November 2006

SEO Project: Test swf for google bot.

เอาละครับ ห่างหายกันไปซักพักหนึ่ง แล้วนะครับ ซึ่งผมเองก็หายไป จนตอนนี้เริ่มกลับมามีชีวิตต่อรูปแบบปรกติกันบ้างแล้วครับ ซึ่งแม้ว่าจะพ้นมาก็ยังคงติดงานอย่างต่อเนื่อง คาดว่ายาวถึงมค.ปีหน้าโน่น แต่ก็คิดว่า ไม่หนักหนาสาหัสเหมือนช่วงที่ผ่านมาแล้วนะครับ ที่เมื่อเดือนที่แล้ว เหมือนทำงานหลายตำแหน่งมากเลย ไม่ว่าจะเป็น นั่งเขียนโปรแกรม นั่งเช็คบักระบบ นั่งวาง flow ในส่วนที่รับผิดชอบ ทำเนื้อหาเอง ไหนยังมีตัวแทรกๆ มาอีกคือ เหมือน production house เลยครับ ตะลอนออกไปถ่ายวิดีโอเบื้องหลังคอนเสิร์ต(เล็กๆ มั้ง) มานั่งตัดต่อ อีก

โอ้ว กลับมานั่งคิดแล้ว ว่า เนี่ยกระผมทำอะไรต่อ

กลับมาเข้าเรื่องครับ เนื่องมาจากที่ผ่านมาเนี่ยผมเองก็ได้ เอ่ยถึงการทำ ที่ flash นั้นเริ่มสามารถที่จะถูก bot อย่าง [tag]google bot[/tag] เข้าไปล้วงลูกได้ถึงในตัวของ [tag]flash file[/tag] ที่เป็น .[tag]swf[/tag] ได้แล้วนั้น

วันนี้พอมีเวลา ผมก็เลยลองทำ flash ง่ายๆ ขึ้นมาชุดนึง เรียกได้ว่าเป็นชุดแรกสำหรับการทดสอบสิ่งที่ผมคิดว่า น่าจะเป็นไปได้กับการทำ seo กับ flash  นั่นล่ะครับ

ซึ่งก็ได้รวบรวมข้อมูลต่างๆ ไว้ในหัวอยู่มาเป็นเดือนแล้ว ซึ่งคิดว่าจะประกอบไปด้วยไฟล์ flash ทั้งหมดหลายๆ อันครับ และมีความแตกต่างกันทั้งในแง่ของการใช้งาน การทำ และระบบข้างใน เพื่อทดสอบว่า แบบใดจะเป็นไปได้ หรือว่ามีโอกาสมากที่สุดในการที่จะได้รับการอ่านตัวของ text ในไฟล์ swf

นอกจากนี้ ก็คิดว่า จะมีแบบที่มัน advance ขึ้นมาหน่อยคือให้มีลูกเล่นบ้างอะไรพวกนี้ล่ะครับ เหมือนอย่างที่เค้าทำๆ กัน ซึ่งก็คงต้องหาที่พึ่งเรื่อง flash อีก เพราะผมเองก็ทิ้งไปนานทีเดียวครับ เจ้า flash เนี่ย

และสุดท้าย คิดว่าจะทดสอบรูปแบบของการ index ด้วยว่า การวาง flash file ในหน้าเว็บไซต์แบบใดกันแน่ที่จะช่วยให้ส่งเสริมกันด้วย ซึ่งที่คิดๆ ไว้คือ สองแบบด้วยกันครับ

เอาเป็นว่า วันนี้คือวันเริ่มต้นของการทดสอบความคิดตัวเองครับ ซึ่งคิดว่า มันเป็นอะไรที่น่าสนุกดีกับการท้าทายตัวเองไปเรื่อยๆ อิอิ ส่วนข้อมูลนั้นขออุบไว้ก่อนครับว่า อะไรเป็นอย่างไร มีการทำงานอย่างไรบ้าง หากเมื่อไหร่ ทดสอบสิ้นสุดแล้วเนี่ย ผมก็จะเอามาเล่าให้ฟังใน blog นี่ล่ะครับเหอๆ

PS. ขอแปะไฟล์ flash ไว้อันนี้แล้วกัน สามอันเลย ทีเดียว ชุดแรก

flash testing.

Tags :

จุดเปลี่ยน "สื่อออนไลน์" เมื่อเจ้าของโฆษณาเคร่ง "ผลลัพธ์"

หลายปีมานี้ สื่อดั้งเดิมอย่าง โทรทัศน์ วิทยุ และสิ่งพิมพ์ในหลายประเทศต่างก็จ้องมองสื่ออินเทอร์เน็ตด้วยความอิจฉา เนื่องจากผู้คนยุคใหม่ต้องพึ่งพาเน็ตกันมากขึ้น จนทำให้บริษัทโฆษณาเปลี่ยนใจหอบเงินไปให้สื่อไฮเทคชนิดนี้ จนทำให้โฆษณาผ่านเน็ตนั้นขายตัวกว่า 30% ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา

ทว่านับจากนี้ไป สื่ออินเทอร์เน็ต อาจจะไม่สามารถนั่งนับเงินได้อย่างสบายใจเหมือนแต่ก่อนอีกแล้ว เพราะบรรดานักการตลาดเขาหันมาเอาจริงเอาจังกับ "ผลลัพธ์" ที่ได้จากการโฆษณาผ่านอินเทอร์เน็ตให้สมกับเม็ดเงินมหาศาลที่หว่านลงไป

นิวยอร์ก ไทม์ส รายงานว่า บริษัทขนาดใหญ่อย่าง คิมเบอร์ลีย์-คลาร์ก คอลเกต-ปาล์มโอลีฟ และฟอร์ด มอเตอร์ เริ่มจะเรียกร้องให้บรรดาสื่อออนไลน์ลงทุนจ้างเจ้าหน้าที่ตรวจสอบโฆษณาและนับจำนวนผู้เข้าชมโฆษณาภายในกลางปี 2550 เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาการโกงค่าโฆษณาสูงเกินความจริง หรือที่เรียกกันว่า "click fraud"

การที่บริษัทต่างๆ หันมาสนใจปัญหาเรื่อง click fruad ก็เพราะมันทำให้ค่าใช้จ่ายโฆษณาสูงเกินผลลัพธ์ที่ได้ เพราะคนที่คลิกเข้ามาดูโฆษณาอาจจะไม่ใช่ลูกค้าที่สนใจจริงๆ ก็ได้ แต่เกิดจากกลวิธีต่างๆ ที่ทำให้จำนวนคลิกสวยหรู

ทั้งนี้ บริษัทขนาดใหญ่ต้องการจะขยายการรับรู้แบรนด์ผ่านโลกออนไลน์ ด้วยการซื้อโฆษณาในเว็บไซต์ต่างๆ แทนที่จะพึ่งบริการเสิร์ชเอ็นจิ้นเพียงอย่างเดียว

สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้บริษัทออนไลน์อย่าง กูเกิล ยาฮู และ ลุคสมาร์ท (LookSmart) ต้องวิ่งไปชี้แจงกับบรรดาลูกค้าถึงระบบการนับจำนวนคลิกของผู้ชมที่เข้าไปชมโฆษณาผ่านเว็บของตัวเอง นอกจากนี้ บริษัทวัดผลออนไลน์บางแห่ง อาทิ นีลเส็น/เน็ตเรตติ้ง ก็เริ่มหันมาทำใบรับรองแบบใหม่ที่จะการันตีการนับจำนวนการคลิก เพื่อผลประโยชน์ของลูกค้ากันแล้ว

นอกเหนือจากบริษัทข้างต้นแล้ว บริษัทใหญ่ๆ อย่าง บีเอ็มดับเบิลยู ฮิวเลตต์-แพคการ์ด ไอเอ็นจี กรุ๊ป วีซ่า และเป๊ปซี่ โค ก็หันมาให้ความสนใจกับเจ้าหน้าที่ตรวจสอบ และใบรับรองที่การันตีผลสถิติเช่นกัน

นักวิเคราะห์หลายรายมองว่า โฆษณาออนไลน์ที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่องมาตลอดอาจจะถึงจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ หากผู้โฆษณารายใหญ่ๆ หันมาเปลี่ยนนโยบายโฆษณาผ่านอินเทอร์เน็ตกันเช่นนี้

ขณะที่บางรายก็มองเป็นเรื่องธรรมดา เพราะที่ผ่านมาก็เคยมีการพูดถึงการวัดผลจากโฆษณาผ่านสื่อสิ่งพิมพ์ และสื่อโทรทัศน์กันมาแล้ว คราวนี้จึงน่าจะถึงเวลาที่จะต้องมาพูดถึงการวัดผลผ่านสื่อออนไลน์กันบ้าง

ที่มาจากหนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ

Tags :

SEO project: Lose your rank factor.

เริ่มพอมีเวลากระดิกกระเดี้ย กับงานสัพเพเหระไปพอสมควรแล้วครับ แม้ว่ายังมีอะไรติดๆ ขัดๆ และรู้สึกแปลกๆบางประการกับสิ่งที่ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงในระบบงานเดิมๆ ไปบ้าง ก็พยายามคิดในแง่ดีๆ เข้าไว้ก่อน (แม้ว่าจะมีอาการตะหงิดๆอยู่บ้างก็ตาม)

กลับมาเข้าเรื่องเกี่ยวกับ [tag]seo[/tag] ครับ ส่วนเรื่องเว็บที่ทำงานปล่อยมันไว้อย่างงั้นก่อนแล้วกัน 555 เพราะวันนี้วันหยุด (คิดทำงานแบบคนอื่นๆ เค้ามั่ง เลิกบ้าคลั่งงานมั่งคงจะดี)

เนื่องมาจากได้ดูโฆษณาตัวใหม่ของบริษัทประกันภัยแห่งนึง ที่เป็นกระแสอยู่ในขณะนี้ครับ ที่บอกว่าจะดูแลคุณตลอดไป ดูๆไปแล้ว อืมม ซึ้งดี แต่กลับดันคิดได้ว่า อ่า!!! แล้วถ้าเราทำ seo เนี่ย จะต้องดูแลตลอดไปหรือไม่

ซึ่งคำตอบนั้น ก็มีอยู่แล้วคือ สิ่งที่เราต้องดูแลตลอดไปแน่ๆ เพราะเมื่อไหร่ที่พลั้งเผลอ ไม่ดูแลละก็ โอกาสที่ rank ของเราจะเสียตำแหน่งไปนั้น เกิดขึ้นได้ง่ายอย่างยิ่งครับ ตรงนี้เนี่ย สำคัญนะครับ ยิ่งสูงยิ่งหนาว ยิ่งคู่แข่งเยอะ โอกาสพลาดพลั้งยิ่งสูงมากๆ ดังนั้น การรักษาอันดับ จึงต้องกระทำอย่างรอบคอบ ต่อเนื่องไปเรื่อยๆ ครับ

แล้วอะไรล่ะที่ทำให้เราเสียตำแหน่งได้

ปัจจัยที่ทำให้เสียตำแหน่งดีๆ ใน Search engine result page มีด้วยกันอยู่ไม่กี่อย่างครับ

1. Lose your diversity traffic.

ปัจจัยที่ทำให้เสียอันดับได้ง่ายๆ อันดับแรกๆ เลยคือ การเสีย [tag]traffic[/tag] ที่หลากหลาย หรือดูได้จากสถิติของเว็บเราว่า มี New user เข้ามาบ้างหรือไม่

ซึ่งความหลากหลายของ traffic นั้นจะมีหลักๆ อยู่สองอันคือ โดยอันดับแรก ผู้ใช้กลุ่มใหม่ๆ ที่มี referer มาจาก [tag]search engine[/tag] ต่างๆ นั่นเองครับ ประเด็นตรงนี้เนี่ยค่อนข้างสำคัญ นะครับ ควรจะเช็คให้ดี เป็นระยะๆ ครับ

ต่อมาคือ ความหลากหลายของ traffic ที่วิ่งมาจาก referer website ใหม่ๆ นั่นเองครับ เพราะการที่มี referer ขึ้นมาใหม่ๆ นั้น ย่อมหมายถึงว่า นั่นมีผู้ที่นำลิ้งค์ของเราไปแปะไว้ เพิ่มมากขึ้นนั่นเอง ในส่วนนี้นอกจากจะสร้าง traffic เพิ่มแล้ว ยังมีโอกาสที่จะเพิ่ม [tag]pagerank[/tag] ได้อีกด้วยครับ เพราะเคยกล่าวไว้แล้วในเรื่องของ google pagerank ว่า pagerank เกิดมาจากอะไร และปัจจัยหลักๆ นั้นคืออะไร ซึ่งสามารถอ่านได้ในSEO project : Google Pagerank.. ครับ

2. Decrease quality content or infomation.

ปัญหาต่อมาคือ การเสียเนื้อหาดีๆ หรือ การลดลงของคุณภาพเนื้อหาลง ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ไม่ควรจะเกิดขึ้นจริงๆ กับการทำ หรือการดูแลเว็บไซต์ เพราะการที่เว็บไซต์คุณ หยุดการปรับปรุงเนื้อหา หรือไม่มีเนื้อหาที่น่าสนใจพอ สิ่งแรกจะส่งผลต่อข้อที่ผ่านมา ได้เป็นอย่างแรกครับ และเมื่อส่งผลต่อข้อแรกแล้ว มันก็เหมือนกับโดมิโนครับ ที่เมื่อล้มตัวใดตัวหนึ่งแล้ว มันย่อมจะส่งผลกระทบต่อตัวอื่นๆ ด้วย

นอกจากนี้ ปัจจัยสำคัญอีกอย่างนึ่งคือ [tag]SEO copy writer[/tag] ที่ไม่ถูกต้อง เช่น การพยายามยัดเยียดคีย์เวิร์ดให้มากเกินความจำเป็น เพราะนั่นคือสิ่งที่ bot อ่าน แต่ไม่ใช่คนอ่าน การทำเนื้อหาเหล่านี้ จึงควรยึดทางสายกลางเป็นหลักครับว่า เป้าหมายของคุณคือ คน หรือ bot แล้วหาจุดพอดีให้ได้ครับ

3.Wrong off-page promotion.

ในส่วนนี้ดูเหมือนจะไม่เกี่ยว แต่จริงๆเกี่ยวเนื่องกันพอสมควรครับ เพราะว่า ถือเป็นประเด็นสำคัญที่หลายๆ site มองการทำ pr กับสื่ออื่นๆ ที่ไม่ใช่เว็บไซต์ เช่น ป้ายโฆษณา การจ้าง pretty ไปเดินประชาสัมพันธ์ตามที่ต่างๆครับ ซึ่งเคยมีให้เห็นกับเว็บ portal ในไทยบางเว็บ ซึ่งมีทั้งการจ้าง pretty เดินตามแหล่งช้อบปิ้งต่างๆ มีการจัดทำโฆษณาในรูปแบบอื่นๆ ที่ไม่คุ้มค่าเงินที่ลงไป

ตรงนี้ต้องมาคิดให้รอบ ก่อนที่จะทำ off-page promotion ครับว่า เราต้องการอะไร เพิ่ม traffic เพิ่ม rank หรือสร้าง brand ของตนให้ตื่นขึ้นกันแน่ รวมทั้งเม็ดเงินที่จะเสียไปกับความคุ้มค่าที่จะเกิดขึ้น เพราะอย่าลืมว่า สื่อในรูปแบบอื่นๆ นั้น ผลลัพธ์ทั้งหมดเมื่อเทียบกับการลงโฆษณาตามเว็บไซต์อื่นๆ น่าจะได้ผลไม่เท่ากันแน่ๆ เหมือนอย่างการสร้าง brand ของอย่าง netdesign ครับที่ ยึดเอาหน้าเว็บดังๆ จนหมด ตรงกลุ่ม ตรงประเด็น และสร้าง brand ในกลุ่มของ คนรุ่นใหม่ได้อย่างตรงเป้าหมายระดับหนึ่งแล้ว จึงค่อยรุกในกลุ่มของสื่ออื่นๆ ครับ

3. Daily Slow server and Down.

ปัญหาหนึ่งที่เจอเป็นประจำของเว็บไซต์ ไม่ว่าจะหน้าใหม่หน้าเก่า ตั้ง server เอง หรือเช่า คือ อาการช้าของ server หรือปัญหาการ down บ่อยครับ ปัญหานี้ ควรเร่งแก้ไขให้เรียบร้อยครับ ไม่ควรปล่อยไว้นานครับ

อย่าลืมว่า ถ้ามันช้าจน bot เข้าไม่ได้ โอกาสย่อมลดลง คนก็ไม่อยากเข้า สุดท้ายแรงที่ลงไปมันก็ไม่คุ้มค่าแน่นอนครับ

4. Bad neighborhoods.

เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ต้องดูแลดีๆครับ เพราะส่วนหนึ่งในบ้านเรามักจะมีเว็บในกลุ่มที่ล่อแหลม แลกลิ้งค์กันเพื่อสร้าง traffic ซึ่งแม้ว่า traffic ที่ได้จะดูแล้วเยอะ แต่โอกาสที่จะโดน google หมายหัวก็ไม่ยากครับ โดยเฉพาะท่านที่ทำ adsense ด้วยแล้ว ควรระวังกันให้มากครับ เพราะในบางโอกาส วันดีคืนดี เว็บที่คุณลิ้งค์ไปนั้น กลายเป็นเว็บโป๊โดยไม่รู้ตัวก็ได้ ดังนั้น จึงไม่ควรแลกลิ้งค์แบบแลกๆทิ้งไว้ ควรจะตรวจสอบเว็บเพื่อนบ้านคุณด้วยล่ะครับ

เพื่อนบ้านดีเป็นศรีแก่ตัว นะครับ

5.Grayhat to blachhat.

อันนี้ก็เห็นมาพอสมควรครับ คือการไม่ระมัดระวังการทำ seo ให้ดี ซึ่งเมื่อทำ seo ไปซักพัก กลับรู้สึกว่า การทำแบบดีๆ หรือแบบถูกต้องมันช้า ก็เล่นซิกแซกกันนิดๆ หน่อย สุดท้ายมือเติบ กลายเป็น blackhat

สุดท้าย ระวังไม่รอดนะครับ เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือน

6. Many and Large keywords.

ปัญหาอีกอันหนึ่งที่พบเป็นบ่อยๆ กับเว็บในไทยครับ คือ การไม่รู้จักพอ ไม่รู้ตัวตนของตัวเอง พยายามเพิ่ม และเพิ่มเนื้อหา เพื่อหวังเพิ่มคีย์เวิร์ด รวมทั้งการใช้คีย์เวิร์ดที่ยาวนั่นเองครับ

ดังนั้น ปัญหาตรงจุดนี้เนี่ยจึงควรวางแผนวางผังกันให้ดีตั้งแต่แรกว่า เป้าหมายของเว็บคืออะไร infomation, sale หรือจะทำเว็บ portal เพื่อเลือกเอาคีย์เวิร์ดแจ่มๆ ดีๆ แล้วทำseo กันให้ถูกต้องไปตามแผนในระยะยาวไปเลยครับ เนื่องจากการที่เราจะมาเพิ่มกลุ่มของคีย์เวิร์ด เพิ่มเนื้อหาใหม่เพื่อคีย์เวิร์ดใหม่ นั่นย่อมหมายความว่า สิ่งแรกที่จะเสียไปคือ keywords density จนกลายเป็นสาเหตุให้อันดับเก่าเสียไปในที่สุด

หรือหากจำเป็นที่จะเพิ่มก็ควรวางแผนให้ดี ไม่กระทบต่อเว็บ ไม่ส่งผลต่ออันดับเดิมครับ

ซึ่ง 6 ข้อนี้ เป็นส่วนที่ผมพบเจอมาเองในการทำเว็บไซต์ต่างๆ ทั้งส่วนตัว ของเพื่อน และของ office ครับ ปัญหาเหล่านี้เนี่ยดูจะเป็นปัญหาเล็กๆ น้อยๆ (ยกเว้นบางประเด็น) ที่เมื่อรวมๆ กันแล้ว มันส่งผลกลายเป็นเหมือนน้ำผึ้งหยดเดียวได้เลยนะครับ

เอ! อ่านไปอ่านมาเหมือนๆ ว่ามันเข้าตัวยังไงไม่รู้ครับเนี่ย เหมือนเขียนด่าเว็บตัวเอง 555

Tags :

SEO Project: Yahoo slurp Supporting wildcards in robots.txt

ถือเป็นการชิงดีชิงเด่น ชิงไหวพริบกันดึงกลุ่มของ Webmaster กันก็ว่าได้นะครับ ระหว่าง yahoo และ google ที่ช่วงนี้พยายามออกอะไรใหม่ๆ ออกมาชิงกันก่อน

ซึ่งในยกแรกที่ผมเห็นนั้นคือ การที่ [tag]google[/tag] ออกมาประกาศ Meta tag "[tag]NOODP[/tag]" ไปก่อน จนทำให้ทางฝั่งของ yahoo ต้องมานั่งปรับตัวตามหลัง ในขณะที่ msn ยังไม่ขยับตัว ซึ่งคิดว่าทางฝั่งของ MSN น่าจะหมกเม็ดเจ้า Live search อย่างแน่นอนครับ แต่จะมี Algorithm หรือ อะไรใหม่ๆ ออกมานั้นต้องรอดูกัน (แต่ถือว่า แผ่วไปเยอะเลย)

แน่นอนว่า ทางฝั่งของ yahoo เลยต้องออกไม้เด็ดมาเพื่อชิงตำแหน่งบ้าง ในสังเวียนนี้ครับ เมื่อสองสามวันที่ผ่านมา Yahoo เลยประกาศใน blog ของ [tag]yahoo[/tag] search ว่า ได้สนับสนุนการใช้ wildcards ใน [tag]robots.txt[/tag] แล้ว

โดยตัวอย่างที่ yahoo ออกมาประกาศนั้นก็คือ

User-Agent: Yahoo! Slurp
Allow: /public*/
Disallow: /*_print*.html
Disallow: /*?sessionid
Disallow: /*.gif$
Allow: /*?$

โดยการใช้เครื่องหมาย * และ $ ในตัวของ robots.txt ครับ
เครื่องหมาย * นั้น แทนว่า อะไรก็ได้ เช่น ถ้าจากในตัวอย่างคือ

Allow: /public*/ หมายถึงว่า อนุญาติให้ bot ของ yahoo เนี่ยเข้าไปอ่านข้อมูลในโฟล์เดอร์ ที่ขึ้นต้นด้วย public ทุกอันครับ ดังนั้น หากเรามี folder ชื่อว่า public_html เจ้า bot ของ yahoo ก็เข้าไปอ่านได้ หรือ มี folder ที่ชื่อว่า public_document อย่างนี้ก็อ่านได้

Disallow: /*_print*.html หมายความว่า ไม่อนุญาติให้ bot ไป crawl ไฟล์ html ที่มี _print อยู่ในชื่อไฟล์ ดังนั้น ไฟล์ชื่อว่า new_print01.html จะไม่ถูกอ่านครับ

Disallow: /*?sessionid หมายความว่า ไม่อนุญาติให้วิ่งตามลิ้งค์ ที่มี ?sessionid ตามหลัก ซึ่งจะเห็นบ่อยในระบบพวก webboard หลายๆตัว รวมทั้ง cms ด้วย ที่จะมีการส่งค่า session id ไปในลิ้งค์ (ซึ่งโดยปรกติแล้ว bot มักจะวิ่งตามลิ้งค์พวกนี้ไม่ได้อยู่แล้ว)

ในขณะที่เครื่องหมาย $ นั้น จะหมายถึงจุดสิ้นสุดของ url ที่มีการร้องขอมา เช่น

Disallow: /*.gif$ หมายถึง ไม่อนุญาติให้ อ่านไฟล์ gif เลย ซึ่งหากไฟล์ชื่อว่า 01.gif ก็จะไม่ถูกอ่านครับ

Allow: /*?$ หมายความ อนุญาติให้ bot วิ่งตามลิ้งค์อะไรก็ได้ที่ มีเครื่องหมาย ? ลงท้าย ดังนั้น ถ้าเป็น www.abcd.com/index.php? ก็จะถูกอ่านครับ แต่ถ้าเป็น www.abcd.com/index.php?id=1 ก็จะไม่ได้รับอนุญาติครับ

ซึ่งปรกตินั้น เครื่องหมายอย่าง * ก็มีการใช้งานอยู่แล้ว สำหรับผมจึงรู้สึกว่า แทบไม่ต่างจากเดิมมากนักครับ เพียงแต่การใช้ $ นั้นก็เพิ่งจะมีเพิ่มขึ้นครับ

ปัญหาในขณะนี้ ยังคงน่าจะอยู่ที่ว่า จะมี bot อีกกี่ตัวที่ปรับให้สามารถใช้งานเจ้าสิ่งเหล่านี้ได้นั่นเอง แน่นอนว่าสำหรับ google งานนี้อาจจะดูเสียรางวัดกันไปหน่อยนึง เพราะในขณะนี้ ทางฝั่งของ google เองก็ยังพบปัญหาใน google codesearch ของตัวเองอยู่ ที่กลายเป็น1ใน hacking tool kit ไปอีกอันหนึ่งแล้ว ดังนั้นคิดว่า google ไม่น่าจะนิ่งเฉยในประเด็นนี้อย่างแน่นอน ครับ

แต่จะเมื่อไหร่นั้น คนที่จะตอบได้ดี ก็คงไม่พ้น google เองนั่นล่ะครับ

Tags :

Off-line promotion of Online media in Fat Festival.

พอดีวันนี้ มีโอกาสได้แวะเวียนไปงาน เด็กแนวอย่าง [tag]Fat Festival[/tag] ครั้งที่ 6 ที่เมืองทองธานีมานะครับ ซึ่งสิ่งที่เห็นและถือเป็นสิ่งที่ผมเรียกได้ว่า ปีนี้ แปลกตามากกว่าปีก่อนๆ คือ การลงสนามทำ [tag]Offline promotion[/tag] ของสื่อออนไลน์ อย่างเว็บไซต์ เราๆ นี่ล่ะครับ

ถามว่า มันแปลกอย่างไร ในเมื่อหลายๆ ครั้ง ที่สื่อออนไลน์ หันเหไปใช้บริการ [tag]Offline media[/tag] อื่นๆ ครับ เช่น หนังสือ, ทีวี, วิทยุ หรือบูธตามงานต่างๆ

แต่ที่มันแปลกน่าจะอยู่ที่ว่า [tag]งาน Fat[/tag] ที่เคยขึ้นชื่อว่า เป็นงานเด็กแนว งานอินดี้ กลายเป็นขุมทองที่สื่อออนไลน์อย่างเราๆ มุ่งตรงไปใช้บริการ ซึ่งจุดน่าสนใจของงานนี้น่าจะอยู่กลุ่มของคนรุ่นใหม่ ที่มีความสามารถมีแรง มีกำลังที่จะเข้าถึงสื่อ ออนไลน์ได้ไม่ยากนั่นเอง

อีกทั้งโอกาสที่จะใช้บริการเปิดบูธเล็กๆ เพื่อ[tag]โปรโมทเว็บ[/tag] ขายของที่ระลึก หรือขายสิ่งละอันพันละน้อยที่น่าสนใจ เป็นรายได้ อันน่าสนใจทีเดียวครับ ซึ่งผมเอง ก็เคยคิดๆ ไว้ แต่ไม่มีเวลาที่จะไปนั่งทำ Offline promotion แบบนี้ อีกทั้งเนื้อหาในเว็บผมนั้นดูเคร่งเครียดเกินไป และเข้าถึงได้ยาก กับกลุ่มเป้าหมายในงานครับ จึงไม่ได้ทำ

แต่เพื่อนๆ ในเว็บเรื่องสั้นที่ผมดูแลอย่าง www.Uncensor-team.com นั่นถือเป็นเรื่องปรกติ เพียงแต่ผมเองก็ไม่ได้ไปร่วมในส่วนของการทำ PR เท่านั้นเอง เพราะหากลงไปเล่น ก็คงจะนั่นคิด Requirement ที่ต้องส่งอาทิตย์หน้า รวมทั้งงานการกุศล(แกมบังคับ)ของเพื่อนรุ่น วนศาสตร์ ที่จะทำเสื้อประจำทริปรุ่นไม่ทันแน่ๆครับ เลยอด

แต่จากการไปดูงาน Fat ในครั้งนี้ ทำให้เห็นจุดน่าสนใจของการทำ PR ในลักษณะนี้ทีเดียวครับ นอกจากนี้ ยังคิดอะไรใหม่ๆ ได้อีก สามสี่อย่าง ที่พอจะเอาไปรวมใน Requirement งานของ Office รวมทั้งแนวทางอื่นๆ อีกหลายๆ อย่างใน Road map ปีหน้าได้อีก (คนอื่นๆ ไปเดินเอาบรรเทิง ผมเดินไปคิดไป เหมือนไปทำงานเลยนะเนี่ย)

เริ่มต้นจากหนึ่งในเว็บไซต์ดัง อย่าง Kapook.com ของคุณ ปรเมศวร์ ผู้ที่เรียกได้ว่า เป็นเจ้าพ่อแห่งวงการเว็บ portal ในไทยเลยครับ ออกไปเปิดบูธขนาดพอเพียง ขายเสื้อของ Kapook.com พร้อมกับการ promote service ในเว็บ

ถัดไปไม่ใกล้ไม่ไกล ก็คือ Truelife.net ของค่ายร้อนแรง อย่าง True ที่พักหลังทั้งทำ service ดีๆ ทำเว็บเนื้อหาแจ่มๆ take over เว็บเก่าแก่ อย่าง Jorjae.com ไปรวมกับ truelife ออกมาแจกฟรี ของเล็กๆ น้อยๆ ให้คนได้ติดไม้ติดมือกันไปครับ ซึ่งคงต้องบอกว่า สำหรับผมแล้ว ทรู ลงทุนลงแรงไปเยอะมากๆ กับเว็บไซต์ในกลุ่มของ trueworld,truelife ไม่ว่าจะเป็นล่าสุดคือ VoIP ที่เรียกได้ว่า เอามาเล่นเป็นของหลักในเว็บ การควบรวม service แจ่มๆ ไม่ว่า วิทยุ ทีวี มือถือมารวมไว้ ใน online service แต่กลับไม่คุ้มค่าการลงทุนเท่าไหร่เลย นั่นเพราะมองอนาคต เมื่อ ADSL ครองประเทศไปเสียไกลโข อีกทั้ง ยังมองข้าม User Behavior บางอย่างของคนเล่นเน็ตไปนั่นเองล่ะ มั้งครับ เลยไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร

เดินไปต่อ ก็พบค่ายเพลงใหญ่น้อย ทั้งบนดินใต้ดิน (ไม่ใช่หวยนะครับ) มาเปิดบูธขายซีดี ขายของที่ระลึกกันเป็นทิวแถว ถือว่าเป็นการเปิดตัวที่น่าสนใจทีเดียวครับ เพราะนอกจากจะตรงใจวัยโจ๋ ตรงกลุ่มเป้าหมายแล้ว ยังถือว่าเป็นแนวทางดึงกลุ่มคนที่สนใจเข้ามายังเว็บไซต์และขายของไปได้ในตัวเดียวกัน เรียกได้ว่า ยิงปินนัดนี้ แต่กินไปได้หลายล่ะครับ

เดินๆ ไปอีก อ่า ไปเจอร้านขายหนังสือเรียกได้ว่า ถือเป็นสื่อออนไลน์ที่มีเนื้อหาแข็งแกร่งอีกที่นึงในไทย นั่นคือ Onopen.com ครับ เรียกได้ว่า มีทั้งสื่อออนไลน์ที่เนื้อหาแข็งแกร่งอีกแห่งหนึ่ง แล้วยังเปิดขายหนังสือที่แสดงถึงความแข็งแกร่งในเนื้อหาได้อย่างดีทีเดียวครับ เพียงแต่เนื้อหาบางอย่างดูๆ ไปไม่ค่อยจะเข้ากับกลุ่มผู้ไปงานไปหน่อย เลยดูเหงาๆ ในบางช่วงครับ (แน่นอนครับ หนังสือการเมือง ปรัชญา คงไม่ค่อยเข้าแน่ๆ)

ข้ามไปอีกฝั่งของ OnOpen.com ก็มีชื่อเว็บคล้ายกันอย่าง OpenMM.com ซึ่งถือได้ว่าเป็นอีกเว็บหนึ่งที่มีเอกลักษณ์ในเรื่องของข่าวบันเทิง ที่พยายามนำเสนอ ขึ้นมาได้อย่างน่าสนใจ ด้วยลักษณะของความเป็น Entertainment portal แต่อาจจะเป็นเพราะว่ายังไม่แหล่งข่าว ไม่มี content ของตนเองเท่าไหร่นัก นอกจากนี้ ยังสู้ Portal ใหญ่ๆ ในไทยที่เรียกได้ว่า มีหลายๆ อย่างดีกว่าไม่ได้นั่นเองล่ะครับ เลยดูเงียบๆ หน่อยกับ บูทนี้

ถัดไปไม่ไกลกันมานัก กับเว็บเด็กแนวที่มีหลากภาษา นั่นคือ f0nt.com นั่นล่ะครับ ขานี้ก็ไปขาย Font CD ที่การันตีว่า ถูกลิขสิทธิ์แน่นอน พร้อมทั้งเสื้อ หนังสือทำมือ ดูแล้วน่าสนใจดีทีเดียวครับ

นอกจากนี้ ยังมีเว็บอีกหลายแห่งที่เป็นเว็บเล็กๆ ก็ใช้งาน Fat Festival ในครั้งนี้ เป็นแนวทางในการประชาสัมพันธ์ เปิดตัว หารายได้ และสร้าง community เล็กๆ ของคนที่ชอบอะไรเหมือนๆ กันอีกทางหนึ่งครับ ซึ่งเมื่อมองทุนที่ใช้ในการโปรโมทผ่านทางงานนี้แล้ว คงต้องเรียกได้ว่า คุ้มกับการลงทุนทีเดียวครับ แค่เป็น บูทเล็กๆ แต่สามารถสร้างรายได้ ไม่มากไม่มายนัก แต่กลับสร้าง brand ได้อย่างค่อนข้างตรงกลุ่มครับ

เพราะอย่างผมเอง ก็ยังเชื่อว่า ไม่ต่ำกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ของผู้ที่มาในงานนี้ เป็นผู้ที่รู้จักและใช้ Internet เป็น อีกหลายเปอร์เซ็นต์ ผมก็ยังเชื่ออีกว่า ใช้งานอินเตอร์เน็ตเป็นประจำอีกด้วยครับ

ดังนั้น งาน Fat Festival ในปีนี้ จึงกลายเป็นช่องทางหนึ่งของบรรดาเว็บไซต์ต่างๆ ที่เล็งกลุ่มเป้าหมายเหล่านี้ล่ะครับ ซึ่งทำให้งานในปีนี้ ผมเห็น url ของเว็บไซต์หลายๆ เว็บผ่านตาไปบ่อยกว่าปีที่ผ่านๆ มามากทีเดียวครับ

ไม่แน่นะ ปีหน้า i-morm.com อาจจะไปนั่งเปิด บูท ขายเสื้อ ขายหนังสือ SEO หรือ SEM ทำมือ กะเค้ามั่งก็ได้นะครับเนี่ย อิอิ

อย่างน้อย เอากำไรมาจ่ายค่า Host กะค่า Domain ซักนิดๆ หน่อยๆ ก็ยังดีครับเนี่ย เหอๆ

Tags :

SEO Project:Fact of Google and IP address.

ขอมาอัพเดทเร็วนิดนึง อู้งานก็ยังขอซักนิดล่ะครับ เนื่องจากหัวข้อมันน่าสนใจจริงๆครับ เพราะถือเป็นเรื่องที่น่าสนใจมากครับทีเดียวครับ ซึ่งงานนี้ก็พบเจอมาจาก Blog ของตา Matt นั่นล่ะครับ พอได้อ่านก็ อ่า เหมือนกระตุ้นต่อมให้ตื่นขึ้นมาอีกหน่อย

ประเด็นมีอยู่ว่า เรื่องของปัญหาที่เราคิดกัน สำหรับ ผู้ที่ทำ SEO ครับ คือเรื่องของ [tag]Virtual host[/tag] กับการใช้ [tag]Delicate ip[/tag] กับระบบของ Google ซึ่งหลักๆ นั่นคือ [tag]Google pagerank[/tag] นั่นเองครับ ที่ดูแล้วจะเป็นปัญหาหลัก และใหญ่พอสมควรกับการทำ SEO เสียด้วยสิครับ

โดยข้อสงสัยที่ว่า นั่นคือ ปัญหาของ การใช้ Virtual hosting นั้น จะทำให้ google pagerank ไม่ค่อยดีเท่ากับการใช้บริการ Delicat IP address ครับ สองอย่างนี้ ต่างกันอย่างไร คนในบ้านเราหรือว่าคนทำเว็บทั่วๆ ไปนั้น อาจจะยังงง อยู่ว่า มันต่างกันอย่างไร ขออธิบายเผื่อไว้ก่อนเลยครับ

Virtual hosting คือ การให้บริการโฮสต์ ทั่วๆ ไปนั่นล่ะครับ หรือเรียกกันอีกชื่อหนึ่งว่า Shared hosting ก็ได้ครับ ซึ่งในไทยนั้น ใช้กันทั่วไปครับ server 1 เครื่อง เปิดโฮสต์แบ่งๆ กันใช้/ขาย ให้กับหลายต่อหลายเว็บ ทำให้เว็บทั้งหมด ใน server เครื่องนั้นมี ip address เดียวกัน บ้านเราเป็นแบบนี้เลยล่ะครับ

Delicate IP address คือ การใช้บริการเช่า IP address สำหรับเว็บแต่ละเว็บเลย ซึ่งอาจจะรันบน serverเครื่องเดียวกัน แต่ config ให้ใช้งานคนละ IP ได้ ซึ่งการใช้งานในส่วนนี้ จะถูกคิดค่าบริการแพงมากกว่าปรกติ และมีการแบ่งอีกด้วยครับว่า คุณเช่าคนเดียว หรือว่า เช่าร่วมกันคนอื่นๆ โดยทั้งสองแบบนี้ จะได้รับผลดีกว่าที่เห็นชัดคือ ไม่ต้องไปแย่ง load แบ่งกับครับ ทำให้การ Access เข้าเว็บได้เร็วกว่าคนอื่น

แต่ถ้า server แย่ ก็ไม่ต่างกันเท่าไหร่ครับ เพราะ Bot เข้าไม่ได้ นั่นล่ะ

ผลของทั้งสองแบบนั้น บอกได้เลย โอกาสได้รับค่า pagerank จาก google แตกต่างกัน แต่ขึ้นอยู่กับปัจจัยที่แตกต่างกันไปด้วยครับ แต่ถ้าควบคุมปัจจัยของลิ้งค์ ให้มาจากกลุ่มเดียวกัน เว็บที่เช่า Delicate IP จะได้รับค่า pagerank มากกว่าครับ

ซึ่งตรงนี้เนี่ย เป็นสาเหตุผลส่วนตัวของ google ละครับ เพื่อป้องกันการใช้ Web spam, การสร้าง Link farm ด้วย และการทำ seo ด้วยวิธีการ Blackhat ส่วนหนึ่งด้วยครับ

ทำให้ google ให้ความสำคัญของลิ้งค์ที่มาจาก IP ที่แตกต่างกันไปนั่นเองครับ ยิ่งต่างกันมากยิ่งดี

ซึ่งทาง google ก็บอกว่า ปัญหาเหล่านี้จะไม่เกิด ถ้า ISP หรือผู้ให้บริการทั้งหลาย มีการ config Virtual host ที่ถูกต้อง

จริงๆแล้ว มันก็ดูจะธรรมดาสำหรับผม ซึ่งไม่ได้สนใจเรื่องในหัวข้อนี้เท่าไหร่นัก เพราะเน็ตบ้านเค้า กับบ้านเรา มันอยู่ในจุดที่ต่างกัน เครือข่ายบ้านเค้า กับบ้านเรามันก็ต่างกัน ดังนั้นเนี่ย ปัญหานี้ จึงดูเหมือนแก้ไขลำบากสำหรับบ้านเราครับ ไม่เชื่อลองไปนั่งไล่เช็คกันเลยครับว่า สรุปแล้ว แหล่งวาง server บ้านเรามีอยู่กี่จุดหลักๆ ผู้ให้บริการจริงๆ มีอยู่กี่ค่าย และสุดท้าย IP มันก็คงไม่มีมากพอขนาดนั้นแน่ๆ

คือ ก็ว่าจะไม่สนใจเท่าไหร่ครับ ถ้าอิตา Matt ไม่บอกว่า ปัจจุบัน มันก็ยังมีผลอยู่นั่นล่ะครับ

เห้อ ก็หาช่องทางกันต่อไป อิอิ

Tags :

SE News: Sitemap for Major Search Engine

แวะมาอัพเดทข่าวกันนิดหน่อยนะครับ หลังจากเริ่มลุกขึ้นทำโน่นทำนี่ได้ เนื่องมาจาก หวัดกินซะลุกไม่ขึ้นมาตั้งกะวันศุกร์ ตามอ่านข่าวเจอข่าวนึงก็เลยอดไม่ได้ครับ ซึ่งถือว่า เป็นข่าวดีทีเดียวครับ สำหรับผู้ที่ทำ seo อย่างเราๆ ซึ่งอาจจะต้องปรับปรุงระบบกันนิดหน่อย แต่คิดว่าไม่ยากครับ สำหรับเจ้า [tag]Sitemap[/tag] นั่นล่ะครับ

ซึ่งแต่เดิมนั้น เราจะใช้กันแต่ [tag]Google sitemap[/tag] หรือไม่ก็ใช้ [tag]URL list text[/tag] เพื่อให้สามารถใช้ได้ทั้ง [tag]google[/tag] และ Yahoo

แต่วันนี้ เราไม่ต้องห่วงแล้วครับ เพราะว่าทั้ง [tag]yahoo[/tag] และ [tag]msn[/tag] ออกมาประกาศแล้วครับว่า สนับสนุนการใช้งาน sitemap แล้วครับ ซึ่ง sitemap ในอันนี้ เท่าที่ดูๆ แล้วรูปแบบไม่แตกต่างจาก google sitemap เท่าไหร่นัก รวมทั้งมีการกำหนดชื่อว่า [tag]sitemap 0.9[/tag]

แม้ว่า ทาง MSN ยังไม่ได้ระบุว่า ขณะนี้สามารถใช้ได้เต็ม 100% แต่ก็ถือเป็นแนวทางที่น่าสนใจครับ คิดว่า ปีหน้าคงจะมีอะไรเพิ่มขึ้นอีกแน่ๆครับ

ส่วนท่านที่สนใจ อยากรู้รายละเอียด เกี่ยวกับ sitemap 0.9 นี้ก็ไปดูได้ครับว่า มีอะไรเป็นอย่างไร ได้ที่ http://www.sitemaps.org ครับ น่าจะมีรายละเอียด ครบถ้วนกระบวนความทีเดียวครับ

Tags :

seo project: Sandbox effect with sub domain.

สาเหตุที่ต้องเอ่ยเรื่องของ [tag]sub Domain[/tag] ขึ้นมาก็เพราะว่า มีประเด็นจากการสังเกตส่วนตัวนิดหน่อยครับ เพราะสังเกตเห็นสิ่งที่มีแปลกไปจากที่เคยเจอน่ะครับ แต่เดิมนั้น การใช้งาน sub domain กับ[tag]การทำ seo[/tag] ค่อนข้างได้รับความนิยมทีเดียวครับ สาเหตุน่าจะมาจากการใช้ sub domain นั้นสามารถช่วยเพิ่ม keywords ใน domain เข้าไปอีกครับ อีกทั้งไม่ต้องแก่งแย่งชื่อสวยกับคนอื่นๆครับ

อีกประเด็นหนึ่งเห็นจะเป็นเรื่องของ [tag]seo[/tag] เต็มๆ ครับ นั่นคือ sub domain ของเว็บไซต์ที่มี index แล้ว มีลิ้งค์ มี backlink จำนวนมาก รวมทั้งการหลุด sandbox effect ของ google ด้วยครับ (เพียงแต่ไม่มีค่า pr)

ดังนั้น สิ่งเหล่านี้ เทคนิคที่เกิดขึ้น ก็มักจะใช้การสร้าง sub domain ของเว็บไซต์เป้าหมายที่จะทำ seo และเพิ่งเปิดใหม่นั้น เสียก่อน เพื่อเริ่มสร้าง index เริ่มปั้นอันดับ พอได้ซักระยะหรือได้ผลเป็นที่น่าพอใจระดับหนึ่ง หรือเว็บไซต์เป้าหมาย optimize เสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็จะเริ่มทำการชี้เป้าครับ

การชี้เป้าคือ การใช้ 301 redirect ไปยังเว็บเป้าหมายครับ ซึ่งจะช่วยให้ไม่ต้องเสียเวลาในการรอ index และ [tag]sandbox effect[/tag]

ย้ำ อีกครั้งนะครับว่า sandbox effect นั้นในขณะนี้ มีเพียง google เท่านั้น อาการของ sandbox effect นั้น คือ ค่า pr=0 มี index ใน google แต่หาเท่าไหร่ก็หาไม่เจอ คลิกไปอันดับที่พันกว่า ก็ยังไม่เจอ นั่นล่ะครับ

กลับมา สู่ประเด็นอีกครั้ง หลังจากเกริ่นกันไปเยอะครับ นั่นคือ sub domain กับ sandbox effect ครับ

ตอนนี้ หลังจากที่ผมกำลังปั้นเว็บไซต์ของ office อยู่ ซึ่งมีการเปิด sub domain ใหม่จำนวน 4-5 อันด้วยกันครับ หน้าเว็บหลักนั้นมี pr=6 indexของsite ทั้งหมดใน google ไม่ต้องห่วงครับ หลักแสน

แต่พอเปิด sub domain ใหม่ในครั้งนี้ ผ่านมากว่า 1 เดือนแล้ว ผมสังเกตเห็นสิ่งแปลกครับ ประกอบไปด้วย
1. ค่า pr=0  ซึ่งในข้อนี้ สำหรับผมคงไม่แปลกเท่าไหร่(ไม่แปลกใจด้วยล่ะครับ) เพราะคิดว่า ช่วงที่เปิด sub domain เหล่านี้ หลังจากที่ google ได้ปรับ pr ใหม่ ในครั้งล่าสุดของปีนี้ จึงต้องรอในการ update ในครั้งหน้าแน่นอนครับ

2. index ของ sub domain ใหม่ทั้งหมดนั้น ได้รับการ index หมดแล้ว เนื่องจาก domain หลัก bot ค่อนข้างมาบ่อยครับ ดังนั้น จึงส่งผลให้ sub domain ใหม่ได้รับการ index เร็วมากๆ ซึ่งรวมๆ แล้ว ทั้งหมดของ sub domain ใหม่นั้นไม่น่าจะน้อยกว่า หลักพันแน่นอน ครับ

3. แต่ทั้งหมด นั้น กลับไม่สามารถหาเจอได้ใน google เลย ถ้าไม่ใช้การค้นหาโดยการระบุ sub domain หรือใช้ site:sub.url.com ครับ

นั่นล่ะครับ ทำให้ผมสังเกตว่า มีสิ่งประหลาดๆ เกิดขึ้นแล้วครับ จึงทำให้สงสัยต่อไปว่า

1. google ปรับ algorithm ใหม่ หรือว่า ทดลองดู algorithm ใหม่หรือเปล่า
2. google เช็คอะไร หรือว่า โยนเจ้า sub domain ใหม่ทั้งหมดในเว็บ ลงไปใน กล่องทราย หรือไม่
3. ถ้า google โยนลงกล่องทรายจริงๆ นั้น จุดสังเกต หรือน่าสงสัยต่อมา จากที่ผมเคยสัมผัสมาคือ การเปิด sub domain ซักอันหนึ่งนั้น ไม่ทำให้ google สงสัย หรือโยนลง sandbox หรือติดอยู่นานเกินกว่า เดือนครึ่ง ก็มักจะเริ่มสามารถค้นหาเจอบ้างแล้ว อย่างน้อยก็ในหน้าที่ 10 หรือไม่ก็หนักสุดหน้า 150 ของคีย์เวิร์ดที่คู่แข่งไม่มากนัก (index ใน google หลักหมื่น) เป็นเพราะมีการเปิด sub domain ขึ้นมาให้ google รู้จักมากเกินไปหรือเปล่า ตรงนี้ น่าคิดเหมือนกันครับ
4. จากข้อสาม เกิดจากปัญหาของ Trust rank ของ google ใช่หรือไม่ เพราะอยู่มี sub domain มาให้ crawl ทันที สี่ห้าอัน ทำให้ google ต้องโยน sub domain ของผมลงกล่องทรายไปก่อน ใช่หรือไม่

นี่ล่ะครับ หลักๆ ที่คาดคิดไว้ ซึ่งสำหรับผมคงนั่ง optimize ไปเรื่อย เดือนหน้าก็คงจะทำระบบ sitemap 0.9 ดูล่ะครับ คิดว่า อย่างน้อย ปีหน้า คงจะมี pr กันให้น่าชื่นใจกันบ้างครับ (ตั้งเป้าไว้ว่า อย่างต่ำน่าจะ pr=3-4)

แล้วก็รอดูว่า หลังจากที่ pr ขึ้นแล้ว index เหล่านั้นพุ่งมาในหน้า 1-5 บ้างหรือไม่

และสุดท้าย สิ่งนี้จะเป็นแค่ วิตกจริตของผม หรือว่า เป็นเรื่องจริงกันแน่ครับ เหอๆ (ตอนนี้ยังไม่ขอฟันธงครับ เพราะว่ายังหาบทสรุปไม่ได้ แต่อาการเหมือนมาก)

ปล. อย่าสงสัยนะครับว่า ถ้าผมให้ความสำคัญกับ google มาก เพราะว่าอย่างไรเสีย คนไทย ใช้ google ถึง 90 กว่าเปอร์เซ็นต์ครับ ดังนั้น ทำกับตัวอื่นนี่ไว้เป็นตัวรองครับไม่ใช่ตัวหลัก

Tags :

Case study: SEO with flash file.

แวะกลับมาอัพเดทอีกครั้งด้วย ความดีใจครับ อิอิ จำกันได้ไหมครับ กับการที่ผมบอกว่า ขอทดลองใช้วิธีการทำ [tag]seo[/tag] กับ google bot ล่อให้มันอ่านข้อมูลใน [tag]flash[/tag] file ซึ่งเป็น [tag]swf[/tag] นั่นล่ะครับ

เพื่อยืนยันความคิดที่ว่า google bot อ่านไฟล์แฟลชได้แล้วครับ จากในการสร้าง Flash for seo ของผมขึ้นมาในเนื้อหาครั้งก่อนโน้น ซึ่งเริ่มต้นเมื่อวันที่ 1 พย. เลยครับ ถึงวันนี้ ก็ประมาณ 20 กว่าวัน

google มัน index ไฟล์ flash ที่ผมทำแล้วแล้วด้วยครับ อิอิ ดีใจจริงๆ แต่จุดน่าสังเกตคือ flash01 ที่ผมทำไว้นั้น หมายมั่นปั้นมือว่า น่าจะเป็นตัวที่ติดตัวแรก กลับไม่ติด ทำให้ผมรู้สึกประหลาดใจมากๆ คิดว่าคงต้องมานั่งเช็คอีกครั้งว่า สรุปแล้วจุดต่างนั้น มีตรงไหนบ้างครับ

ของไปสรุปก่อนดีกว่า ครับ เพราะว่าทำไว้นานแล้ว ลืมไปว่า ทำอะไรไว้มั่งครับ

อ่อ เกือบลืมไปครับ ดูผลลัพธ์กับการทดลองของผมได้ที่นี่ครับ
http://www.google.co.th/search?q=i%2Dmorm%2Ecom+filetype%3Aswf

Tags :

Answer time 2.

พักนี้ ช่วงปลายปี รู้สึกเหนื่อย ยังไงก็ไม่รู้สิครับ มิน่าล่ะ เดือน พย. ธค. ถึงต้องมีวันหยุดเยอะๆ แต่รู้สึกว่าเวลาก็วุ่นๆตามไปด้วย เลยไม่ค่อยมีเวลาสร้างสรรค์อะไรเลยครับเนี่ย

ต่อมาคือ ใน blog แม้ว่าไม่ได้เขียน ผมก็แวะมาดู comment เป็นประจำครับ ซึ่งบางครั้งก็เจอคำถามน่าสนใจเหมือนกัน ก็เลยเก็บเอามาตอบกันครับ สำหรับอันไหนที่ผมรู้ ก็จะตอบให้ อันไหนที่ไม่รู้ ก็จะตอบ(ไปหาคำตอบมาให้น่ะครับ) ถือว่าเป็นการแลกเปลี่ยนความรู้ความคิดเห็นกันน่ะครับ ซึ่งเมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมามีคำถามในเนื้อหาต่างๆ ผมค่อนข้างเยอะ และน่าสนใจครับ เลยขอยกมาตอบรวมกันเลยครับ ซึ่งมันมีทั้งที่เป็น [tag]google adword[/tag] เป็น [tag]seo[/tag] เลยครับ เหอๆ

คำถามชุดแรกจากคุณ peera

 

อยากรุว่า [tag]e web card[/tag] ทำอะไรได้บ้าง ทำไมต้องใช้ e web card
และอยากรุว่า [tag]adword coupon[/tag]ใช้ทำอะไรและได้มาอย่างไร

 

ขอตอบทีละอันนะครับ

- e-webcard นั้นสามารถใช้งานได้เหมือนกับการมีบัตรเครดิตใบหนึ่งนั่นล่ะครับ มีจุดดีตรงนี้ ระบบจะตัดยอดเงินจากเงินที่เรามีในบัญชีเท่านั้น ตรงนี้ถือว่าดีในกรณีที่โดน hack ไปถ้าไม่มีเงินหรือมีน้อย ก็ทำให้เสียเงินไปน้อย หรือไม่เสียเลยครับ ต่อมาคือไม่จำเป็นต้องมีเงินเดือนมากก็ทำได้ แต่ข้อเสียของมันก็คือ ไม่สามารถใช้งานได้ทุกเว็บครับ ซึ่งอาจจะน้อยกว่าบัตรเครดิตจริงๆ (บัตรเครดิตจริงๆ ก็ไม่ได้ทุกเว็บเหมือนกันครับ)

- สาเหตุที่ต้องใช้ e webcard เนื่องมาจากเรื่องความปลอดภัยครับ เราสามารถคุมเงินในบัตรได้ เช่น เราทำ adwords ใช้เงินจ่ายให้ google เดือนละ 2000-3000 บาท เราก็ใส่ไว้แค่นั้น ถ้าเกิดบัตรโดน hack ก็จะเสียแค่นั้นครับ 2000-3000 แต่ถ้าเป็นในส่วนของบัตร เครดิตจริงๆ มันก็อาจจะโดนเต็มวงเงินเลยครับ ดังนั้น ถือเป็นการป้องกันได้ระดับหนึ่ง (เพราะผมเชื่อว่า ไม่มีระบบได้ที่ปลอดภัย 100% ดังนั้นควรกันไว้ก่อน) ส่วนท่านอื่นๆ ที่มีก็คือ เงินเดือนไม่ถึง หรือไม่สามารถของบัตรเครดิตจริงๆได้ หรือไม่กล้าเอาบัตรจริงๆมาใช้งาน

- adword coupon นั้นจะได้มาก็หลักๆจะมีสองกรณีครับ คือ เป็น coupon ที่แจกตามงานครับ เช่น อย่างที่ผมได้มาคือ การไปลงทะเบียนในงาน thailand ecommerce forum แล้วเค้ามีแจก หรือที่เห็นบ่อยคือ งานอบรมของเครือตลาดดอทคอมของ คุณภาวุธนั่นล่ะครับ มีแจกเหมือนกัน

กรณีที่สองคือ การซื้อสินค้าจำพวก hosting, Domain name ของต่างประเทศครับ จะมีแจกเยอะเหมือนกัน เรียกได้ว่า ลดแลกแจกแถมเลย นอกจาก adword coupon แล้วยังมีของค่ายอื่นๆ อีกครับ ซึ่งคูปองที่ได้มานั้น สามารถใช้ลงโฆษณาครับ เช่น adwords, yahoo เป็นต้นครับ ส่วนเราจะโฆษณาอะไรก็ได้ครับ โดยไม่เสียเงิน (หากใช้ไม่เกินยอดในคูปอง)

คำถามต่อมา จากคุณ Natty (ซึ่งค่อนข้างยาว ผมขอสรุปคำถามเลยนะครับ )

 

อันดับใน [tag]google SERP[/tag]'s นั้น ในคีย์เวิร์ดที่ใช้ ไม่เท่ากัน เช่น ค้นหาในภาษาไทย อยู่อันดับที่ 1 แต่พอเป็นภาษาอังกฤษ อยู่อันดับที่ 6 หรือใช้ระบบค้นหาอันดับ ใน seochat.com แล้วไม่พบ เกิดจากอะไร มีสาเหตุอะไรบ้าง ทำยังไงถึงจะได้ดีทั้งไทยและอังกฤษ

 

สำหรับคำถามนี้ ดูแล้วถ้าจะให้ตอบจริงๆเนี่ย ก็ยาวเหมือนกันครับ

- การที่ลำดับใน google serp's ไม่เท่ากันนั้น มีหลายๆ ปัจจัยครับ อันดับแรกคือ การตั้งค่าของ ภาษา นั่นเองครับ โดย google เองจะมีการคิดจัดลำดับในแต่ละภาษาต่างกันไปครับ เพื่อที่จะให้ผู้ใช้งาน google นั้น สามารถได้ข้อมูลตรงกับที่ต้องการมากที่สุด เช่น การค้นหาคำว่า seo ในการแสดงผล เมื่อเราตั้งค่าภาษาหรือเลือกภาษาที่แสดง เป็นภาษาไทย google ก็จะทำการเรียงลำดับ โดยมักจะให้ความสำคัญของหน้าเว็บที่เป็นภาษาไทย มี server ตั้งอยู่ในไทย และมีปัจจัยต่างๆ มาคิด แล้วจัดอันดับให้ใหม่ (ไม่ได้เอาข้อมูลจาก[tag]google DC[/tag] มาใช้เลย)ครับ เพื่อให้คนใช้งานได้ข้อมูลที่ต้องการมากที่สุด เพราะอย่างไรเสีย ให้นึกถึงเวลาเราหาข้อมูลครับว่า เราอยากอ่านเนื้อหาที่เป็นไทย มากกว่าอังกฤษ แน่นอน และ google ก็คิดเหมือนคนใช้งานนั่นเองครับ

- สาเหตุของการที่จัดอันดับแบบนี้ ได้ตอบรวมไปแล้วในย่อหน้าข้างบนแล้วน่ะครับ ซึ่งนอกจากการเลือกภาษาแล้ว ยังรวมไปถึงส่วนอื่นๆ ด้วยเช่น การตั้งค่าภาษาใน google (นอกเหนือจากการคลิกเลือกภาษาไทยที่ใต้กล่อง serch box นะครับ) การตั้งค่าภาษาในตัวของ IE ด้วย (ในกรณีของการติดตั้ง google toolbar อันดับก็จะต่างไปเช่นกัน) IP address ที่เราอยู่ด้วยครับ

เพราะอย่างที่ได้กล่าวไปแล้วว่า google ก็จะทำตัวเหมือนคนที่หาข้อมูลจริงๆ เพื่อให้ได้ผลตรงใจผู้ใช้งานมากที่สุด ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีการตั้งค่าแบบนี้ครับ

- การใช้งาน google datacenter check ของ seochat หรือว่าที่ใดก็ตามครับ จะมีทำให้ได้ผลการค้นหาต่างไปด้วยครับ เพราะปัจจัยที่ผมยกมาตอบสองข้อแรกนั่นล่ะครับ คือหลักๆ เลย ip ของตัวที่เข้าไปร้องขอข้อมูลจาก google datacenter นั้นเป็น ของ seochat, ข้อมูลที่ได้มาเปรียบเหมือนข้อมูลที่ยังไม่ได้จัดเรียงอะไรมาก ดังนั้นจึงไม่แปลกที่อันดับจะเปลี่ยน ดังนั้นจึงควรใช้เช็คจาก google datacenter เป็นกรณีๆ ไปครับ ที่ผมมักจะใช้คือ เช็คปริมาณ index ว่าเพิ่มหรือลด, เช็คค่า PR เป็นต้น ส่วนเรื่องอันดับเนี่ย ก็ค่อยมาเช็คเอาจากหน้าเว็บครับ (แล้วจำลองแต่ละ local เข้าไปครับ)

- ส่วนการจะทำให้ อันดับนิ่ง หรือเท่ากันทุก local นั้นเป็นเรื่องที่ทำได้ค่อนข้างยากเหมือนกันครับ ไม่ว่า ฐานของ google pr ต้องสูงแล้ว ค่าของ keyword density ต้องได้มาก มี backlink มาจากทุก local พอๆ กัน ครับ ซึ่งหลักๆ จะเห็นได้ก็เช่น php.net หรือของ adobe ครับ

ซึ่งสำหรับผมแล้ว การทำให้อันดับในทุก local เท่ากันเป็นเรื่องที่เหมือนๆ ขี่ช้างจับตั๊กแตน (ส่วนมากนะครับ ยกเว้นในบางกรณี) เพราะแม้ว่าเว็บเราอยู่อันดับ 1 ในทุก local แต่คนเข้ามาอ่านไม่ออก ก็เท่านั้นครับ จบเลย คนเข้ามาแล้วก็ออกไป สำหรับผมจึงมองว่าไม่ใช่ Quality traffic ครับ ดังนั้นตรงนี้จึงควรเอากฏ 80/20 มาใช้ครับ จะได้ไม่ต้องเหนือย หรือว่า ลงทุนเกินตัวครับ

คำถามต่อมาจากคุณ wifi ครับ

 

MSN กะ YaHoo ไม่มี [tag]sandbox[/tag] effect หรือครับคุณ mormmam

 

- คำตอบนี้ ไม่ยากครับ ณ ตอนนี้ ไม่มีครับ ขอใช้คำว่า ณ ตอนนี้ด้วยนะครับ เนื่องมาจากในอนาคตนั้น อาจจะมีการปรับตัวกันอีกแน่นอนครับ แม้แต่เรื่อง google sandbox ก็ยังมีคำถามเลยครับว่า สรุปแล้วมันมีจริงๆ หรือไม่ บางคนเชื่อ บางคนไม่เชื่อ แต่ถ้าถามผมแล้ว ผมก็ตอบว่า ผมเชื่อว่ามีครับ ซึ่งเป็นสิ่งที่เห็นจากประสบการณ์ตรงครับ แต่ถ้ารู้จักเลี่ยง หรือว่า รู้เทคนิคแล้ว sandbox effect เป็นเพียงอะไรสั้นๆ เท่านั้นเองครับ ไม่ถือว่ามีผลอะไรมากนักเลยทีเดียวล่ะครับ

อ่า หวังว่า คงพอได้รายละเอียดกันนะครับ เหอๆ อ่อ ถ้ายังไง ก็แวะไปตั้งคำถามไว้ที่ seo and sem forum ของผมได้เหมือนกันนะครับ ถือว่าเป็นอีกช่องทางหนึ่งในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันครับ

ปล. สำหรับเรื่อง sandbox effect กับ sub domain ตอนนี้รู้สึกว่า เหมือนจะเป็นสิ่งที่ผมรู้สึกไปเองมั้งครับ (คิดว่านับวันผิดด้วย) เพราะมันเริ่มมาแล้วครับ อิอิ

Tags :