดไฟล์พวก feed หรือ rss ของเราดูครับ แล้วดูบรรทัดแรกเลยครับว่า มันเป็นอย่างนี้หรือไม่

rss version="2.0" xmlns:dc=http://purl.org/dc/elements/1.1/

ส่วนของ Atom 3.0 ก็เช็คได้คล้ายๆ กันแต่ต่างกันนิดหน่อยครับคือ

feed version="0.3" xmlns=http://purl.org/atom/ns#

ซึ่งใน format ของ RSS นี้จะมีสองส่วนหลักๆ ที่สำคัญเพื่อใช้ในระบบของ google นั่นคือ link และ Date ที่สร้างนั่นล่ะครับ หากคุณเช็คแล้วว่า ระบบ rss ในเว็บของคุณ เป็น RSS 2.0 หรือ Atom 3.0 ก็สามารถเอา url ของ Rss ของคุณไป submit ได้เลยครับ ในตัวของระบบ google sitemap เหมือนกับการ submit sitemap.xml ได้เลยครับ ไม่ต้องไปนั่งหาระบบ gen sitemap.xml แต่อย่างใดครับ

ดังนั้นเนี่ย จึงไม่แปลกครับที่ RSS จะสร้างมูลค่าให้คุณมากขึ้นได้ครับ และเนื่องจากระบบของ Blog มันมี RSS อยู่แล้ว จึงไม่ยากครับที่จะส่ง RSS เข้าไปเป็น sitemap ก็ไม่ยากครับ อีกทั้งอย่างที่ผมเคยบอกไปแล้วว่า Blog มันมีระบบอะไรหลายๆ อย่างที่มากกว่า website ทั่วๆไปด้วยครับ จึงทำให้ มันสามารถที่จะสร้างมูลค่าเพิ่มให้กันเราได้เพิ่มขึ้นอีกต่อ ทำ SEO ก็ง่าย ระบบไม่ยุ่งยาก และในต่างประเทศเองก็มีการเอา Blog มาแทนพวก CMS หลายตัวแล้วด้วยครับ เพราะมันสามารถ เพิ่มอะไรได้อีกครับ เช่น อย่าง i-morm.com ของผมเนี่ย ก็ยังเพิ่ม Forum ได้อีกด้วยครับ ซึ่งตัว forum ตัวนี้ จากที่ดูๆ แล้ว ก็ค่อนข้างเป็น search engine friendly เสียด้วย อิอิ ถ้ามีอะไรคืบหน้าเกี่ยวกับ forum ตัวนี้ ก็จะแนะนำกันครับ ขอศึกษาอีกนิดแล้วกัน

ว่าแต่

วันนี้ คุณ ทำ RSS หรือยังครับวันนี้

Tags :

I am sick.

ขอพัก เขียนบล็อก ซักอีกสองสามวันนะครับ เหอๆ

ก็ไม่ได้เกี่ยวกับเหตุการณ์ ปฏิรูปอะไรหรอกครับ เพียงแต่ หักโหมงานช่วงที่ผ่านมา ทำให้เหนื่อยสะสม แถมสูบจัด อีกครั้ง เลยพอมาโดนงานหนักในช่วงเกาะข่าวเมื่อวันที่ 19-20 ที่ผ่านมาอย่างเมามันส์ กับ UIP ที่พุ่งพรวดๆ เลย น๊อค ครับ

หลอดลมอักเสบ อีกนั่นล่ะครับเหอๆ

สรุปแล้ว ก็สามครั้งแล้ว ในช่วงครึ่งปีหลังนี่ละ เหอๆ

เพิ่งลุกได้ ยังงงๆ อยู่ทำไรไม่ถูกครับ เหอๆ เมายาแก้หวัดซะงั้น

ปล.ฝากนิดนึงครับ ตะกี้เห็น comment ใน blog ผมนะครับ มี blog แห่งนึงที่อยู่ใน blogspot อ่ะนะครับ ผมเข้าไปแวะเวียนมา เห็นมีหลายๆ ข้อความ ก้อบปี้ มาจากความคิดเห็นในเว็บ seo.in.th นะครับ ก็ฝากเตือน กันนิดนึงว่า จริงๆแล้ว ลิขสิทธิ์ มันควบคุมถึงความคิดเห็นต่างๆ ในเว็บบอร์ดด้วยนะครับ ถ้ายังไง การลงอ้างอิงสักนิดนึง เชื่อว่า คงไม่ยากเกินกว่า การลงข้อความเหล่านั้นเท่าไหร่หรอกนะครับ เพราะอย่างน้อย เค้าก็แนะนำให้เรา เราก็ควรให้เครดิตท่านอื่นๆ นิดนึง

Tags :

SEO project:Advance Google sitemap, advance of basic.

เริ่มกลับมามีเวลา หายป่วยกันแล้วครับ ไอ้เจ้าอาการหลอดลมอักเสบครั้งที่สามในรอบปี หุหุ ก็เป็นผลมาจากการทำงานเยอะกว่าชาวบ้านเค้า ด้วยความสนุก เมามันส์ ส่วนตัว นอนน้อย และสูบบุหรี่ นั่นล่ะครับ เหอๆ ก็เลย ล้มหมอนนอนเสื่อกันอีกแล้ว

เอาละ หายไปนาน กลับมาต่อในส่วนของ Advance [tag]google sitemap[/tag] กันต่อครับ ในตอนนี้จะเป็นเหมือนกับสูงสุดสู่สามัญนั่นล่ะครับ เพราะว่า กลับมาสู่รูปแบบพื้นฐานของเดิมที่เคยมีการครับ

ก่อนที่จะมีในส่วนของ google [tag]sitemap[/tag] นั้น แต่เดิมมันจะมีในส่วนที่เรียกว่า Url list text ครับ ซึ่งในส่วนรูปแบบนั้นง่ายและ simple มากๆครับ โดยจะมีเป็นในลักษณะของ URL เป็นรายการๆ ไปเท่านั้นครับ

http://www.i-morm.com/forum/
http://www.i-morm.com/seo-tool/
...
...
...

นี่ล่ะครับ เป็นแค่ list แค่นี้ง่ายๆ เลยครับ ไม่ต้องคิดมาก ครับ จากนั้นก็ให้ save file นี้เป็นชื่อว่า [tag]urllist[/tag].txt ครับ เอาไว้ใต้ root folder ครับ เพราะอะไรนั้น จริงๆแล้ว มันมีความสำคัญนะครับ แม้ว่าทาง google จะไม่ได้ระบุว่า ไฟล์นั้น จะตั้งเป็นชื่ออะไร หรือว่า อาจจะ save เป็น sitemap.txt ได้เลยก็ตามครับ ข้อกำหนดที่ทาง Google กำหนดไว้นั้น มีเพียงเหมือนๆ กับในส่วนของ sitemap.xml ครับ นั่นคือ มี list ของ url ไม่เกิน 50000 url

แต่ถ้าเกินล่ะทำอย่างไร ???

คำถามนี้ ไม่ยาก และมีคำตอบครับ เพราะว่าทุกอย่างมีทางออกเสมอครับ วิธีการคือ แยกเจ้า url นั้นออกมาเป็น file ต่างๆ ครับ โดยอาจจะใช้ชื่อว่า urllist2.txt ครับ จากนั้น ใน [tag]urllist.txt[/tag] ที่เป็นไฟล์แรก หรือไฟล์หลักนั้น ก็ให้นำ url ของไฟล์ที่สองนี้ ใส่รวมเข้าไปใน 50000 url ในไฟล์แรกด้วย ซึ่งจะคล้ายๆ กับการทำ sitemap index ใน Advance google sitemap ตอนแรกๆ น่ะครับ

ทีนี้กลับมาต่อที่ว่า ความสำคัญของเจ้า ชื่อ ที่ควรใช้หรือตั้งมันว่า urllits.txt ว่าสำคัญนี้ ผมเองได้กล่าวมาแล้วว่า มันเป็นระบบเก่า ที่มีมาก่อนหน้าไอ้เจ้า sitemap.xml เสียอีกครับ ดังนั้น มันจึงทำให้ Bot หลายๆ ตัวนอกจาก google เองรู้จักเจ้า url list แบบนี้ด้วยนั่นเอง

และในหลายตัวนั้น ก็มี yahoo อยู่ในรายการเสียด้วยสิครับ ตรงนี้เองที่ทำให้มันน่าสนใจกว่าปรกติ เหมือนทำครั้งเดียว แล้วสามารถส่งได้ทั้งสองที่ครับ โดยในส่วนของ yahoo เนี่ยก็ให้เข้าไป submit ได้ที่ http://submit.search.yahoo.com/free/request เลยครับ

ซึ่งเมื่อเข้าไปแล้วจะรู้ว่า มันมีให้ Submit เจ้า RSS feed เสียด้วยครับ ซึ่งเนี่ยเป็นอีกหนึ่งในหลายๆ กำไร ของการสร้างเจ้า rss feed มาใช้ล่ะครับ

สำหรับเจ้า urllist.txt นี่ถือว่าเป็น classic sitemap ที่เหมือนให้เรากลับสู่สามัญอีกครั้งล่ะครับ

Back to Basic.

Tags :

Transfer i-morm.com to eblogbiz.com.

นอนคิดมาหลายคืนแล้วครับ ว่าจะย้าย Weblog แห่งนี้ ไปรวมกับ eBlogBiz.com  ครับ ทีแรกคิดว่าจะไปสอยโดเมนสวยๆ จาก GoDaddy เสียหน่อย คิดไปคิดมา

ก็ไอ้ที่จะย้ายนี่ เพราะความขี้เกียจนั่งเข้าไปเช็ค เว็บสองเว็บสามเว็บ ให้ปวดหัวครับ (ไหนยังเว็บเพื่อนผมอีก เหอๆ) เลยกะว่าจะย้ายไปรวมกันดีกว่า เพื่อให้ง่ายต่อ การจัดการ ดูแลครับ

ซึ่งคาดว่า การย้ายจะเริ่มย้ายข้อมูลไปเรื่อยๆในช่วงเดือนหน้า คือเดือน ตค. จากนั้นเว็บนี้ก็จะปล่อยเป็นเว็บว่างๆ ไว้ก่อนนะครับ เหอๆ ยังคิดไม่ออกว่าจะเอามาเล่นอะไรกับมันต่อดี เหอๆ

นอกจากความขี้เกียจแล้ว ส่วนหนึ่งเนี่ย เป็นสาเหตุมาจาก การอยากลองดูด้วยครับว่า ถ้าเราจะย้าย เว็บเปลี่ยนจาก domain หนึ่งไปยัง Domain ใหม่เนี่ย สำหรับการทำ SEO แล้วจะต้องมีอะไรบ้าง แล้วจะมี วิธีการอย่างไร เทคนิคอย่างไร บ้างนั่นล่ะครับ เพื่อที่จะได้เป็นความรู้ประดับหัวของผมบ้างนั่นล่ะครับ

อิอิ เพราะอย่างที่บอกไปตั้งแต่ต้นแล้วว่า เว็บนี้ เหมือนเป็นที่เล่นอะไรใหม่ๆ ของผมล่ะครับ อิอิ

Tags :

Google Pagerank Update!!!

วันนี้แวะมาแจ้งข่าว ก่อนนะครับว่า ตอนนี้ทาง Google กำลังมีการ Update [tag]google pagerank[/tag] กันอีกแล้วนะครับ ให้ลองเช็คๆ ดูกันได้นะครับ ส่วนมีการ update indexs เพิ่มเติมหรือไม่นั้น ก็คงต้องเช็คๆ กันครับ

โดยปรกติ มักจะเกิดขึ้น สลับๆ กันเช่น up indexs ตามด้วย up [tag]pagerank[/tag] หรือไม่ก็ pagrank ก่อนตามด้วย index (แต่ไม่ใช่ทุกครั้งนะครับ เพราะ pagerank จะ up ไม่บ่อยเท่า indexs)

ยังไงลองเช็คกันได้ที่ seochat.com/seo-tools/future-pagerank/

my google pagerank

อันนี้เป็นของ i-morm.com นะครับ ซึ่งแนวโน้มคือ pr=3 ครับผม

Tags :